2 ก.พ. เวลา 05:55 • การศึกษา

วิธีท่องจำด้วย SRS

เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถค่อย ๆ จดจำได้ยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ
เส้นโค้งการลืม
มาเริ่มกันที่ Hermann Ebbinghaus นักจิตวิทยาชาวเยอรมันได้ทำการทดลองจดจำคำที่มีอักษรปะปนมั่ว (เช่น xtg, nak เป็นต้น) เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อบันทึกว่า ความทรงจำของมนุษย์จะอยู่ได้ขนาดไหน เมื่อเวลาผ่านไป ผลที่ได้ก็จะเป็นไปตาม "เส้นโค้งการลืม" ดังภาพ
ทำให้สามารถกล่าวได้ว่า ความทรงจำของมนุษย์จะลดลงเร็วมาก ณ ช่วงแรก แล้วก็จะค่อย ๆ ลดช้าลง แต่สุดท้ายก็จะลู่เข้าไปที่การลืมทั้งหมด
เส้นโค้งการลืมที่มีการเว้นระยะ
ต่อมาอีกหลายปี Cepeda และคณะ ก็ได้ทำการทดลอง โดยครั้งนี้แทนที่จะจำจำเพียงครั้งเดียว พวกเขาเลือกทดลองที่จะจดจำเป็นระยะ ๆ เท่า ๆ กัน ผลที่ได้ก็จะเป็นตาม "เส้นโค้งการลืมที่มีการเว้นระยะ" ดังภาพ
ในช่วงแรกที่จำ ความทรงจำจะลดลงเร็วมาก แต่พอลองจำเป็นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ไปเรื่อย ๆ ความทรงจำจะค่อย ๆ ลดช้าลง และมันจะมีถึงจุดหนึ่งที่ความทรงจำจะไม่ลู่เข้าเป็นศูนย์ หรือก็คือจะไม่ลืมนั่นเอง
ถัดมาอีกช่วงเวลาหนึ่ง Roediger และ Karpicke ได้ทำการทดลองเรื่องความจำ โดยแทนที่จะใช้วิธีกลับไปดูคำตอบดั้งเดิม พวกเขาเลือกที่จะใช้วิธีพยายาม "นึก" สิ่งที่ได้จำลงไป ก่อนที่จะดูเฉลยในภายหลัง ผลการทดลองก็คือ "การนึก" สามารถช่วยให้เราสามารถจดจำได้มากขึ้น
Pimsleur ได้เสนอมาว่า การจัดทำเป็นตารางเวลาเพื่อนึกเนื้อหา จะช่วยทำให้ไม่ลืม แล้วก็ค่อยดูเฉลย อาทิ เมื่อเราจดจำสิ่งหนึ่งไปแล้ว ให้กลับมานึกเนื้อหาภายในระยะเวลาหนึ่ง ๆ อาทิ 1 วัน พร้อมกับดูเฉลยแล้วปรับแก้ ให้ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดนี้ที่สามารถจดจำเนื้อหาได้ทั้งหมด
ระบบ Leitner
และสุดท้ายก็ได้มีผู้คิดค้นวิธีการเรียนรู้เชิงปฏิบัติในลักษณะนั้นขึ้นมา เขาชื่อว่า Leitner เขาได้ทำสิ่งที่เรียกว่า "ระบบ Leitner" ขึ้นมา วิธีการท่องจำจะใช้วิธีแบ่งกล่องออกเป็น 3 กล่อง กล่องสำหรับเนื้อหาที่มีระดับความยากเป็น ยาก ปานกลาง และง่าย ตามลำดับ โดยเนื้อหาในแต่ละกล่องจะมีระยะเวลาที่ใช้ทวนต่างกัน ดังภาพ ซึ่งเนื้อหาที่ยาก จะมีจำนวนครั้งการทวนที่ถี่กว่าเนื้อหาที่ง่าย
ในตอนแรก เนื้อหาทุกอย่างจะถูกใส่ไปในกล่อง "ยาก" ถ้าเนื้อหาใดสามารถจดจำได้ ก็ให้ย้ายไปใส่ในกล่อง "ปานกลาง" ซึ่งความถี่ในการทวนเนื้อหาก็จะน้อยลง แต่ถ้ายังจำเนื้อหาไม่ได้ เนื้อหานั้นก็จะยังคงอยู่ในกล่อง "ยาก" และก็จะถูกทบทวนบ่อย
เนื้อหาในกล่อง "ปานกลาง" ถ้าหากก่อนเปิดดูจากในกล่อง สามารถนึกคำตอบได้ถูกต้อง ก็ให้นำเนื้อหานั้นไปใส่ในกล่อง "ง่าย" แล้วก็จะทบทวนด้วยความถี่น้อยลง แต่ถ้าหากนึกคำตอบได้ไม่ถูก ให้นำเนื้อหากลับไปใส่ในกล่อง "ยาก" ใหม่
เนื้อหาในกล่อง "ง่าย" ก็เช่นกัน ถ้าหากลืมเนื้อหา ก็ให้นำกลับไปใส่ในกล่อง "ปานกลาง" เพื่อเพิ่มความถี่ในการทบทวน ให้ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งมีจุดหนึ่งที่เราสามารถจดจำเนื้อหาได้ทั้งหมด
อ้างอิง:
"เส้นโค้งการลืม"
Ebbinghaus, H. (2013). [image] Memory: A Contribution to Experimental Psychology. Annals of neurosciences, 20(4), 155.
"เส้นโค้งการลืมที่มีการเว้นระยะ"
Cepeda, N. J., Pashler, H., Vul, E., Wixted, J. T., & Rohrer, D. (2006). Distributed practice in verbal recall tasks: A review and quantitative synthesis. Psychological bulletin, 132(3), 354.
"ผลกระทบจากการทดสอบ"
Roediger III, H. L., & Karpicke, J. D. (2006). Test-enhanced learning: Taking memory tests improves long-term retention. Psychological science, 17(3), 249-255.
"การนึกข้อมูลเป็นระยะแบบค่อยเป็นค่อยไป"
Pimsleur, P. (1967). A memory schedule. The Modern Language Journal, 51(2), 73-75.
"ระบบ Leitner"
Leitner, S. (1991). So lernt man lernen:[angewandte Lernpsychologie-ein Weg zum Erfolg]. Herder.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา