Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เล่าเรื่องการตลาด
•
ติดตาม
30 ม.ค. เวลา 07:38 • การตลาด
เซ็นทรัลกระบี่
"Beyond Thai Tea” เจาะกระแสชาไทย ปี 69
เป็นที่รู้กันดีว่า กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ครองใจคนทั่วโลกมายาวนาน สะท้อนจากมูลค่าตลาดโลกที่ทะยานขึ้นต่อเนื่อง อย่างในเมืองไทยเองมูลค่าขยับตัวขึ้นทุกปี ล่าสุดประเมินว่าปี 2568 อาจจะแตะระดับ 65,000 ล้านบาทเติบโตอีก 8.33% แต่ปีสำหรับ 2569 มีการมองกันว่า กาแฟอาจต้องแชร์พื้นที่ตลาดให้กับ“ชา”จากการที่กระแสร้านชาไทยที่ขยับตัวแรงขึ้นมาหลายปีต่อเนื่อง
คำถามตัวโตๆ ที่น่าพินิจพิเคราะห์กันต่อคือ ชาไทยจะสามารถไต่ระดับการเติบโตถึงขั้นเบียดส่วนแบ่งตลาดจาก“กาแฟ”ได้อย่างไร! บางกระแสปรามาสด้วยซ้ำว่า ชาเป็นแค่เทรนด์ที่มาแล้วผ่านไป ครั้งนี้จะลองประมวลกระแสชาไทยในมิติต่างๆ ผ่านมุมผู้บริโภคและการเคลื่อนตัวของธุรกิจร้านชาไทย Specialty ในช่วงที่ผ่านมา ดังนี้
1.ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านชาไทยคุณภาพสูงมีอัตราการเติบโตพุ่งถึง 205% แถมสถิติการสั่งผ่าน LINE MAN ปี 2567 ทะยานถึง 400,000 แก้ว ซึ่งถ้าเทียบกับปี2566 ถือว่าเติบโตสูงถึง 81% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยอมจ่ายในราคา 150 - 250 บาทต่อแก้ว ซึ่งเท่ากับว่ามูลค่าต่อแก้ว" (Average Ticket Size)ของชาปรับตัวขึ้นอย่างมาก
ปรากฏการณ์นี้น่าสนใจ ตรงที่ทำให้เห็นว่า ขาไทย ได้ยกระดับตัวเองจากการเป็นเครื่องดื่ม Commodity สู่การเป็น "วัฒนธรรมการบริโภคระดับพรีเมียม" (Craft Culture) อย่างเต็มรูปแบบแล้ว เปรีบบเทียบได้กับกรณีของร้านกาแฟระลอกที่สาม (Third Wave Coffee) เคยสร้างนำร่องไว้
2.หลายปัจจัยหนุนธุรกิจ ร้านชาไทย Specialty อาทิ
-การเปลี่ยนผ่านจาก "Trend" สู่ "Lifestyle"
ปี 2569 ภาพของชาไทย Specialty เปลี่ยนไป เพราะจะไม่ใช่แค่กระแสที่มาถ่ายรูปแล้วจบไป แต่คือ ตัวเลือกหลักเทียบเท่ากับ "กาแฟ Specialty" ที่มีกลุ่มลูกค้าประจำ (Loyalty) ที่แยกแยะความต่างและรสชาติของใบชาจากแต่ละแหล่งได้ชัดเจนขึ้น เช่นเดียวกับการเลือกเมล็ดกาแฟ
นอกจากนี้ยังสะท้อนได้จากการเติบโตของตลาดร้านชา Specialty ระดับบน (Premium Tier)ราคาต่อแก้วราว150–200 บาทขึ้นไป ที่กำลังขยายตัวไปพร้อมๆ กับความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้น เพราะเซ็กเมนต์นี้กลุ่มเป้าหมายไม่ได้มองหาแค่ “ชาที่อร่อย” แต่ต้องการประสบการณ์ที่คุ้มค่าทั้งคุณภาพวัตถุดิบ เรื่องราว ความพิถีพิถัน และความรู้สึกพิเศษ
ที่น่าสนใจมากขึ้นอีกคือเซกเม้นต์ระดับกลาง (Middle Tier) ราคาประมาณ 80 บาทไปจนถึง 100-120 บาทที่กำลังเป็นสนามแข่งขันที่ดุเดือดที่สุด และเมื่อความต้องการของผู้บริโภคซับซ้อนขึ้นและได้รับการตอบสนองที่สอดคล้องกันนี่เองทำให้ร้านชาไทย Specialty เปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Lifestyle ที่เริ่มมีผลต่อธุรกิจร้านกาแฟบ้างแล้วไม่มากก็น้อย
- อิทธิพลของ Soft Power และการท่องเที่ยว
คาดการณ์ว่าในปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาคึกคักและมองหา "Authentic Experience" ซึ่งชาไทยคือหนึ่งในเป้าหมายหลักที่นักท่องเที่ยวอยากหาประสบการณ์ จากเมื่อปี 2566 ที่ชาไทยได้รับการโหวตให้เป็น1 ใน 10 ของเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ดีที่สุดในโลกมาแล้ว ประกอบกับการเปิดร้านในรูปแบบ Flagship Store ในย่านท่องเที่ยวของผู้ประกอบการที่มีมากขึ้นจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติได้มหาศาล
-นวัตกรรมด้านสุขภาพ (Wellness Integration)
การเติบโตของชาไทยที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยสินค้ากลุ่ม Low-Calorie และ Functional Tea (เช่น ชาที่ช่วยเรื่องการนอนหลับ หรือการเผาผลาญ) ซึ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและกลุ่มคนรักสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แนะจับตาชาไทย Specialty ปี 69
ดังนี้แล้วภาพของธุรกิจชาไทย Specialty ในปี 2569 จึงไม่เพียงแต่จะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจากแรงซื้อของกลุ่มชนชั้นกลางที่มีพฤติกรรม "Selective Consumption" หรือการเลือกบริโภคเพื่อสะท้อนรสนิยมและสถานะทางสังคมเท่านั้น แต่ชาไทยจะถูกตีความใหม่ให้มีความซับซ้อนขึ้น
ผ่านกระบวนการทำที่พิถีพิถัน ทั้งการเบลนด์ใบชาจากดอยสูงในเชียงรายเข้ากับเทคนิคการคั่วแบบใหม่ๆ หรือการใช้เครื่องสกัดแรงดันสูงเพื่อให้ได้ "Tea Espresso" ที่เข้มข้นจนเกิดเป็นเลเยอร์ที่สวยงาม เพื่อดึงดูดทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มองหา Soft Power ของไทย และคนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์ใหม่นอกเหนือจากกาแฟ
แน่นอนว่าเราะจะได้เห็นร้านชาไทย Specialty ผุดขึ้นอีกมากในย่านธุรกิจสำคัญ (CBD) และห้างสรรพสินค้าหรู ด้วยภาพลักษณ์ที่สวยงาม มีการตกแต่งร้านเป็น Flagship Store เพื่อสร้างประสบการณ์ที่จับต้องได้ รวมถึงการแข่งขันในธุรกิจที่จะเข้มข้นและท้าทายมากขึ้นอีก
อย่างไรก็ตามมีการประเมินกันว่าตลาดชาไทย Specialty ปี 2569 มีโอกาสเติบโตขึ้นอีกประมาณ 12% - 15% ในแง่ของมูลค่าโดยมีแรงซื้อจากเฉพาะกลุ่ม (Niche Segment) เข้ามาขับเคลื่อนสำคัญ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค (GDP) ของไทยอาจจะโตเฉลี่ยที่ 1.7% - 2.0%ก็ตาม
การตลาด
ธุรกิจ
อาหาร
บันทึก
1
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย