Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
27 ม.ค. เวลา 00:40 • ประวัติศาสตร์
ทหารไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก
"ปะทะปังถอนกรูด คือทหารเวียดนามใต้ ปะทะแล้ว ถอยพลางสู้พลาง คือ ทหาร เกาหลีใต้ ปะทะแล้วถอยทันที จากนั้นหวนกลับเข้าตี คือทหารอเมริกัน ปะทะไม่มีถอย ฮึดสู้ลูกเดียว 'ทหารไทย' ”
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในสงครามเวียดนามถ้าท่านใดจำกันได้ กองทัพไทยเคยส่งทหารไปช่วยชาติสัมพันธมิตรทั้ง สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และเวียดนามใต้ ในการต่อสู้กับทหารเวียดนามเหนือ แซปเปอร์ และเวียดกง เรื่องราวของพวกเขาเป็นเรื่องราวที่ใครๆได้ยินแล้วเกิดจิตใจรักชาติรักแผ่นดินอยู่ไม่น้อย นี่ไม่ใช่นิยายที่สร้างขึ้น นี่คือเรื่องจริงจากสงครามเวียดนาม
ประโยคที่ว่าทหารไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้างที่ลอยลอย แต่มีรากฐานมาจากวีรกรรมในสนามรบจริง โดยเฉพาะในสงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นที่มาของฉายาอันน่าสะพรึงกลัวอย่าง "นักรบทหารผี" ที่ข้าศึกต่างเกรงใจจนไม่กล้าปะทะ ในช่วงสงครามเวียดนาม กองทัพเวียดนามเหนือถึงกับต้องออกคำเตือนแก่ทหารของตนทุกหน่วยว่า ทหารอเมริกันจะหยุดยิงเป็นระยะ พวกเขามีเครื่องบินและมีปืนใหญ่สนับสนุน ทหารเวียดนามใต้มักจะหมอบหรือคลานต่ำเมื่อมีการปะทะ ทหารลาว มักจะอยู่กับที่และไม่เคลื่อนไหว
แต่หากปะทะกับศัตรูที่ยิงไม่ตาย หรือ ยิงไม่เข้า ไม่รู้จักหยุดยิง ไม่รู้จักถอย และเอาแต่วิ่งเข้าใส่ ให้ระวังไว้ว่านั่นคือทหารไทย ฉายานี้เกิดจากความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและการต่อสู้อย่างถวายหัวของทหารไทยที่แม้จะถูกระดมยิงอย่างหนักแต่ยังคงบุกทะลวงไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ ความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังมีบทบาทสำคัญอย่างมากในกองทัพไทย
เครื่องแบบทหารเวียดนามใต้ยุคสงครามเย็น
โดยเฉพาะในยุคสงครามอินโดจีน สงครามเกาหลีหรือกระทั่งสงครามเวียดนาม ที่มาของฉายาทหารผีมาจากมีอยู่วันหนึ่ง 4 เกจิอาจารย์ชื่อดัง ผู้ปลุกเสกเครื่องรางจนเป็นที่โจดขาน ได้แก่ หลวงพ่อโอภาสี หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบาและหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก พิธีกรรมนี้ถือว่าจัดอย่างยิ่งใหญ่ระดับชาติ
มีการจัดพิธีปลุกเสกครั้งยิ่งใหญ่ที่วัดบวรนิเวศวิหารตั้งแต่เย็นถึงรุ่งเช้า ท่ามกลางเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เช่น เสียงกรีดร้องโหยหวนรอบทิศโดยที่ไม่เห็ยนว่าใครคือเจ้าของเสียง และปรากฏเงาวิญญาณนับพันมาปรากฏตัวในบริเวณวัด ทหารที่ได้รับเครื่องรางของขลังเหล่านี้จะไปฝึกที่จังหวัดกาญจณบุรี เนื่องจากที่นี่มีสภาพแวดล้อมทั้งป่าไม้และภูเขาคล้ายคลึงกับที่ประเทศเวียดนาม โดยมีทหารอเมริกันและทหารไทยเป็นครูฝึกให้
เมื่อฝึกเสร็จแล้วจึงออกเดินทางด้วยเรือไปยังไซ่ง่อน เวียดนามใต้ (ปัจจุบันใช้ชื่อว่าโฮจิมินห์ซิตี้) หนึ่งในเหตุการณ์ที่ตอกย้ำความเก่งกาจคือ สมรภูมิบ้านฟุกโถ ซึ่งหน่วยทหารจงอางศึกของกองทัพบกไทยที่มีกำลังเพียง 1 กองร้อย ต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังเวียดกงที่มีจำนวนมากกว่าถึง 5 ต่อ 1 กล่าวคือมีฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนประมาณ 700 คน ผลปรากฏว่าในสมรภูมิอันดุเดือดนี้ทหารไทยสามารถสังหารข้าศึกได้กว่า 200 คน และยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก
ทหารเวียดนามใต้ใช้ยุทธวิธีแบบโลกเสรี ในขณะที่ทหารเวียดนามเหนือใช้ยุทธวิธีแบบโซเวียต
จนเป็นที่ยอมรับในหมู่ทหารพันธมิตรทั้งสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ว่าทหารไทยมีการรบที่ยอดเยี่ยมที่สุด มาถึงตรงนี้ขออธิบายเพิ่มเติม สำหรับกองกำลังทหารเวียดกงที่ทุกท่านเคยเห็นในหนังสงครามเวียดนามหรือในหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามนั้นกองกำลังติดอาวุธกึ่งทหารที่เคลื่อนไหวในเวียดนามใต้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเวียดนามเหนือเพื่อทำสงครามกองโจรและบั่นทอนอำนาจของรัฐบาลเวียดนามใต้ที่สนับสนุนโดยสหรัฐอเมริกา
เวียดกงเป็น ทหารชาวบ้าน หรือกองกำลังกึ่งทหารที่แต่งกายเหมือนชาวนาทั่วไป ไม่มีเครื่องแบบเป็นทางการ แต่ติดอาวุธทันสมัยอย่าง AK-47 และจรวด RPG ก่อนหน้านี้ทหารเวียดกงใช้ยุทธวิธี "เกาะติดแบบจับสายเข็มขัด" (Clinging to the Belt) เพื่อป้องกันการถูกโจมตีด้วยปืนใหญ่และเครื่องบินทิ้งระเบิดที่แม่นยำของสหรัฐฯ
เวียดกงจะใช้การรบในระยะประชิด ไม่เกิน 50 หลา เพื่อให้ฝ่ายสหรัฐฯ ไม่กล้าสั่งโจมตีทางอากาศเพราะเกรงว่าจะโดนพวกเดียวกันเอง นอกจากนี้ก็มีการใช้เครือข่ายอุโมงค์ พวกเขาสร้างอุโมงค์ที่ซับซ้อน เพื่อใช้เป็นฐายที่มั่นทางทหาร กองบัญชาการ และโรงพยาบาลสนาม อีกทั้งมีการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการขุดและปิดบังปากทางเข้าหมู่บ้านจนทหารสหรัฐฯหาทางกำจัดยาก แต่สุดท้ายกลับต้องพ่ายแพ้ให้ทหารไทยไป
เครื่องแบบลายพรางอีกแบบของทหารเวียดนามใต้
เมื่อทหารเวียดนามเหนือรู้ตัวว่ายุทธวิธีที่ผ่านมาทำให้ฝ่ายตัวเองเสียเปรียบ ทหารเวียดนามเหนือจึงส่งหน่วยแซปเปอร์ "SAPPER" หรือที่รู้จักในนามหน่วยทหารช่างจู่โจมที่ 21 ของกองทัพเวียดนามเหนือ แล้วพวกเขาเป็นใคร มาจากไหน ว่ากันว่าพวกเขาคือหน่วยรบพิเศษที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมและเก่งกาจที่สุดในกองทัพเวียดนามเหนือ
บทบาทหน้าที่ของทหารหน่วยนี้เป็นหน่วยกล้าตายที่จะเปิดการโจมตีเป็นหน่วยแรก มีหน้าที่ตัดลวดหนามและเคลียร์ทางเพื่อให้ทหารราบหนุนเนื่องเข้าไป สำหรับเอกลักษณ์การแต่งกายพวกเขามักสวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว ไม่สวมเสื้อ เพราะเวลาบุกทะลวงผ่านลวดหนาม เสื้อผ้าอาจจะเกี่ยวทำให้ไม่สะดวก แต่ถ้าเป็นผิวหนังเมื่อถูกเกี่ยวจะขาดไปเลย ซึ่งคล่องตัวกว่าในการปฏิบัติงาน
แซปเปอร์ถูกขนานนามว่าเป็นพวกที่ยิงไม่ตาย เนื่องจากมีการอัดมอร์ฟีนก่อนเข้ารบ ทำให้เมื่อถูกยิงล้มลงแล้วยังสามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ราวกับผี สิ่งที่ทำให้ทหารไทยและทหารชาติสัมพันธมิตรเสียเปรียบในการรบนั่นคือกองกำลังเวียดกงและแซปเปอร์ใช้ยุทธวิธีกองโจร ในตอนกลางวันข้าศึกจะปะปนอยู่กับชาวบ้าน ทำไร่ทำนาปกติ แต่พอตกกลางคืนจะนำอาวุธที่ซ่อนไว้ในหมู่บ้านออกมาซุ่มโจมตี
ทหารไทยที่ไปรบในสงครามเวียดนาม (ภาพจริง)
ไม่เพียงเท่านี้พวกเขามีความชำนาญในการใช้ภูมิประเทศ เชี่ยวชาญการใช้ อุโมงค์ เพื่อซ่อนตัวจากการตรวจค้นในตอนกลางวัน หรือขุดอุโมงค์ไปโผล่ใกล้กับฐานที่มั่นของศัตรูเพื่อโจมตีสายฟ้าแลบ เน้นการซุ่มโจมตีและการลอบเร้นในพื้นที่ป่าไม้
ด้วยความที่ป่าไม้ในเวียดนามนั้นมีความซับซ้อนจนทหารฝ่ายสัมพันธมิตรไม่คุ้นชิน ทหารเวียดนามเหนือรวมถึงแซปเปอร์จึงใช้กำลังน้อยกว่าเข้าโจมตีกำลังที่มากกว่า พร้อมทั้งวางกับดักไว้มากมาย ซึ่งยุทธวิธีเช่นนี้ทหารกัมพูชาก็นำมาใช้ในการปะทะกับทหารไทยในการรบที่ผ่านมา ดังที่ทุกท่านได้เห็นข่าวไปแล้ว
สิ่งที่ทำใหทหารต่างชาติรวมถึงลูกหลานทหารหาญในสงครามเวียดนามต่างพากันอึ้งนั่นคือ ทหารผีของไทยสามารถสยบหน่วยรบที่ "ยิงไม่ตาย" นี้ได้ด้วยกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและจิตใจที่เด็ดเดี่ยว ทำให้เราต้องใช้บทเรียนจากการรบที่ผ่านมาจนยุทธวิธีใหม่ๆติดตัว เปรียบเสมือนมีวัคซีนชนิดใหม่ใช้สำหรับรักษารักษาโรคระบาด ทหารไทยค้นพบว่าแม้ทหารข้าศึกคือฝ่ายเวียดนามจะฉีดมอร์ฟีนจนโดนยิงที่ตัวแล้วไม่เจ็บ แต่หาก ยิงที่ศีรษะ ข้าศึกจะเสียชีวิตทันที แผนการรบจึงเน้นไปที่การยิงเจาะกะโหลกเป็นหลัก
เครื่องแบบทหารเวียดนามใต้ก่อนไซ่ง่อนแตก
ชุดลาดตระเวนจะออกล่าตอนกลางคืน ในยุทธวิธีนี้ทหารไทยเปลี่ยนจากฝ่ายตั้งรับเป็นฝ่ายรุก โดยจัดชุดเล็กประมาณ 5-6 นาย ออกล่าในตอนกลางคืนเพื่อรอบโจมตีหน่วยแซปเปอร์ในขณะที่พวกนั้นกำลังจะออกมาปฏิบัติการ ในการซุ่มโจมตีตอนกลางคืน ทหารไทยมักใช้ มีดสปาต้าและขวาน แทนการใช้ปืน M16 และปืนพกสั้น เพื่อไม่ให้ส่งเสียงดังหรือเห็นแสงจากปลายกระบอกปืนจนข้าศึกรู้ตัวโดยมุ่งเป้าโจมตีไปที่ศีรษะเช่นกัน
แม้จะมีหลักฐานออกมายืนยันว่าหลังจากที่แซปเปอร์ถูกจัดการาบคาบ นั่นยังไม่ใช่จุดสิ้นของอำนาจทางการทหารเวียดนามเหนือ พวกเขายังมีแผนการยิ่งใหญ่กว่านั่นคือการสถาปนาภูมิภาคอินโดจีนให้เป็นดินแดนสังคมนิยมเต็มตัว แต่ในที่สุดทหารเวียดนามกลับต้องสิ้นอำนาจทางการทหารลงเมื่อจีนเข้ามาทำสงคราม จนไม่สามารถที่ครอบครองประเทศไทยได้สำเร็จเพราะพลเอกชวลิต ยงใจยุทธไปเจรจากับจีนให้ส่งทหารมาสู้จนเป็นสงครามสั่งสอน
ทำให้ต่อมาในช่วงปลายยุค 80 เวียดนามต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและความเห็นต่างของคนรุ่นใหม่ในประเทศ พวกเขาจึงต้องเลิกเป็นศัตรูกับไทยและอเมริกา จนกลายมาเป็นพันธมิตรแทน
แม้สงครามเวียดนามจะจบไปแล้ว วีรกรรมของทหารกล้าเหล่านี้ยังคงถูกจารึกไว้ไปชั่วลูกชั่วหลาน เปรียบเสมือนกับการถ่ายรูปด้วยการใช้กล้อง เมื่อกดไปแล้วรูปนั้นไม่ได้อยู่แค่ในกล้องแต่มันจะยังอยู่ในความทรงจำเรื่อยไป นี่ไม่ใช่เเค่นิยายสงคราม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องแต่งเพื่อความบันเทิง นี่ไม่ใช่ตำนานแค่ยุคสงครามเย็น นี่คือ "ทหารผี" เรื่องจริงทางประวัติศาสตร์ไทย สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
นัด ปากเกร็ดพระเครื่อง หลวงปู่ทิมวัดละหารไร่และพระเกจิทุกภาค
Yew Sitthiphom
r/MilitaryPorn
New Nguyen
Thanatip Sri
History World
คุณโชติพงษ์ รักแก้ว แฟนพันธุ์แท้สงครามเวียดนาม อาจารย์ยอด
saniroj thumayos
Mind for Survival
คิมูจี้จจ จำใบ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
ทหาร
สงคราม
ประวัติศาสตร์
บันทึก
3
1
3
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย