27 ม.ค. เวลา 08:19 • ข่าวรอบโลก

ทรัมป์ยังเคียงข้างปูติน สงครามอันยาวนานของปูตินทำให้รัสเซียสะเทือน?

เกี่ยวกับหัวข้อบทความนี้ มาดูที่สรุปเนื้อหาจากพอดแคสต์ของ The Atlantic เมื่อ 22 มกราคม 2026 โดยเป็นการให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นของ ฟิโอนา ฮิลล์ ซึ่งเธอเป็นอดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศให้กับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอย่าง บุชคนลูก กับ โอบามา มาก่อน และอยู่ในสภาด้านหน่วยข่าวกรองและนักวิเคราะห์ที่เน้นทางไปรัสเซียและยุโรป ทางเพจสรุปเนื้อหามาไว้ตามนี้ [1]
“เขาต้องการโลกที่อำนาจคือความชอบธรรมถูกต้อง โลกที่เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอิทธิพลระหว่างผู้นำที่แข็งแกร่ง และในแง่ผิวเผิน ดูเหมือนว่านี่คือสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่” ฟิโอนา ฮิลล์กล่าวถึงระเบียบโลกที่ปูตินปรารถนา
เกี่ยวกับการบุกยูเครน ฮิลล์เรียกมันว่า “ความผิดพลาดครั้งใหญ่ (ของปูติน)… เขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง… เขาไม่ได้ตั้งใจให้ยืดเยื้อนานกว่าที่สหภาพโซเวียตกำลังต่อสู้กับนาซีเยอรมนี (ซึ่งตอนนี้นานกว่าแล้ว)… มันควรจะเป็นแค่ ‘ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร’ (ที่ปูตินเรียก)”
อย่างไรก็ตามเธอเน้นย้ำถึงความสามารถในการเอาตัวรอดในระยะยาวของปูติน “เขาเป็นคนที่อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้เอาตัวรอดและผู้เตรียมพร้อม… เขาเดิมพันไว้กับการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำในทำเนียบขาว เขาคาดหวังที่สามารถเอาตัวรอดได้… แม้จะสูญเสียไปมาก… คนอื่นที่เล่นงานเขาก็จะยอมแพ้ไปเอง นั่นคือการเดิมพันของเขา”
เกี่ยวกับการพึ่งพาจีนของรัสเซีย ฮิลล์เตือนว่า “การที่รัสเซียกำลังจะกลายเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจของจีนดูเหมือนจะมีอัตราเร่งตัวขึ้น” เธอกล่าวเสริมว่าหลังสงคราม (ยูเครน) “มีแนวโน้มมากขึ้นที่ (รัสเซีย) จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของจีน… มากกว่าที่เป็นอยู่แล้วเสียอีก”
เมื่อมองไปข้างหน้า เธอแย้งว่าความทะเยอทะยานของรัสเซียที่จะเป็นมหาอำนาจนั้นถึงคราวล่มสลายแล้ว “ไม่คิดว่ารัสเซียเป็นมหาอำนาจอีกต่อไป และแน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้คิดว่ารัสเซียเป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจ” และภายในปี 2036 “เราจะมีมหาอำนาจสองประเทศ คือ สหรัฐอเมริกาและจีน… รัสเซียอยู่จุดไหน? อาจจะอยู่กับญี่ปุ่นและอังกฤษ… ผิดกับอินเดีย (ที่ผงาดขึ้น) ไม่ต้องพูดถึงจีนหรือสหรัฐอเมริกา ในแบบที่ปูตินจินตนาการไว้ตอนที่เริ่มสงครามยูเครน”
ฮิลล์ยังเน้นย้ำว่าทรัมป์มองรัสเซียผิดผ่านมุมมองของสงครามเย็น “เขาพูดหลายครั้งเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนว่ารัสเซียเป็นเพียงมหาอำนาจ เขาคิดเหมือนที่ปูตินคิด” เธอว่าแบบนั้น แม้ว่า “รัสเซียเคยอยู่ในกลุ่มมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ” ก่อนยึดไครเมีย แต่หลังจากสงครามและการคว่ำบาตรหลายปี “นั่นไม่น่าจะเป็นสถานะของรัสเซียอีกต่อไปแล้วในตอนนี้”
เครดิตภาพ: Asia Scotland Institute
มาต่อกันที่บทความอีกอันหนึ่งจาก ซีมัวร์ เฮิร์ช สื่อมวลชนอาวุโสชื่อดังของอเมริกาที่เปิดโปงเบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญในอดีตและปัจจุบันอย่างที่โดดเด่นก็เรื่องสงครามเวียดนามกับเหตุระเบิดท่อก๊าซสายสำคัญใต้ทะเลที่เชื่อมระหว่างรัสเซียกับยุโรป ถ้าใครติดตามอ่านบทความของเขาจะรู้ว่าเขาค่อนข้างเชียร์รัสเซียอยู่ไม่น้อย และไม่ค่อยถูกกับฝ่ายเดม
มาตอนนี้บทความล่าสุดโทนของเขาก็เริ่มอ่อนลงจนถึงพลิกขั้ว และถึงขนาดนักวิเคราะห์อเมริกันสายทหารโปรรัสเซียออกมาแย้งกับความคิดของเขากันเลย
บทความล่าสุดของเขาที่ชื่อว่า “Putin’s Long War” ขึ้นมาก็จ่อหัวประมาณว่า สงครามของรัสเซียกับยูเครนยืดเยื้อมานานกว่าสงครามกับนาซีเยอรมนีแล้ว และเศรษฐกิจของรัสเซียก็กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื้อหาบทความของเฮิร์ชทางเพจสรุปมาตามนี้ [2]
1
บางส่วนในหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ เริ่มมีความสิ้นหวังและความโกรธกำลังเพิ่มขึ้นต่อการที่ “ปูติน” ปฏิเสธที่จะยุติสงครามกับยูเครน ปูตินกำลังปวดหัวกับปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในประเทศ และกำลังเพิกเฉยต่อเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงที่กำลังไม่พอใจ เพื่ออะไรกัน?
ธุรกิจต่างๆ กำลังล้มละลายและร้านค้าในรัสเซียกำลังปิดตัวลง ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ในมอสโกและทั่วรัสเซีย ในสหรัฐเองมีซุบซิบถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำระดับสูง เจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ ซึ่งมองปูตินด้วยความเคารพอย่างไม่เต็มใจมานานหลายปีในด้านสติปัญญาและความพยายามรักษาอำนาจของตน กำลังสงสัยว่าทำไมปูตินจึงยังคงทำสงครามต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความวุ่นวายทางเศรษฐกิจและการเรียกร้องให้มีผู้นำคนใหม่
งงที่ว่า ปูตินปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ (ภายใต้ทรัมป์) แต่ถูกยูเครนคัดค้านอย่างรุนแรง ข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้รัสเซียสามารถควบคุมดินแดนยูเครนที่ยึดครองได้จากการสู้รบอย่างดุเดือดจนถึงมกราคม
เฮิร์ชเล่าให้ฟังจากปากคนวงในว่า “สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะยืดเยื้อยาวนานกว่าสงครามกับเยอรมนีเสียอีก ในปี 1945 พวกเขาอยู่ในเบอร์ลิน แต่ภายในปี 2026 พวกเขาจะไม่สามารถควบคุมโดเนตสก์ได้ด้วยซ้ำ” ซึ่งเป็นแคว้นทางตะวันออกของยูเครนที่มีประชากรพูดภาษารัสเซียจำนวนมากและติดกับชายแดนรัสเซียอีกต่างหาก
ตอนนี้ปูตินกำลังเผชิญกับความไม่สงบภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ชาวรัสเซียต่อต้านสงครามมากกว่าสนับสนุน กองทัพกำลังสูญเสียเกียรติภูมิ รายได้จากน้ำมันและก๊าซของประเทศลดลง 22% และไม่มีทางที่จะกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเพื่อใช้เป็นทุนในการทำสงครามกับยูเครนได้
“ปูตินรู้ว่าการวางแผนในห้องลับของเครมลินคือการปฏิวัติ” วงในบอกเฮิร์ช โดยอ้างคำพูดของพลเอกวาเลรี เกราซิมอฟ เสนาธิการทหารสูงสุดของรัสเซียว่า “ผมไม่มีกองทัพอีกต่อไปแล้ว รถถังและยานเกราะของผมกลายเป็นเศษเหล็ก ลำกล้องปืนใหญ่ของผมสึกหรอ เสบียงของผมมาไม่สม่ำเสมอ นายทหารชั้นประทวนและนายทหารระดับกลางของผมตายหมดแล้ว และทหารของผมก็เป็นอดีตนักโทษ” เฮิร์ชบอกว่าไม่เคยมีแหล่งข่าวใดอนุญาตให้ผมอ้างคำพูดของนายพลอาวุโสของรัสเซียในประเด็นที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้มาก่อน
เครดิตภาพ: AFP
ทำไมครั้งนี้จึงแตกต่างออกไป “ปูตินตระหนักได้เมื่อต้นปีที่แล้วว่าการบุกยูเครนได้หยุดชะงักลง และเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์ใหม่ คือเล่นงานที่พลเมืองแทน ซึ่งเขาเชื่อว่าจะนำไปสู่ความสิ้นหวัง ความทุกข์ทรมาน และขวัญกำลังใจที่ตกต่ำ บังคับให้ประชาชนยูเครนยอมรับเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อรัสเซีย นำมาซึ่งการยอมจำนนของกองทัพยูเครนและต่อต้านรัฐบาลยูเครน (ภายใต้เซเลนสกี)”
“แต่มันไม่ได้ผล และมันก็จะไม่ได้ผล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม ชาวยูเครนกำลังต่อสู้หนักขึ้นและด้วยความมุ่งมั่นที่มากขึ้น”
ตะวันตกได้ข้อสรุปเดียวกันเกี่ยวกับภาวะชะงักงันนี้ และกำลังพยายามบ่อนทำลายความมุ่งมั่นภายในของปูติน ไม่ใช่ด้วยการโจมตีทางทหาร แต่ด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อทั้งชนชั้นนำและประชาชนโดยรวม มันได้ผล การครองชีพคนรัสเซียลำบากขึ้น ในขณะที่ภาษี การโดดเดี่ยว และความสูญเสียกำลังเพิ่มสูงขึ้น ความผิดหวังและความไม่พอใจกำลังเพิ่มขึ้น เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมารัสเซียได้ปิดกั้นบริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือทั่วประเทศ
สาระสำคัญของเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือ ปูตินกำลังขุดหลุมแห่งความรุนแรงในประเทศและเดิมพันในตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา และหลุมนั้นก็ลึกขึ้นเรื่อยๆ
ไม่มีผู้ชนะในสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างรัสเซียและยูเครน มีแต่ผู้แพ้ขึ้นอยู่ว่ามากหรือน้อยในแต่ละฝ่าย แม้จะประกาศอย่างกล้าหาญหลายครั้งเกี่ยวกับการยุติสงครามในเร็ววันในช่วงต้นวาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีลำดับความสำคัญอื่นเข้ามาแล้ว
อ้างอิงบทความของเฮิร์ชที่ชื่อว่า Putin’s Long War ตามลิงก์ด้านล่างนี้
เรียบเรียงโดย Right Style
27th Jan 2026
  • อ้างอิง:
<เครดิตภาพปก: The Economist>
โฆษณา