3 ก.พ. เวลา 05:57 • การเมือง

ฉากหน้าหวังสันติภาพ ฉากหลังหวังก่อสงคราม

“รบรอบ 3 คงใกล้แล้ว แต่คงไม่ใช่ช่วงเวลาก่อนเลือกตั้ง เพราะกัมพูชาคงเตรียมการไม่ทัน แต่ผมห่วงว่าหลังเลือกตั้ง คนที่มีอำนาจเหนือกองทัพ คือรัฐบาล และ สมช. ซึ่งมีสัดส่วนนักการเมืองมากกว่าทหาร มาสั่งการกองทัพอีกที หวังว่านักการเมืองที่กำลังจะเข้ามาคงศึกษาเรื่องความมั่นคงมาให้ดี“
พลโท กนก เนตระคเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2
“หากเกิดปะทะครั้งต่อไป กัมพูชาจะใช้ยุทธวิธีแบบกองโจร ไม่ไปเน้นพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เพราะกัมพูชารู้ว่าเสียเปรียบอำนาจกำลังรบ ซึ่งให้น้ำหนักไปที่พื้นที่อีสานใต้ที่เป็นป่าเขามากกว่า พื้นที่ราบทางตะวันออก เพราะกัมพูชาต้องเอาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งกลับคืนมา ”
พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
"เราจะทำ เราทำเพื่อพี่น้อง ประชาชน และทหารที่อยู่ แนว หน้าให้ปลอดภัย ทำไมเราถึง จะทำไม่ได้ ขอย้ำว่าเราจะทำ"
พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
“เสียดายที่คุณไปร่ำเรียนทหารถึงอเมริกา สามัญสำนึกของความเป็นมนุษยธรรม มันไม่เคยอยู่ในกมลสันดานของคุณเลยใช่ไหม ?"
"วันนี้คุณถึงทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์
หรือสามัญสำนึก ความไม่จริงใจ
ความคดโกงในอดีต มันอยู่เหนือมนุษยธรรม
ของคุณในวันนี้”
พลโทวันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย
"เราไม่อาจปล่อยให้ประชาชนกัมพูชาทนทุกข์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวไปตลอด"
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
ภาพ AI ที่อ้างว่าพลเอกสรัย ดึ๊กยังไม่ตาย
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ใครกันแน่ที่ปากบอกทำสงครามแต่โหยหาสันติภาพ ใครกันแน่ที่จงใจรังแกประเทศใหญ่อย่างไทย ใครกันแน่ที่กล้าทำให้ 2 ประเทศอาเซียนแตกคอกันเอง วันนี้ก็มีเรื่องร้อนแรงเกี่ยวกับประเทศกัมพูชามาเสิร์ฟให้ทุกท่านได้อ่านกัน ภายใต้แววตาและคำพูดที่โหยหาสันติภาพ ยังมีเบื้องลึกเบื้องหลัง​ีอาจ​เบื้องหลังที่อาจไม่รู้ คำพูดของฮุน มาเนตจงใจจะสื่อถึงการปะทะรอบ 3 หรือไม่ วันนี้เราจะไปติดตามกันครับ
วันที่ 2 กุมภาพันธ์พ.ศ.2569 ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนผู้พลัดถิ่นในจังหวัดพระวิหาร พร้อมกล่าวถ้อยแถลงยืนยันว่า กัมพูชาไม่มีเจตนาที่จะทำสงคราม และมุ่งมั่นที่จะรักษาพรมแดนให้สงบสุขเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตโดยไร้ความหวาดกลัว เขายังระบุด้วยว่าความขัดแย้งที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ได้คาดการณ์ไว้ และต้องการสร้างการหยุดยิงที่ถาวร
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้นำพูดถึงสันติภาพให้ชาวบ้านชนชาติเดียวกันได้ฟัง สถานการณ์เผาป่าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กลับทวีความรุนแรง โดยเฉพาะแถบช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งทหารกัมพูชาถูกตั้งข้อหาโดยฝ่ายความมั่นคงของไทยว่าจุดไฟเผาป่าและวัชพืชทั้งกลางวันและกลางคืน
ส่งผลให้ฝุ่นควันพัดเข้าสู่ฝั่งไทยอย่างหนัก ข้อมูลจากดาวเทียมยังยืนยันว่ากัมพูชามีจุดความร้อน หรือ Hotspot สูงถึง 1,283 จุด ซึ่งมากที่สุดในภูมิภาค ที่น่าสนใจคือ ฝ่ายกัมพูชากลับอ้างผ่านคลิปวิดีโอว่าทหารไทยเป็นผู้จุดไฟเผาป่าเสียเอง ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปั่นกระแสเพื่อโยนความผิดให้ฝ่ายไทย
การกลับมาของพลเอกสรัย ดึ๊ก อาจมีนัยว่าจะเกืดการปะทะรอบ 3
ในขณะที่ทั้ง 2 ประเทศพักการสู้รบและมีการเผาป่าตามแนวชายแดนอีสานใต้ ก็มีข่าวว่าทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาชายแดนถึงชายแดนไทย เมื่อดูจากการให้สัมภาษณ์ของทหารพราน อัมรินทร์ ขาวงาม อดีตทหารพรานค่ายปักธงชัยกับนักข่าวภาคสนามไทยรัฐทีวี
เขาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาลอบเข้ามาเหยียบพลุแฟลร์แจ้งเตือนในยามวิกาลว่า ไม่ใช่การขาดวินัยหรือเดินหลง แต่เป็นเจตนาลักลอบเข้ามาเพื่อวางระเบิดหรือทำภารกิจบางอย่าง เขาชี้ว่ากัมพูชายังคงใช้กลยุทธ์เดิมๆ ตั้งแต่ยุคสงครามเย็นคือการส่งคนเข้ามาสร้างเพื่อจงใจให้ทหารไทยหรือตชด.ไทยเกิดความสูญเสียใกล้แนวรบของไทย
พลโทกนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 มองว่าการยิง M79 เข้ามายังพื้นที่ภูผาเหล็กเป็นการยิงแหย่" เพื่อทดสอบการตอบโต้ของไทย พลโทกนกวิเคราะห์ว่ากัมพูชายังไม่พร้อมทำสงครามเต็มรูปแบบในขณะนี้ด้วยกำลังพลที่ถูกตัดทอนจากการใช้กำลังทางทหารของไทยในกานปะทะทั้ง 2 ครั้ง ทหารกัมพูชาจึงพยายามหาจุดอ่อนของทหารไทยที่ประจำการตามแนวชายแดนเพื่อโจมตีหวังผลด้านขวัญและกำลังใจ หากไทยไม่ตอบโต้ด้วยความเด็ดขาด ฝ่ายกัมพูชาก็จะยิ่งได้ใจและรุกคืบยึดพื้นที่สูงต่อไป
ปากบอกว่าไม่มีเจตนาที่จะก่อสงคราม แต่ภาพและข่าวมันฟ้องกองทัพไทยว่านายพลคนนี้ยังไม่ตาย เขาอาจเป็นหนึ่งในขุนพลที่พร้อมจะเข้าสู่การปะทะรอบ 3 นั่นคือพลเอกสรัย ดึ๊ก เขาเป็นนายทหารคนสนิทคู่ใจของฮุน เซน และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ของกัมพูชา ข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตของเขาเริ่มต้นขึ้นหลังจากการปะทะกันรอบแรกในช่วงเดือนกรกฎาคม
โดยมีกระแสข่าวระบุว่าเขาเสียชีวิตขณะไปตรวจแนวรบร่วมกับลูกน้องที่ประจำการในพื้นที่แนวหน้า แล้วถูกไข่การทิ้งระเบิดจากเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยลงใส่พอดี Top News ระบุว่าทางกัมพูชาพยายามปิดข่าวการเสียชีวิตนี้ เพราะเกรงว่าทหารกัมพูชาจะเสียขวัญและเสียหน้า เนื่องจากเขาเป็นขุนพลระดับมือขวาของฮุน เซน
มือขวาของฮุน เซน (ขวาสึดในภาพ)
ในช่วงที่เขาผู้เป็นนายพลคู่ใจฮุนเซนหายตัวไปนานกว่า 4 เดือน ฝ่ายไทยได้เผยแพร่ภาพความสำเร็จในการยึดพื้นที่ผ่านคลิปวีดิโอที่เผยแพร่ออกมาและการรายงานข่าวที่แม่นยำ แต่ฝ่ายกัมพูชาตอบโต้ว่าเป็นภาพ AI ในขณะเดียวกัน เมื่อทางกัมพูชาปล่อยภาพนายพลสรัยดึกออกมาเพื่อสยบข่าวลือ ชาวเน็ตและสื่อไทยบางส่วนก็ตั้งข้อสังเกตกลับว่าเป็น ภาพที่สร้างจาก AI เช่นกัน
หลังจากหายหน้าไปนานจนทหารเขมรเริ่มใจฝ่อ พลเอกสรัย ดึ๊ก ขุนพลมือขวาของเสด็จพ่อฮุน เซนได้เริ่มปรากฏตัวผ่านสื่อของกัมพูชาเพื่อยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ยังไม่ตายจากการปะทะในรอบแรก หลักฐานการมีอยู่ปรากฎให้เห็นตามลำดับเริ่มจากในเดือนพฤศจิกายน มีภาพถ่ายร่วมกับนายทหารระดับสูงในพื้นที่อุณหภูมิ 16 องศา และมีการโพสต์ระบุว่าเขายังแข็งแรงดี สบายดี และสุขภาพดี
เดือนธันวาคม ไปปรากฏตัวในงานมอบสิ่งของให้ครอบครัวทหารแนวหน้าในจังหวัดพระวิหาร และวันที่ 29 มกราคมพ.ศ.2569 เขาปรากฏตัวในมาดขึงขังที่ใต้เต้นท์ทหารสีน้ำเงิน นั่งประชุมวางแผนกับนายทหารอีก 5 นาย โดยบนโต๊ะมีแผนที่ทหาร ที่มีการมาร์คจุดสีแดงหลายจุด ซึ่งคาดว่าเป็นพื้นที่ในจังหวัดพระวิหาร
การกลับมาของพลเอกสรัยดึกไม่ใช่แค่การสยบข่าวลือเรื่องความตาย แต่เป็นการส่งสัญญาณสำคัญถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังเลือกตั้งไทย การที่เขาปรากฏตัวพร้อมแผนที่ทหารและสมุดบันทึกรับคำสั่ง บ่งบอกว่ากัมพูชาไม่ได้มองแค่เรื่องสันติภาพตามที่ฮุน มาเนตกล่าว แต่มีการเตรียมการวางกำลังหรือกำหนดพิกัดสำคัญในพื้นที่ป่าเขา
พลเอกสรัย ดึ๊กในพื้นที่ป่าแห่งหนึ่งของกัมพูชา
ก่อนหน้านี้ทางสื่อไทยมีบทวิเคราะห์ว่าเขาอาจจะได้รับบาดเจ็บหนักหรือป่วยในช่วงที่หายไป แต่การกลับมาคุมกองพลสนับสนุนที่ 3 ซึ่งเป็นหน่วยสำคัญในพื้นที่พระวิหารและช่องบก เป็นการเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดสำหรับรอบต่อๆ ไป หากมีการปะทะเกิดขึ้น
ความคิดเห็นส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำพูดของฮุน มาเน็ตยังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือในสถานการณ์ตึงเครียดช่วงนี้ เพราะในปัจจุบันทหารกัมพูชากำลัง suffer กับเรื่องของกำลังพลที่มีไม่เพียงพอในการทำสงครามครั้งใหม่ในช่วงก่อนหรือหลังเลือกตั้งที่จะมีขึ้นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภานี้ เมื่อไปฟังจากนักวิชาการหรืออดีตทหารหลายๆท่านก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าจะยังไม่มีการปะทะรอบใหม่เกิดขึ้น
ในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้เขียนก็มีความหวังอยู่ว่าทหารไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนและทหารกัมพูชาจะยังไม่มีการปะทะคารมใส่กันและกันเหมือนกับคลิปที่มีปรากฎตั้งแต่ช่วงก่อนการปะทะ ช่วงการปะทะ และช่วงหลังการปะทะ สิ่งที่น่ากลัวกว่าการทะเลาะวิวาทหรือการยั่วยุของทหารกัมพูชา นั่นคือหากมีทหารกัมพูชาจุดไฟเผาป่าต่อไป มันไม่ใช่แค่ผลกระทบโดยตรงในเรื่องสุขภาพหรือเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ แต่มันส่งผลต่อทหารและตชด.ฝั่งไทยที่ปฏิบัติภารกิจในแนวหน้า
ก่อนหน้าในการปะทะทั้ง 2 รอบ ไม่ได้โอกาสได้เห็นขีปนาวุธ PHL-03 ยิงจริง หรือว่าอาจเก็บไว้ใช้รอบ 3
เพราะหากเดินลาดตระเวนเข้าไปแล้วได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดซึ่งถูกไฟป่าเผาป่าจนเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง อาจทำให้ถึงขั้นบาดเจ็บได้ก่อนที่จะกลับมารบในการปะทะรอบ 3 พูดง่ายๆการจุดไฟเผาป่าจนทุ่นระเบิดเกิดการจุดชนวนขึ้นจากยุทธวิธีดังกล่าว เปรียบได้กับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ดังนั้นทหารหรือตชด.ไม่ได้รับผลกระทบจากควันที่บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น แต่ยังได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดซึ่งถูกไฟป่าลามจนสร้างความเสียหายใหญ่โตให้แก่นักรบไทย
ส่วนเรื่องพลเอกสรัย ดึ๊ก หากมีการปะทะรอบที่ 3 รอบที่ 4 รอบที่ 5 ข่าวนี้แม้จะออกมาในช่วงที่มีการหยุดยิง ยิ่งสร้างความไม่สบายใจให้ทหารไทยเป็นอย่างมาก การมาของเขากลับสร้างความเคียดแค้น โดยที่ทหารไทยทำอะไรไม่ได้ นี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือ นี่ไม่ใช่แค่ภาพ AI ที่ใครสร้างขึ้น นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น นี่คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของมือขวาฮุน เซน ที่สะเทือนถึงกองบัญชาการกองทัพไทยในขณะนี้
ปี 69 สิ่งที่ทหารไทยรอคอยไม่ใช่แค่การยึดคืนดินแดนเเล้วกัมพูชาจะไม่มีทางยึดคืนดินแดนกลับไปอีกเลย สิ่งที่ทำให้ทหารไทยหนักใจนั่นคือมือขวาของฮุน เซนกำลังจ้องจะวางแผนบุกไทยอีกครั้งด้วยอาวุธที่เหนือกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา แล้วทหารไทยจะรับมือได้อย่างไร นี่คือโจทย์ที่ยากกว่าข้อสอบ GAT PAT ยากกว่าข้อสอบ O-NET ยากกว่าข้อสอบนายร้อย เพราะฉะนั้นการมาถึงของชายคนนี้กำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่มาพร้อมกับประสบการณ์จากการรบทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา
รัศมี 140 กิโลเมตรของ PHL-03 สามารถทำลายกองบิน 1 โคราชได้ก่อนที่ F-16 กองทัพอากาศไทยจะขึ้นบินไปหย่อนไข่ใส่กัมพูชา
สงครามไทย-กัมพูชาได้ผ่านไปแล้วเป็นเวลา 1 เดือนกว่า แต่ด้วยคำพูดของผู้นำประเทศ การสร้างสถานการณ์และภาพข่าวนายพลที่รอดชีวิตสวนทางกันโดยสิ้นเชิง กองทัพไทยก็เตรียมความพร้อมทั้ง 3 เหล่าทัพ ทัพบก ทัพเรือ และทัพอากาศ หากมีสถานการณ์การปะทะรอบที่ 3 เกิดขึ้น แล้วรัฐบาลจะเด็ดขาดหรือไม่อย่างไร ก็รอติดตามกันต่อไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
ทักษิณ มาตราช
Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ
คณะขอบตาดำ พลังเงียบแห่งรัตติกาล
การทูตและการทหาร Military & Diplomacy
Army Armed Forces ยุทโธปกรณ์กองทัพ
PPTVHD36
Thairath TV
Top News
เรียบเรียงโดย : นักรบชายแดน
โฆษณา