5 ก.พ. เวลา 10:25 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 69 ขึ้นเงินเดือนสีเหยิน

แม่เฒ่าเจี่ยเห็นอาการเป่าวี่ดีวันดีคืนก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เกรงว่าเจี่ยเจิ้งอาจเรียกไปลงโทษอีก จึงสั่งให้ตามหัวหน้าบ่าวของเจี่ยเจิ้งมาพบแล้วสั่งกำชับว่า
“ต่อไปหากมีใครมาขอพบหรือรับรองแขกเรื่องอะไรทำนองนี้ แล้วนายท่านให้ไปตามเป่าวี่ เจ้าไม่ต้องทำตามคำสั่ง ให้เรียนท่านว่าข้าบอกว่า
ข้อหนึ่ง โบยเจ็บหนักอยู่ ต้องพักฟื้นหลายเดือนจึงเดินได้
ข้อสอง ดวงดาวเข้าราศีไม่เป็นคุณ ไม่พบคนนอกจนกว่าจะพ้นเดือนแปดจึงอนุญาตให้ออกพ้นประตูสองได้”
หัวหน้าบ่าวรับทราบคำสั่ง แล้วลากลับไป
แม่เฒ่าเจี่ยยังตามแม่นมหลี่ สีเหยินมาสั่งให้นำความนี้ไปบอกเป่าวี่ให้วางใจ
เป่าวี่ปกติไม่ชอบต้อนรับขับสู้พวกขุนนางและเหล่าบุรุษ ยิ่งรังเกียจการสวมชุดพิธีการออกงานสมาคมต่างๆ พอทราบความก็ถูกใจ ไม่เพียงตัดการติดต่อกับเพื่อนฝูงญาติพี่น้องเท่านั้น แม้การคารวะอวยพรคนในครอบครัวเช้าค่ำก็สุดแต่จะพอใจไปหรือไม่ วันวันเที่ยวเล่นนั่งๆ นอนๆ อยู่ในอุทยาน เช้าไปอวยพรแม่เฒ่าเจี่ยกับมารดาแล้วกลับมาคลุกคลีอยู่กับพวกสาวใช้ปล่อยวันเดือนผ่านไปโดยสูญเปล่า พวกอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างเช่น เป่าไชมาเตือนก็กลับโมโหว่า
“เจ้าเป็นสตรีบริสุทธิ์ไร้มลทิน กลับมุ่งแสวงหาลาภยศชื่อเสียงเป็นพวกเดียวกันกับโจรปล้นแผ่นดินกินสินบาทคาดสินบน นี่ล้วนเป็นเพราะคนรุ่นก่อนผูกเรื่องผูกราวชี้นำพวกบุรุษหนวดเครารุงรังรุ่นหลังเอาไว้ ข้าเองก็โชคไม่ดีที่เกิดมาเป็นบุรุษ ทำให้รัศมีคุณธรรมแห่งฟ้าดินของห้องหอสตรีต้องแปดเปื้อน”
พอได้ฟังเช่นนั้น ไม่มีใครอยากถกหาสาระอะไรกับเป่าวี่อีก มีเพียงไต้วี่ที่โตมากับเป่าวี่ไม่เคยมาเตือนสติเป่าวี่ให้ตั้งตัวสร้างชื่อเสียง เป่าวี่จึงชอบใจนับถือไต้วี่
กล่าวถึงพี่เฟิ่ง นับแต่จินช่วนเอ๋อตายไป ก็มักมีครอบครัวพวกบ่าวนำของกำนัลมาให้ และแวะเวียนมาอวยพรบ่อยๆ จนพี่เฟิ่งสงสัยในเจตนา วันนี้ก็มากันอีก พอตกเย็นพี่เฟิ่งถามเรื่องนี้กับผิงเอ๋ออย่างอารมณ์ดี
ผิงเอ๋อยิ้มเยาะว่า “เรื่องนี้คุณนายยังคิดไม่ออกหรือ ข้าเดาว่าพวกเขาล้วนมีลูกสาวเป็นสาวใช้ต้นห้องของไท่ไท่ เงินเดือนของสี่สาวใช้ใหญ่คือเดือนละหนึ่งตำลึง ที่เหลือเดือนละไม่กี่ร้อยเฉียน บัดนี้ จินช่วนเอ๋อตายแล้ว พวกเขาคงอยากอยู่ในกลุ่มหนึ่งตำลึง”
พี่เฟิ่งได้ฟัง ยิ้มว่า “ใช่แล้ว ใช่แล้ว เจ้าทำให้ข้าคิดได้ คนพวกนี้ไม่รู้จักพอ ได้เงินแล้วยามยากก็หาหัวไม่เจอ ได้เป็นสาวใช้ก็น่าจะพอแล้ว ยังหวังส้มหล่นอีก เงินทองมีสักเท่าไรมาให้สินน้ำใจข้า รนหาเรื่องกันเอง ให้มาข้าก็รับไว้ ตัดสินใจอย่างไรเป็นเรื่องของข้า”
พี่เฟิ่งจึงถ่วงเวลาปล่อยให้พวกเขาวิ่งเต้นให้พอ หลังจากนั้นค่อยหาเวลาว่างไปคุยกับหวางฮูหยิน
วันนี้เวลาเที่ยงวัน แม่น้าเซวีย เป่าไช ไต้วี่กับพวกอยู่ที่เรือนหวางฮูหยิน กินแตงโมกันอยู่ พี่เฟิ่งบอกกับหวางฮูหยินว่า
“ตั้งแต่พี่สาวของวี่ช่วนเอ๋อตายไป ไท่ไท่ก็ขาดสาวใช้ต้นห้องไปคนหนึ่ง ไท่ไท่เห็นชอบเลื่อนให้ใครก็สั่งมา เดือนหน้าจะได้จ่ายเงินเดือน”
หวางฮูหยินตรองดูแล้วว่า “ข้าว่า ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าต้องมีสี่หรือห้าคน พอเรียกใช้ก็พอแล้ว ยกเลิกไปเถิด”
พี่เฟิ่งว่า “โดยเหตุผลก็จริงอยู่ เพียงแต่นี่เป็นกฎเดิม เรือนอื่นยังมีเพียงสองคน ไท่ไท่ไม่ยึดกฎ ประหยัดไปหนึ่งตำลึงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่”
หวางฮูหยินตรองดูแล้วว่า “เอาเถิด เงินส่วนนี้ไม่ต้องมีคนใช้ เอาหนึ่งตำลึงนี้ให้วี่ช่วนเอ๋อที่เป็นน้องสาวไป พี่สาวนางรับใช้ข้ามา กลับต้องมาพบเคราะห์ร้าย เหลือน้องสาวไว้กับข้าได้เงินเดือนไปทั้งสองส่วนก็ไม่มากไป”
พี่เฟิ่งรับคำแล้วหันมายิ้มกับวี่ช่วนเอ๋อว่า
“ยินดีด้วย”
วี่ช่วนเอ๋อจึงเข้ามาโขกศีรษะคำนับ
หวางฮูหยินถามพี่เฟิ่งว่า “ข้าว่าจะถามเจ้าอยู่ว่า เงินเดือนของน้าหญิงเจ้า น้าหญิงโจวตอนนี้คนละเท่าไร”
พี่เฟิ่งว่า “มีกฎกำหนดไว้ ให้จ่ายคนละสองตำลึง น้าหญิงเจ้ายังได้รับส่วนของน้องหวน 环兄弟 อีกสองตำลึง รวมเป็นสี่ตำลึง และยังมีเงินพิเศษอีกสี่พวง”
หวางฮูหยินว่า “จ่ายตามจำนวนเป็นรายเดือนหรือไม่”
พี่เฟิ่งฟังแล้วแปลกใจ รีบถามว่า “เหตุใดถึงว่าไม่ตรงตามจำนวน”
หวางฮูหยินว่า “ก่อนหน้านี้ดูเหมือนมีคนต่อว่าว่าขาดไปหนึ่งพวง มันเป็นอย่างไร”
พี่เฟิ่งรีบยิ้มว่า “เงินเดือนสาวใช้ของพวกน้าหญิง เดิมคนละหนึ่งพวง ตั้งแต่ปีกลายเบื้องนอกหารือกันแล้วว่าให้ลดเงินเดือนสาวใช้ของพวกน้าหญิงลงครึ่งหนึ่ง เป็นคนละห้าร้อยเฉียน แต่ละคนมีสาวใช้ได้สองคน เท่ากับลดลงไปคนละหนึ่งพวง
(หนึ่งพวงมีหนึ่งพันเฉียน)
เรื่องนี้ก็โทษข้าไม่ได้ ข้าเองอยากให้ตามเดิม แต่เบื้องนอกเป็นผู้หักไป ข้าจึงไม่มีจะเพิ่มให้ ข้าเพียงรับเงินมาเท่าไรจ่ายไปเท่านั้น ข้าไม่ได้เป็นผู้กำหนด ข้าเคยขอไปสองสามครั้งให้จ่ายเงินสองส่วนนี้ตามเดิม แต่เบื้องนอกบอกว่ามีเงินเพียงเท่านี้ เงินที่ข้าได้รับมาแต่ละเดือนก็จ่ายพวกเขาไปไม่เคยบกพร่อง ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งเบื้องนอกเป็นผู้ดูแลการจ่าย มีเดือนไหนราบรื่นไม่ขาดตกบกพร่องบ้าง”
หวางฮูหยินฟังแล้วนิ่งไปครึ่งวันจึงถามว่า
“ในเรือนเหล่าไท่ไท่มีหนึ่งตำลึงกี่คน”
พี่เฟิ่งว่า “แปดคน ตอนนี้เหลือเจ็ด อีกคนคือสีเหยิน”
หวางฮูหยินว่า “ใช่แล้ว น้องเป่าของเจ้าไม่มีสาวใช้หนึ่งตำลึง สีเหยินยังนับเป็นคนในเรือนของเหล่าไท่ไท่อยู่”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “สีเหยินเป็นคนของเหล่าไท่ไท่ยกให้น้องเป่าใช้งาน เงินเดือนหนึ่งตำลึงยังจ่ายจากส่วนของเหล่าไท่ไท่ ตอนนี้ถึงสีเหยินจะอยู่กับน้องเป่า ก็หักหนึ่งตำลึงนี้ออกไม่ได้ หากเพิ่มคนให้เหล่าไท่ไท่ เพื่อหักหนึ่งตำลึงนี้ออก ก็ต้องเพิ่มสาวใช้หนึ่งตำลึงให้น้องหวนด้วยจึงจะเสมอภาค
พวกฉิงเหวิน เส้อเยว่สาวใช้ใหญ่เจ็ดคนของพวกคุณชาย ได้เงินเดือนคนละหนึ่งพวง พวกจยาหุ้ย 佳蕙 สาวใช้เล็กแปดคนได้คนละห้าร้อยเฉียน เรื่องนี้ทำตามเหล่าไท่ไท่ จึงไม่มีใครกล้าไม่พอใจ”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “พวกท่านฟังยายหนูเฟิ่งว่า พูดคล่องเป็นมันฮ่อตกรถ 倒了核桃车子 แจงบัญชีได้ชัดเจน จัดการได้เที่ยงตรง”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “อาหญิง ข้าพูดผิดไปหรือ”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “ผิดที่ไหนกัน เพียงแต่เจ้าพูดให้ช้าลงหน่อยจะได้ไม่เปลืองลม”
พี่เฟิ่งจึงยิ้ม แล้วรอฟังคำสั่งของหวางฮูหยิน หวางฮูหยินนิ่งคิดอยู่ครึ่งวันจึงหันมาหาพี่เฟิ่งว่า
“พรุ่งนี้ หาสาวใช้คนหนึ่งให้เหล่าไท่ไท่แทนสีเหยิน หักเงินเดือนที่จ่ายให้สีเหยินออก เงินเดือนของข้าเดือนละยี่สิบตำลึง ให้หักสองตำลึงกับหนึ่งพวงมอบให้สีเหยิน ต่อไปน้าหญิงเจ้า น้าหญิงโจวได้เพิ่มเท่าใด ให้สีเหยินเท่ากัน เพียงแต่ส่วนของสีเหยินให้หักจากส่วนของข้าทั้งหมดไม่ต้องไปรบกวนส่วนกลาง”
พี่เฟิ่งรับคำ ยิ้มแล้วเอามือผลักแม่น้าเซวียว่า
“อาหญิงได้ยินหรือยัง ข้าว่าไว้ไม่มีผิด วันนี้ก็ตอบรับแล้ว”
แม่น้าเซวียว่า “ก็ควรเป็นเช่นนี้มาแต่แรก เด็กคนนั้นหน้าตาไม่ต้องพูดถึง ทำอะไรก็ใจกว้าง พูดจาสุภาพอ่อนน้อม แต่ภายในเข้มแข็ง นับว่าหายาก”
หวางฮูหยินกล่าวทั้งน้ำตาคลอว่า “พวกท่านไหนเลยจะรู้ข้อดีเด็กสีเหยินคนนี้ เข้มแข็งกว่าเป่าวี่ของข้าถึงสิบเท่า เป่าวี่นับว่าโชคดี ยิ่งหากได้นางมาดูแลรับใช้ตลอดไป”
พี่เฟิ่งว่า “เช่นนี้แล้ว ก็ให้นางกันหน้า เปิดตัวนางเป็นเมียบ่าว 房里人 เลยไม่ดีหรือ”
หวางฮูหยินว่า
“นี่ไม่เหมาะ
หนึ่ง ทั้งคู่อายุยังน้อย
สอง นายท่านไม่ยอมเป็นแน่
สาม เป่าวี่เห็นสีเหยินเป็นสาวใช้ หากเอาแต่ใจยังพอฟังนางตักเตือน หากเป็นเมียบ่าว 跟前人 เรื่องที่ควรเตือนสีเหยินกลับไม่กล้าไปเตือนเสียแล้ว ตอนนี้คงต้องปล่อยไปเช่นนี้ รออีกสองสามปีค่อยว่ากันใหม่”
กล่าวจบนิ่งไปครึ่งวัน พี่เฟิ่งเห็นว่าไม่มีอะไรกล่าวต่อ จึงหันร่างกลับออกมา พอมาถึงระเบียง เห็นพวกแม่บ้านรออยู่ พอเห็นนางออกมาก็ยิ้มกันว่า
“วันนี้คุณนายรายงานเรื่องอะไร ใช้เวลาตั้งครึ่งวัน”
พี่เฟิ่งม้วนแขนเสื้อขึ้นมาหลายทบ ปลายเท้าเหยียบธรณีประตูหัวมุมไว้ยิ้มว่า
“ลมตรงนี้เย็นดี ตากลมสักหน่อย”
แล้วเล่าให้พวกแม่บ้านฟังว่า
“พวกเจ้าว่าข้าไปเสียครึ่งวัน ไท่ไท่เอาเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดสองร้อยปีมาถามข้า ข้าไม่ต้องพูดอะไรบ้างหรือ”
แล้วยิ้มเยาะว่า
“นับจากนี้ไป ถึงคราข้าร้ายบ้าง จะมากล่าวโทษข้าต่อหน้าไท่ไท่ก็ไม่กลัว อีนางพวกลิ้นเน่าใจโสโครกสมควรตาย อย่ามาฝันเปียกกับแม่ วันหน้าจะหักให้หมดเลย วันนี้หักเงินสาวใช้เข้าหน่อยมากล่าวหาข้า ไม่คิดดูบ้างว่าตัวเองชาติไพร่ 奴几 ควรมีสาวใช้ถึงสามคนไหม”
พี่เฟิ่งเดินไปด่าน้าหญิงเจ้าและโจวไป แล้วสั่งคนให้เอาความไปแจ้งแม่เฒ่าเจี่ยถึงเรื่องเพิ่มคนใช้ กับเรื่องสีเหยิน
ทางพวกแม่น้าเซวียนั่งกินแตงโมเสร็จ สนทนาเล่นกันพักหนึ่งก็แยกย้ายกันกลับ เป่าไช ไต้วี่กลับมายังอุทยาน เป่าไชชวนไต้วี่ไปยังศาลาหอมรากบัว 藕香榭 ไต้วี่อ้างว่าจะไปอาบน้ำจึงแยกทางกัน
เป่าไชเดินกลับตามลำพัง ผ่านลานชื่นแดงจึงคิดว่าจะไปนั่งสนทนากับเป่าวี่แก้ง่วงตอนบ่าย ทว่าพอเดินเข้าไปในลานบ้าน ทุกอย่างเงียบเชียบ แม้แต่กระเรียนสองตัวยังหลับอยู่ใต้ต้นกล้วย เป่าไชเดินตามระเบียงเข้ามาในห้อง เห็นสาวใช้สามสี่คนหลับขวางสลับไปมาบนเตียงนอกห้อง เดินอ้อมชั้นวางของตกแต่งเข้ามาถึงห้องด้านใน เห็นเป่าวี่หลับอยู่บนเตียง สีเหยินนั่งเย็บปักอยู่ด้านข้าง วางไม้ปัดยุงหางกวางด้ามนอแรด 白犀麈 ไว้ข้างตัว
เป่าไชเดินเข้าใกล้ ยิ้มแล้วกล่าวเสียงแผ่วว่า
“เจ้าก็ระวังเกินเหตุ ในห้องนี้มียุงหรือแมลงวันด้วยหรือ เอาไม้ปัดยุงมาทำอะไร”
สีเหยินไม่ทันตั้งตัว เงยหน้าเห็นเป่าไช รีบวางงานเย็บปักลง กล่าวเสียงแผ่วยิ้มว่า
“คุณหนูมาไม่ให้ตั้งตัว ตกใจหมดเลย คุณหนูยังไม่รู้ ถึงไม่มียุงแมลงวัน แต่มีแมลงตัวเล็กๆ ตามองไม่เห็น ลอดมุ้งเข้ามา กัดเหมือนมดเวลานอน”
เป่าไชว่า “ว่าไม่ได้ หลังห้องนี้ติดน้ำมีดอกไม้หอม ในห้องนี้ก็มีกลิ่นหอม แมลงที่อยู่ในดอกไม้ตามกลิ่นหอมมา”
พูดไป ตามองดูงานในมือสีเหยิน เป็นเสื้อเอี๊ยมชั้นในสีขาวซับแดง ด้านบนปักลายยวนยางเล่นดอกบัว บัวแดงใบเขียว ยวนยางห้าสี
เป่าไชว่า “ไอ้หยา สวยสดมีชีวิตชีวา ของใครกันถึงได้ลงทุนลงแรงขนาดนี้”
สีเหยินบุ้ยปากไปบนเตียง เป่าไชยิ้มว่า
“โตปานนี้แล้ว ยังใช้อยู่อีกหรือ”
สีเหยินยิ้มว่า “เดิมก็เลิกใช้แล้ว ตั้งใจทำเป็นพิเศษให้เห็นเพื่อให้ใส่ ตอนนี้อากาศร้อน เวลานอนห่มผ้าไม่ระวัง ใส่เอาไว้เวลากลางคืนยังมีป้องกันอีกชั้น ท่านว่างานลงทุนลงแรง ยังไม่เห็นตัวที่ใส่อยู่”
เป่าไชยิ้มว่า “ดีที่เจ้าอดทน”
สีเหยินว่า “วันนี้ทำพอแล้ว เมื่อยคอ”
แล้วยิ้มว่า “คุณหนู ท่านนั่งเล่นสักครู่ ข้าจะออกไปเดิน”
แล้วเดินออกไปข้างนอก
เป่าไชมองดูฝีมือเย็บปัก แล้วไม่ได้ตั้งใจ นั่งลงตรงที่นั่งของสีเหยิน เห็นงานฝีมือน่ารักน่าชม อดไม่ได้หยิบเข็มขึ้นมาช่วยนางปักต่อ
มิคาดว่า ไต้วี่เผอิญพบเซียงหยุน จึงชวนกันมาแสดงความยินดีกับสีเหยิน พอเดินเข้ามาในลานบ้านเห็นเงียบสนิท เซียงหยุนจึงเดินไปหาสีเหยินที่ห้อง
ไต้วี่เดินไปมาจนมาหยุดยืนนอกหน้าต่างห้องเป่าวี่ มีผ้ามุ้งกั้น มองเข้ามาเห็นเป่าวี่สวมเสื้อแดงหลับอยู่บนเตียง เป่าไชนั่งเย็บปักอยู่ด้านข้าง ข้างตัวมีไม้ปัดยุง ไต้วี่เห็นแล้วยืนอึ้ง สักครู่ก็รีบหลบ แอบดูอยู่ครึ่งวัน เอามืออุดปากไว้ไม่กล้าหัวเราะ พอเห็นเซียงหยุน จึงกวักมือเรียก
เซียงหยุนเห็นท่าทางนาง คาดว่าน่าจะมีอะไรจึงรีบมาดูแล้วอยากจะหัวเราะ แต่มาคิดว่าปกติเป่าไชก็ดีต่อนางไม่น้อยจึงรีบอุดปากไว้ รู้ว่าไต้วี่ไม่ยอมคน เกรงนางจะไปล้อเป่าไช จึงลากแขนนางมาแล้วว่า
“ไปกันเถอะ ข้านึกได้ว่า สีเหยินว่าตอนบ่ายจะเอาผ้าไปซักที่ริมสระ นี่คงไปแล้ว พวกเราไปหานางกัน”
ไต้วี่รู้เชิงนาง หัวเราะเยาะสองที แล้วตามนางมา
เป่าไชอยู่ในห้องปักกลีบดอกไม้ได้สามกลีบ พลันได้ยินเป่าวี่ละเมอด่าว่า
“คำสงฆ์กับพรตเชื่อได้ที่ไหน “บุพเพทองหยก” อะไรกัน ข้าว่า “บุพเพศิลาไม้” ”
เป่าไชได้ฟังถึงกับตะลึง
สีเหยินพลันเดินเข้ามา ยิ้มว่า “ยังไม่ตื่นอีกหรือ”
เป่าไชสั่นศีรษะ
สีเหยินยิ้มว่า “ข้าเพิ่งพบคุณหนูหลิน คุณหนูใหญ่สื่อ พวกนางเข้ามาหรือเปล่า”
เป่าไชว่า “ไม่เห็นเข้ามา”
แล้วยิ้มกับสีเหยินว่า
“พวกนางไม่ได้บอกอะไรเจ้าหรือ”
สีเหยินหน้าแดง ยิ้มว่า “พวกนางพูดเล่น ไม่มีอะไรจริงจัง”
เป่าไชยิ้มว่า “คราวนี้พวกนางไม่ได้พูดเล่น ข้าจะบอกเจ้าอยู่แต่เจ้าออกไปก่อน”
พูดไม่ทันจบ พี่เฟิ่งส่งคนมาตามสีเหยิน
เป่าไชยิ้มว่า “ก็เรื่องนี้แหละ”
สีเหยินเรียกสาวใช้สองนางมาเฝ้าเป่าวี่ แล้วออกจากลานชื่นแดงพร้อมเป่าไชมาหาพี่เฟิ่ง นางบอกเรื่องที่ว่าจริงตามคาด แล้วให้ไปคำนับหวางฮูหยิน แต่ไม่ต้องไปหาแม่เฒ่าเจี่ย ข่าวนี้ทำให้สีเหยินเคอะเขินไม่น้อย
ตอนก่อนหน้า : หน้าตาดีแต่ไม่มีสมอง
ตอนถัดไป : นกน้อยในกรง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา