2 ก.พ. เวลา 02:11 • ธุรกิจ

Mega Lifesciences บริษัทยาไทยที่มูลค่าสูงสุด ถอดรหัสความสำเร็จ

Mega Lifesciences ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จที่น่าจับตามองที่สุดของอุตสาหกรรมยาไทย บริษัทแห่งนี้ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง แต่ยังยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมยาไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลกอีกด้วย จากบริษัทที่ทุนจดทะเบียนไม่มาก กลายเป็นบริษัทยาที่ทรงอำนาจที่สุดบริษัทหนึ่งในภูมิภาค
Mega Lifesciences ก่อตั้งขึ้นในปี 1982 หรือ พ.ศ. 2525 เริ่มต้นธุรกิจด้วยการรับจ้างผลิตแคปซูลเจลาตินนิ่มสำหรับบรรจุผงยาและอาหารเสริม โดยเฉพาะกลุ่มสตรีและเด็กที่มีความจำเป็นต้องได้รับสารอาหารเสริม ความสำเร็จในประเทศไทยทำให้บริษัทมีความมั่นใจในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงทศวรรษ 1990
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ Mega Lifesciences คือการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากบริษัทผู้ผลิตยาทั่วไปมาเป็น "specialty pharmaceutical company" ที่มุ่งเน้นกลุ่มยาเฉพาะทาง โดยเฉพาะยาในกลุ่ม maternal health, vitamins and minerals, และยากลุ่มที่ไม่ต้องการใบสั่งแพทย์ (OTC) การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทสามารถสร้างความแตกต่างและหลีกเลี่ยงการแข่งขันโดยตรงกับบริษัทยาขนาดใหญ่
ในช่วงปี 2000 เป็นต้นมา Mega Lifesciences เริ่มขยายการดำเนินงานอย่างจริงจังในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเข้าไปตั้งบริษัทในประเทศต่างๆ เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า กัมพูชา ลาว และขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงแอฟริกาและละตินอเมริกา ปัจจุบันบริษัทมีการดำเนินงานในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และมีมูลค่ารวมกว่า 31,400 ล้านบาท
ปัจจัยสู่ความสำเร็จของ Mega Lifesciences มาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ
1. ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
Mega ทำทั้งยา (OTC/ethical) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสินค้า FMCG ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทำให้มีรายได้จากหลายช่องทาง ไม่พึ่งพารายได้จากสินค้าประเภทยาเพียงประเภทเดียว นอกจากจะสามารถกระจายความเสี่ยงแล้ว ยังช่วยให้ง่ายขึ้นหากบริษัทต้องการขยายการผลิตภัณฑ์หรือทำตลาดในผลิตภัณฑ์อื่นๆ
2. บุกตลาดต่างประเทศ
Mega ลงทุนในเครือข่ายการจัดจำหน่ายและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านใน ASEAN และตลาดเกิดใหม่ ซึ่งให้โอกาสการเติบโตที่มากกว่าตลาดไทยที่เริ่มอิ่มตัว การเข้าถึงลูกค้าต่างประเทศทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตของรายได้ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน ด้วยการวางตัวเป็น Generic brand ที่เข้าถึงได้ไม่ยาก และตอบโจทย์ทางการตลาดที่บริษัทยายักษ์ใหญ่ไม่สามารถทำได้ ทำให้ Mega สามารถทำตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคของเราได้ไม่ยาก
3. มาตรฐานสากล
โรงงานที่ได้รับการรับรองและเทคโนโลยีการผลิตที่ดี ช่วยให้ Mega สามารถผลิตทั้งสินค้าแบรนด์ของตนเองและรับจ้างผลิตให้บริษัทอื่น (contract manufacturing) ซึ่งเป็นช่องทางรายได้ที่มีกำไรและช่วยใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตอย่างเต็มที่
ซึ่งสะท้อนในมาร์จิ้นและสภาพคล่องที่ดีพอจะจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอ ซึ่งนักลงทุนมักให้ค่าตอบแทนเป็นมูลค่ากิจการสูงขึ้น
Mega สร้างระบบที่ผสมผสานการผลิตคุณภาพสูง การสร้างแบรนด์ และการขยายตลาดต่างประเทศอย่างมีแบบแผน สำหรับผู้ประกอบการยาในไทย สามารถวางตำแหน่งทางการตลาดของตนเองได้อย่างถูกต้อง นอกจากจะสามารถเป็นมหาอำนาจด้านยาในภูมิภาคแล้ว Mega ยังสามารถขยายกรอบสินค้าอื่นๆ โดยใช้ฐานตลาดเดิมที่มีอยู่ และทำกำไรจากหลากหลายผลิตภัณฑ์
คงจะน่ายินดีอย่างมากถ้าความสำเร็จของ Mega จะเป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรมยาไทย เข้มแข็งและกล้าที่จะขยายโอกาส ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมยาทั่วโลกเต็มไปด้วยความผันผวนและการเปลี่ยนแปลง
อ้างอิง
โฆษณา