6 ชั่วโมงที่แล้ว • สิ่งแวดล้อม

‘แถบสาหร่ายซาร์กัสซัม’ ยาวกว่า 8,000 กม. มองเห็นจากนอกโลก โตไวเพราะน้ำอุ่น-มลพิษจากปุ๋ย

“แถบสาหร่ายซาร์กัสซัม” มีขนาดยาวกว่า 8,000 กม. จนมองเห็นจากนอกโลก #สาหร่าย โตไวเพราะน้ำอุ่นขึ้นและมลพิษจากปุ๋ย ทำน้ำขาดออกซิเจน ระบบนิเวศพัง ส่งกลิ่นเหม็นทั่วชายหาด
“แถบสาหร่ายซาร์กัสซัมแห่งมหาสมุทรแอตแลนติก” (Great Atlantic Sargassum Belt - GASB) ที่มีสาหร่ายสีน้ำตาลจำนวนมหาศาลกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเดือนพ.ค. 2025 มีมวลชีวภาพสูงถึง 37.5-38 ล้านเมตริกตัน ด้วยความยาวกว่า 8,850 กิโลเมตร ซึ่งมากกว่าความกว้างของสหรัฐกว่าสองเท่า สามารถมองเห็นได้จากนอกโลก
แถบสาหร่ายนี้เพิ่งปรากฏราว 15 ปีที่ผ่านมานี้เอง โดยทอดยาวตั้งแต่นอกชายฝั่งแอฟริกาตะวันตกไปจนถึงอ่าวเม็กซิโกและทะเลแคริบเบียน ทั้งที่ก่อนปี 2011 นักวิทยาศาสตร์แทบไม่พบกองสาหร่ายขนาดใหญ่ในลักษณะนี้ในภูมิภาคแอตแลนติกเขตร้อนเลย แต่ปัจจุบันมันกลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของมวลชีวภาพทั่วโลกถึง 13.4% ต่อปี
มลพิษจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ไหลลงสู่มหาสมุทร เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สาหร่ายเติบโตได้มากขึ้นสารอาหารจำพวกไนโตรเจนและฟอสฟอรัสจากการทำเกษตรกรรม น้ำเสีย และมลพิษทางอากาศได้กลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่กระตุ้นการเติบโตของสาหร่าย เมื่อน้ำจากลุ่มน้ำขนาดใหญ่อย่างแม่น้ำแอมะซอน แม่น้ำคองโก และแม่น้ำมิสซิสซิปปีไหลลงสู่ทะเล สารอาหารเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งพลังงานชั้นยอดของสาหร่าย
จากการวิเคราะห์เนื้อเยื่อของสาหร่ายซาร์กัสซัม พบว่ามีปริมาณไนโตรเจนเพิ่มขึ้นถึง 55% เมื่อเทียบกับช่วงทศวรรษที่ 1980 นอกจากมลพิษทางน้ำแล้ว ปัจจัยทางธรรมชาติ อย่างฝุ่นทรายจากทะเลทรายซาฮาราและควันจากไฟป่าในแอฟริกาที่พัดข้ามมหาสมุทรยังทำหน้าที่เป็นปุ๋ยเสริมที่ช่วยให้สาหร่ายเหล่านี้สามารถเพิ่มมวลชีวภาพได้เป็นเท่าตัวในเวลาเพียง 11 วัน
สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้สาหร่ายซาร์กัสซัมมีข้อได้เปรียบเหนือพืชทะเลชนิดอื่น และสามารถอยู่รอดได้ในสภาวะที่มหาสมุทรกำลังเปลี่ยนไป
อุณหภูมิของมหาสมุทรที่สูงขึ้นจากสภาวะโลกร้อน เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยา ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อ่าวเม็กซิโกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น 0.4 องศาเซลเซียส และเกิดคลื่นความร้อนในทะเลบ่อยครั้ง
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจClimate
โฆษณา