วันที่สองของทริปเรียกว่าโหดเลย เราต้องตื่นกันตั้งแต่ตี 03.30 เพื่อไปขึ้นรถเวลา 04.15 😴 และออกเดินทางไปยัง Watarrka National Park ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Kings Canyon เพื่อไปเดินเทรลกัน สาเหตุที่ต้องตื่นกันแต่ไก่โห่ขนาดนี้เพราะสถานที่ที่เราจะไปมันอยู่ห่างจากที่พักเราถึง 3.30 ชม. แน่ะ
ทัวร์นี้เราจองผ่านเวปของโรงแรม เป็นทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับของบริษัท AAT Kings ชื่อ Kings Canyon & Outback Panoramas โดยมีไฮไลต์คือการเดินเทรลบนเส้นทาง Kings Canyon Rim Walk ที่เป็นการเดินเลาะหน้าผาหินทรายชมวิวพาโนรามาแบบ 360 องศา และจะมีไกด์พาเราเดินพร้อมทั้งเล่าเรื่องภูมิประเทศให้เราฟังไปด้วย
จริงๆ ทัวร์นี้เค้าจะมีให้เลือก 2 เส้นทาง
★
Creek Walk จะเป็นการเดินเลาะลำธารด้านล่าง ทางเดินค่อนข้างราบเดินสบาย ผู้สูงอายุก็เดินได้ แต่จะไม่ได้เห็นวิวหน้าผาจากมุมสูง
★
Rim Walk จะเป็นการเดินวนบนขอบผา (Loop Trail) ระยะทางประมาณ 6 กม. และจะต้องมีการเดินขึ้นบันไดชันเป็นระยะๆ แต่ข้อดีคือเราจะได้เห็นวิวของ Kings Canyon แบบพาโนรามา และจะได้เข้าไปเห็น Garden of Eden อีกด้วย
และแน่นอนเราเลือกแบบ Creek Walk ...แต่ แต่ แต่ เพื่อนเราบอกว่าไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว เราควรเปิดประสบการณ์การเดินเทรลแบบขั้นสุดไปเลย เพราะฉะนั้นจอง Rim Walk เถอะ 😑 เก๊าะได้ ถือเป็นทัวร์วัดใจ (ที่จองทัวร์ไปทั้งหมด อันนี้คือโหดสุดละ) เป็นไงเป็นกัน เดินเทรลกลางทะเลทรายร้อนๆ ป้าคงไม่ถึงกับน็อคหรอกม้าง
หลังจากหลับมาซักพัก พอรถใกล้จะถึง Kings Creek Station ที่เราจะแวะกินอาหารเช้ากัน ไกด์ก็เดินเอาเอกสารมาให้คนที่เลือกเดิน Rim Walk เซ็น ห๊ะ…ต้องเซ็นเอกสารด้วยหรอ
ไกด์จะคอยถามตลอดตั้งแต่ช่วง 200 ขั้นแรกว่าไปไหวมั้ย? มีใครอยากเปลี่ยนใจมั้ย? และก็คอยถามอีกทีตอนขึ้นไปถึงช่วงที่ 2 ซึ่งจากตรงนี้ถ้าใครคิดว่าชั้นไม่น่าจะไหวก็ยังสามารถเดินกลับลงไปข้างล่างได้ เพราะไกด์ที่พาเดิน Creek Walk อีกคนจะคอย stand by อยู่ข้างล่างจนกว่าทุกคนจะขึ้นไปถึงข้างบน
และแล้วเราก็มาถึง Garden of Eden หรือสวนอีเดน อีกหนึ่งในไฮไลต์ของ Kings Canyon มันคือโอเอซิสธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่กลางแคนยอนนั่นเอง
Garden of Eden เกิดจากการกัดเซาะของน้ำในรอยแตกของหินทราย จนกลายเป็นแอ่งน้ำถาวรที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้เขียวชอุ่มและเกิดพันธ์ุไม้ต่างๆ มากมาย รวมถึงเป็นแหล่งน้ำสำคัญของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ด้วย
เรามาถึง South Wall หรือกำแพงด้านใต้ของ Kings Canyon แล้วค่ะ
จุดนี้จะเป็นแนวหน้าผาสูงชันที่เผยให้เห็นชั้นหินและความลึกของแคนยอนอย่างชัดเจน เป็นหนึ่งในมุมที่เห็นความยิ่งใหญ่ของ Kings Canyon ได้ดีที่สุดบนเส้นทาง Rim Walk เลย
หน้าผาฝั่งตรงข้ามคือ North Wall
จากจุดนี้เราก็ใกล้จบเส้นทางเดิน Rim Walk แล้วค่ะ
เย้…เดินจบแล้ว
เดินลงมาถึงข้างล่างก็เกือบเที่ยงพอดี แดดกำลังเปรี้ยงมากๆ หลังจากพักจนหายเหนื่อย พวกเราก็ขึ้นรถและเดินทางกลับไปยัง Kings Creek Station กันอีกครั้งเพื่อกินมื้อเที่ยง ซึ่งมื้อเที่ยงนี้จะไม่ได้รวมอยู่ในทริปเหมือนอาหารเช้า ต้องเตรียมไปเองหรือซื้อที่ร้านอาหารได้ค่ะ
หลังจากเสร็จมื้อเที่ยงเราก็มุ่งหน้ากลับที่พักกัน แต่ระหว่างทางไกด์จะพาเราแวะบริเวณที่เรียกว่า Salt Lake ที่อยู่บน Lake Amadeus (ทะเลสาบอามาดีอุส) กันก่อน
Salt Lake ก็ตรงตามชื่อเลยคือเป็นทะเลสาบเกลือขนาดใหญ่ที่เกิดจากการระเหยของน้ำในทะเลทราย
Salt Lake กินพื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเลย
น้ำฝนที่ไหลจากเทือกเขา Petermann จะไหลมารวมตัวกันที่นี่ในช่วงฤดูฝน หลังจากนั้นความร้อนจะทำให้น้ำระเหยออกจนเหลือแต่เปลือกเกลือสีขาวอย่างที่เราเห็น สีขาวของ Salt Lake ตัดกับสีแดงของทรายมันเลยดูสวยแปลกตาจนกลายเป็นจุดถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวไปเลย
ฝั่งตรงข้ามของ Salt Lake คือ Mount Conner ที่คนมักจะเข้าใจว่านี่คือ Uluru
นี่ Mount Conner นะ ไม่ใช่ Uluru
ความแตกต่างคือ Mount Conner จะเป็นภูเขายอดแบนราบเหมือนโต๊ะ ในขณะที่ Uluru จะมีลักษณะโค้งมน และตอนแดดจัดที่นี่จะเป็นสีม่วงน้ำตาล ไม่แดงสดแบบ Uluru