AI Orchestration เข้ามา บังคับ ให้องค์กรต้องเผชิญว่า “จริง ๆ แล้ว ใครควรเป็นคนตัดสินใจตรงนี้ และใครควรรับผิดชอบผลลัพธ์?”
เพราะเมื่อมี AI เข้ามาช่วยทำงานแทนมนุษย์ในหลายขั้นตอน ความคลุมเครือแบบเดิมจะยิ่งเห็นชัดขึ้นทันที เช่น
* ถ้า AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้ภายในไม่กี่นาที แต่การตัดสินใจยังต้องรอการอนุมัติหลายสัปดาห์ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI แต่อยู่ที่ ระบบการตัดสินใจขององค์กร
* ถ้า AI แนะนำแนวทางที่ชัดเจน แต่ไม่มีใครกล้ากดปุ่มตัดสินใจ เพราะกลัวความผิดพลาด นั่นคือสัญญาณว่าองค์กรยังไม่พร้อมรับผิดชอบ Outcome อย่างแท้จริง
หากองค์กรยังใช้ความซับซ้อนเป็นข้ออ้างในการชะลอการตัดสินใจ AI จะไม่ได้ช่วยลดปัญหา แต่จะ ขยายความไร้ประสิทธิภาพนั้นให้ชัดและเจ็บขึ้น เพราะทุกวินาทีที่ AI ทำงานได้เร็วกว่าองค์กรตัดสินใจ นั่นคือช่องว่างที่คู่แข่งสามารถแซงได้ทันที
====
4) Design คือ “เกราะป้องกันสุดท้าย” ของ Product
เมื่อ AI ทำให้ใครๆ ก็สามารถสร้าง UX ที่ “ดูดีพอใช้ได้” ภายในไม่กี่นาที ความได้เปรียบจึงไม่อยู่ที่ความสวยงามอีกต่อไป แต่ขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับที่ลึกกว่า นั่นคือ รสนิยม (Taste) จุดยืน (Point of View) และความสม่ำเสมอของประสบการณ์ทั้งระบบ