24 ม.ค. เวลา 02:34 • หนังสือ
antiqueline

คำว่า "ความคิดที่บิดเบี้ยว" (Cognitive Distortions) ในทางจิตวิทยาไม่ได้หมายความว่าเรา "บ้า"

หรือผิดปกติร้ายแรงนะครับ แต่มันคือตัวกรองทางความคิดที่ผิดพลาด ซึ่งสมองเราสร้างขึ้นมาตอบสนองต่อความเครียดหรือความกังวล จนทำให้เรามองโลกแง่ร้ายเกินจริง
ลองเช็กดูครับว่าคุณกำลังเผลอใช้ "แว่นตาที่บิดเบี้ยว" เหล่านี้อยู่หรือเปล่า:
ประเภทของความคิดบิดเบี้ยวที่พบบ่อย
* การมองแบบขาวหรือดำ (All-or-Nothing Thinking): ถ้าไม่สำเร็จ 100% ก็แปลว่า "ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง" ไม่มีตรงกลาง
* การด่วนสรุป (Jumping to Conclusions):
* อ่านใจคนอื่น: "เขาไม่ทักเรา เพราะเขาเกลียดเราแน่ๆ" (ทั้งที่เขาอาจจะแค่รีบ)
* ทำนายอนาคต: "ไปสัมภาษณ์งานยังไงก็ไม่ได้หรอก"
* การขยายส่วนลบ (Catastrophizing): เรื่องผิดพลาดเล็กน้อยในวันนี้ แต่เราคิดไปไกลจนกลายเป็น "หายนะ" ในชีวิต
* การกรองเอาแต่เรื่องแย่ (Mental Filtering): ใน 1 วันมีเรื่องดี 9 เรื่อง เรื่องแย่ 1 เรื่อง แต่เราโฟกัสและจมอยู่กับเรื่องแย่เรื่องเดียวจนลืมความสุขที่เหลือ
* การใช้ความรู้สึกตัดสิน (Emotional Reasoning): "ฉันรู้สึกว่าตัวเองห่วย ดังนั้นฉันต้องเป็นคนห่วยจริงๆ" (แยกไม่ออกระหว่างความรู้สึกกับความจริง)
วิธีรับมือเมื่อรู้ตัวว่าคิดบิดเบี้ยว
* หยุดและตั้งชื่อ: เมื่อเริ่มรู้สึกดิ่ง ให้บอกตัวเองว่า "อ๋อ นี่คือความคิดบิดเบี้ยวแบบ 'ด่วนสรุป' กำลังทำงานอยู่สินะ"
* หาหลักฐานโต้แย้ง: ลองสวมบทเป็นทนายความ ถามตัวเองว่า "มีหลักฐานอะไรมายันบ้างว่าสิ่งที่คิดคือความจริง 100%?" หรือ "มันมีมุมอื่นที่เป็นไปได้ไหม?"
* ใจดีกับตัวเอง (Self-Compassion): พูดกับตัวเองเหมือนที่พูดกับเพื่อนสนิท เราคงไม่ด่าเพื่อนว่า "แกมันห่วย" ใช่ไหมครับ?
ความเชื่อที่ว่า "เราเป็นในสิ่งที่เราคิด" นั้นไม่จริงเสมอไปครับ เพราะบ่อยครั้ง "ความคิดก็แค่สิ่งปรุงแต่งที่ผ่านเข้ามา" ไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของคุณ
อยากให้ลองยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนี้ไหมครับ? ผมจะได้ช่วยวิเคราะห์หรือชวนมองในมุมที่ผ่อนคลายขึ้น
โฆษณา