Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Beyond the book
•
ติดตาม
22 ม.ค. เวลา 14:23 • หนังสือ
สรุปหนังสือ วะบิ ซะบิ แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต
ในช่วงเวลานี้เราจะได้ยินหรือเห็นผ่านตาถึงปรัชญาของญี่ปุ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
อิคิไก (คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ หรือ เหตุผลที่เราตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน) คินสึงิ (ซ่อมรอยร้าวด้วยทอง) อิจิโกะ อิจิเอะ (ครั้งหนึ่งในชีวิต หรือ โอกาสเพียงครั้งเดียว) ปรัชญาเหล่านี้เป็นปรัชญาญี่ปุ่นที่ค่อนข้างโดดเด่น และได้มีการตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือให้พวกเราได้อ่านกัน
1
Beyond the Book เอง ยังไม่เคยอ่านปรัชญาเหล่านี้ครบทั้งหมด ถ้าว่างๆต้องลองหามาอ่านบ้างแล้วแหละ
สำหรับปรัชญาญี่ปุ่นที่ Beyond the Book ได้อ่านมาแล้ว คือ วะบิ ซะบิ (การค้นพบความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ ความไม่จีรัง ความเรียบง่าย) เป็นปรัชญาที่น่าสนใจ
วะบิ ซะบิ ที่ Beyond the Book เข้าใจ คือ หลายสิ่งหลายอย่างซ่อนอยู่ในธรรมชาติในตัวของมันเองอยู่แล้ว บางคนมองเห็น บางคนมองไม่เห็น เป็นสิ่งที่อธิบายยาก เพราะเป็นนามธรรม แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่พวกเราจะเรียนรู้และทำความเข้าใจด้วยตัวเอง
2
ถ้าจะให้เห็นเป็นรูปธรรมที่เข้าใจง่าย คือ ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา ใบไม้ผลิ ใบไม้ร่วง ต้นไม้ใบหญ้าที่เติบโตแต่ก็ร่วงโรยได้ตามกาลเวลา สะท้อนให้เห็นความเรียบง่ายและการเปลี่ยนแปลงที่อยู่รอบตัวเรา หรืออาจจะอธิบายด้วยคำคู่ตรงข้ามกัน เช่น มีร้อนก็มีหนาว มีสำเร็จก็มีล้มเหลว มีเกิดก็มีตาย มีรวยมีจน มีเด็กมีแก่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน และไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะจริงแท้แน่นอน ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
วะบิ ซะบิ เปรียบเสมือนไตรลักษณ์ ที่คนไทยอย่างเรารู้จักกันดี อันประกอบด้วย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผู้อ่านสามารถลองไปหาอ่านความหมายของ 3 คำนี้ ได้ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเห็นความคล้ายกันอย่างมาก
มีหลายความคิดเห็นที่มองว่าโลกของเราหมุนไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนเร่งรีบในการทำหน้าที่ของตัวเองในแต่ละวัน ต้องทำตัวเองให้ดูเป็นคนเก่งคนเพอร์เฟ็กต์ ลงสนามแข่งขันในโลกจริง เพื่อให้ตัวเองโดดเด่น เป็นที่ยอมรับ และมีที่ยืนในสังคม
ซึ่งวิถีชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกคนล้วนเป็นแบบนี้ ขัดกับวะบิ ซะบิ ที่เน้นความเรียบง่าย ความไม่สมบูรณ์แบบ ค่อยเป็นค่อยไป เห็นความสวยงามของสรรพสิ่ง คุณค่าทางธรรมชาติที่ไม่มีการแต่งเติมมากจนเกินไป ทำให้เหมือนเราช้าเกินไป โดยที่ไม่สอดคล้องกับเวลาที่เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วในยุคนี้ จึงมีหลายคนรู้สึกได้ว่าปรัชญานี้จะเอามาปรับใช้กับโลกแห่งความเป็นจริงได้ยาก จะค่อยๆทำ ไม่ต้องรีบเลยก็ไม่ได้ เพราะจะไม่ทันคนอื่นเค้า
หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณเข้าถึงและเข้าใจปรัชญา วะบิ ซะบิ ได้ง่ายขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจมันอย่างแท้จริง พอมีคนถามว่าคืออะไร ก็จะตอบกันไม่ค่อยได้ ให้คำนิยามกันไม่ถูก หนังสือเล่มนี้จึงเชื่อมโยงปรัชญานี้กับสิ่งที่จับต้องได้ ดังนี้
บ้าน (ความเรียบง่าย)
บ้านสไตล์ญี่ปุ่นจะเน้นความเรียบง่ายหรือที่เรียกว่ามินิมอล การจัดวางข้าวของที่เป็นระเบียบ จัดของประเภทเดียวกันให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน คัดแยกสิ่งของว่าอะไรที่ควรทิ้งอะไรที่ควรเก็บไว้ นำต้นไม้เล็กๆมาปลูกในบ้าน ให้ความรู้สึกสบายใจ เปิดหน้าต่างรับอากาศบริสุทธิ์บ้าง นี่เป็นสัญญาณของวะบิ ซะบิ คือ ความเรียบง่าย ไม่ตกแต่งอะไรมากจนเกินไป และเข้าถึงธรรมชาติ เน้นน้อยๆ แต่ประโยชน์ใช้สอยที่มากมาย ให้ความรู้สึกถึงความคุ้มค้าทางใจที่ได้อยู่ที่นี่ และเป็นที่พักใจที่ดีมาก เพราะบ้านคือส่วนหนึ่งของตัวเรา
ตึกรามบ้านช่อง ต้นไม้ใบหญ้า (ความไม่จีรังยั่งยืน)
ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งของต่างๆ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง และค่อยๆเสื่อมสภาพตามกาลเวลา มีตำหนิมากบ้างน้อยบ้าง หรือแม้กระทั่งธรรมชาติอย่างต้นไม้ใบหญ้า และดอกไม้นานาชนิด ย่อมมีอายุขัยในการเจริญเติบโตและเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่จีรังยั่งยืน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นวัฏจักรที่ผ่านการหมุนเวียนและเปลี่ยนแปลงสภาพไปเรื่อยๆ และไม่มีวันเหมือนเดิมเท่ากับครั้งแรกๆที่เราได้เห็นมัน
ถ้วยน้ำชา (ความไม่สมบูรณ์แบบ)
การจิบชาด้วยกันยามว่าง เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ได้ใช้เวลาพูดคุย ทำความรู้จักกัน การชงชาจิบชาด้วยกันย่อมเชื่อมสัมพันธภาพระหว่างกัน ได้เห็นตัวตนและมุมมองที่แตกต่างกัน อีกด้านหนึ่งการที่ถ้วยน้ำชามีรอยร้าวย่อมบอกว่าความสัมพันธ์ที่ดีเป็นสิ่งที่เราควรรักษาไว้ และไม่มีใครที่สมบูณ์แบบทุกอย่าง เราย่อมมีด้านดี ด้านเสีย ที่ต่างคนต่างต้องมีน้ำใจในการเข้าใจผู้คนในหลายแง่มุม รู้จักให้อภัย เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม
แต่รอยร้าวของถ้วยชา ถ้ามันร้าวแล้ว ย่อมยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม เพราะความสัมพันธ์พังทลายไปแล้ว จะซ่อมก็ซ่อมยาก ร้าวมากก็ย่อมจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ยาก ร้าวน้อยหน่อยก็ยังพอทนใช้ได้ เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ความสัมพันธ์ร้าวลึกจนเกินจะเยียวยา หันหน้าพูดคุยกันคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์อย่างเรา
การทำงานคือส่วนหนึ่งของชีวิต (ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน)
รูปแบบการทำงาน อาชีพ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัย และเราต้องปรับตัวตามให้ทัน หลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้มั่นคงเหมือนเมื่อก่อน บางคนสำเร็จ บางคนล้มเหลว ในการจะเรียนรู้เรื่องงาน หรือการเริ่มต้นเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เราย่อมต้องถามตัวเองก่อนว่าเราอยากทำอะไร ความอยากของเราจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราผลักดันตัวเราเองให้ขวนขวายหาความรู้และทักษะที่เราสนใจ การจะไปขอเรียนรู้จากใคร ต้องเคารพผู้รู้ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ยอมรับความผิดพลาด และรู้จักฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
2
จนมาถึงจุดที่ต้องทำจริงในงานซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว ย่อมมีผิดพลาดได้ แต่ให้ถือเป็นบทเรียนในการพัฒนาตนเองให้ดียิ่งๆขึ้นไป มีชนะก็มีแพ้ ไม่มีอะไรแน่นอน คุณแค่ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ณ ตอนนี้ให้ดีที่สุดก็พอ
1
สวนสวย (ธรรมชาติและความสงบ)
สวนของญี่ปุ่นที่เราเคยเห็นจะเห็นถึงความสงบร่มเย็น น่าพักผ่อนหย่อนใจ และมีความเป็นธรรมชาติ ที่จัดได้แบบลงตัว เน้นความร่มรื่นย์ และให้ความสุขทางใจ ในยุคที่โลกแสนจะวุ่นวาย การมีสถานที่ที่สงบให้เราได้พักใจถือเป็นความสุขและความโชคดีของเรา เป็นการพาตัวเรากลับคืนสู่ธรรมชาติที่สงบและแสนเจะรียบง่าย
2
สิ่งเหล่านี้ คือ แก่นของความงามสุนทรียภาพที่ล่องลอยอยู่ในทุกหนทุกแห่ง ให้เราได้สัมผัส มันอยู่รอบๆตัวเรา และเราค่อยๆค้นพบและสัมผัสมันได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ลึกๆแล้วเราอาจต้องการแบบนี้และยอมรับลึกๆว่า ไม่มีอะไรเที่ยงแท้สมบูรณ์ มันพาเรากลับเข้าสู่สภาวะธรรมชาติของชีวิต ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในสังคม รู้จักการแบ่งปัน และรู้สึกถึงการอยากมีความสงบทางใจ
ความเรียบง่ายนี้เองที่กลับเป็นสิ่งที่คนยุคนี้เริ่มมองหา และดีกว่าการไปยึดติดกับความสมบูรณ์แบบที่มากจนเกินไป ซึ่งไม่ใช่ความงามที่แท้จริงของชีวิต
ถึงแม้ปรัชญานี้จะดูอุดมคติมากเกินไป แต่ก็ยังเป็นปรัชญาที่นำมาปรับใช้ในบางส่วนของชีวิตได้บ้าง ค่อยๆ adapt เอาว่าจะมาใช้ยังไงให้พอเหมาะพอควรกับชีวิตของเราเอง
ถึงเวลาแล้วที่จะวางหนังสือลง และออกไปค้นหาด้วยสัญชาตญาณของตัวเราเอง เพื่อเข้าใจถึงแก่นความงามของชีวิต วะบิ ซะบิ แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต
หนังสืออ้างอิง :
วะบิ ซะบิ (แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต) เขียนโดย BETH KEMPTON ปี 2561
แปลโดย วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ
หนังสือ
แนวคิด
พัฒนาตัวเอง
47 บันทึก
39
43
47
39
43
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย