4 ก.พ. เวลา 16:15 • การเกษตร

การผลิตปุ๋ยจาก เส้นผมและปัสสาวะ

เป็นแนวคิดที่โดดเด่นในด้านเกษตรอินทรีย์และเศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากเป็นการนำของเสียที่มักถูกมองข้ามกลับมาใช้เป็นแหล่งธาตุอาหารสำคัญสำหรับพืช โดยเฉพาะ ไนโตรเจน (N)
เหตุผลที่เลือกใช้เส้นผมและปัสสาวะ
• เส้นผม: มีส่วนประกอบของโปรตีน เคราติน (Keratin) สูง ซึ่งมีไนโตรเจนประมาณ 15–16% และยังมี กำมะถัน (Sulfur) ที่ช่วยส่งเสริมกลิ่นและรสชาติของพืช
• ปัสสาวะ: เป็นแหล่งไนโตรเจนในรูปยูเรียที่พืชดูดซึมได้รวดเร็ว ทั้งยังมีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมรวมอยู่ด้วย
กระบวนการผลิตและกลไกการย่อยสลาย
เนื่องจากเส้นผมย่อยสลายได้ยากตามธรรมชาติ การใช้ ปัสสาวะที่เก็บไว้นาน (Aged Urine) ซึ่งมีสภาวะเป็นด่างสูง (pH ประมาณ 9) จากการที่ยูเรียเปลี่ยนเป็นแอมโมเนีย จะช่วยเร่งการย่อยสลายโครงสร้างเคราตินให้เร็วขึ้น
ขั้นตอนการผลิต:
1. การเตรียม: ตัดเส้นผมให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิว และล้างคราบสารเคมีออกก่อน
2. การหมัก: นำเส้นผมใส่ถังปิดฝาแล้วเทปัสสาวะให้ท่วม หากต้องการเร่งปฏิกิริยาสามารถ เติมขี้เถ้าฟืน เพื่อปรับค่า pH ให้สูงขึ้นเป็น 9–10
3. ระยะเวลา: หมักทิ้งไว้ 2–4 สัปดาห์ โดยควรคนส่วนผสมสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
คุณค่าทางสารอาหาร
ปุ๋ยชนิดนี้อุดมด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วน ได้แก่:
• ธาตุอาหารหลัก: ไนโตรเจน (N) สูงที่สุดช่วยบำรุงใบและลำต้น, ฟอสฟอรัส (P) ช่วยพัฒนารากและดอก, โพแทสเซียม (K) เพิ่มความต้านทานโรค และ กำมะถัน (S) ช่วยสังเคราะห์กรดอะมิโน
• ธาตุอาหารรองและเสริม: เช่น แคลเซียม (Ca), แมกนีเซียม (Mg), สังกะสี (Zn), เหล็ก (Fe), และโบรอน (B)
• ลักษณะเด่น: มีอัตราส่วน NPK ใกล้เคียง 0.6–0.1–0.2 แต่จะมีความเข้มข้นของ N และ S เพิ่มขึ้นจากเส้นผม
การนำไปใช้งานและข้อควรระวัง
• การเจือจาง: เนื่องจากมีความเข้มข้นและค่า pH สูง ห้ามใช้โดยตรงกับโคนต้น ต้องเจือจางด้วยน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:10 หรือ 1:20 ก่อนนำไปรดดินรอบทรงพุ่ม
• ข้อควรระวังเรื่องความสะอาด: หากปัสสาวะมาจากผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะหรือมีโรคติดต่อ ควรเลี่ยงการใช้กับพืชผักที่กินสด
• กลิ่นและการสะสมของเกลือ: การหมักอาจมีกลิ่นแอมโมเนียแรง และปัสสาวะมีโซเดียม ซึ่งหากใช้ต่อเนื่องนานเกินไปอาจทำให้ ดินเค็ม จึงควรสลับใช้ปุ๋ยชนิดอื่นร่วมด้วย
• ประโยชน์เพิ่มเติม: เส้นผมที่ยังย่อยสลายไม่หมดสามารถนำไปผสมในกองปุ๋ยหมักแห้งเพื่อทำหน้าที่เป็นปุ๋ย Slow-release Nitrogen ที่ค่อยๆ ปล่อยธาตุอาหารได้นาน 6–12 เดือน
แอมโมเนียมจากปัสสาวะหมักจะสามารถย่อยสลายสารอินทรีย์ที่มีกำมะถันสูง (เช่น เส้นผม หรือขนสัตว์ ) ได้หรือไม่:
• คำตอบคือ: แอมโมเนียมในปัสสาวะหมักไม่ได้ทำหน้าที่ตัดพันธะไดซัลไฟด์
โดยตรง แต่ ความเป็นด่าง ของปัสสาวะที่หมักจนค่า pH สูง (ประมาณ 9) จะช่วยให้โครงสร้างของเส้นผมอ่อนตัวลง และเปิดโอกาสให้ เอนไซม์จากจุลินทรีย์ เข้าไปย่อยสลายพันธะไดซัลไฟด์ได้ง่ายขึ้น
ปัสสาวะเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์: เมื่อคุณแช่เส้นผมในปัสสาวะ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในปัสสาวะจะทำหน้าที่เป็น "อาหารชั้นเลิศ" ให้กับแบคทีเรียที่อยู่รอบๆ ตัวเราหรือที่ปนเปื้อนอยู่ในเส้นผม
• การปนเปื้อนตามธรรมชาติ: จุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการผลิต Keratinase (เช่น Bacillus subtilis) มีอยู่ทั่วไปในอากาศและผิวหนัง เมื่อพวกมันได้รับอาหารจากปัสสาวะและมีเคราตินจากเส้นผมเป็นแหล่งพลังงาน พวกมันจะเริ่มผลิตเอนไซม์ Keratinase ออกมาเพื่อย่อยเส้นผมนั้นเอง
เอนไซม์ Keratinase ที่มันผลิตออกมานั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Alkaline Protease ซึ่ง "ชอบด่าง" ยิ่งเป็นด่าง เอนไซม์ยิ่งย่อยโปรตีนในเส้นผมได้ดียิ่งขึ้น
ในปัสสาวะหมักที่มี pH สูง แบคทีเรียก่อโรคส่วนใหญ่จะตายหมด แต่ Bacillus subtilis จะยังรอดอยู่ ทำให้มันทำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีคู่แข่ง
คำตอบ:
เอนไซม์ Keratinase สามารถทำงานในสภาวะด่างได้ดี และส่วนใหญ่มักจะมีจุดทำงานที่ดีที่สุด (optimal pH) ในช่วง pH 8–12 ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของเอนไซม์
---
รายละเอียดเพิ่มเติม:
· Keratinase ส่วนใหญ่ผลิตจาก แบคทีเรียหรือเชื้อรา โดยเฉพาะแบคทีเรียในสกุล Bacillus (เช่น Bacillus licheniformis) มักผลิตเอนไซม์ที่ทำงานได้ดีในสภาวะด่าง (pH 8–10)
· ตัวอย่างบางชนิดสามารถทำงานได้แม้ในสภาวะด่างสูง (pH 10–12) ซึ่งเหมาะสำหรับการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้สารละลายด่าง เช่น ผงซักฟอกหรือการบำบัดขยะโปรตีนเคราติน
เหตุผลที่ทำงานในด่างได้ดี:
· Keratinase ส่วนใหญ่จัดเป็น เอนไซม์ในกลุ่ม serine หรือ metalloproteases ที่มีเสถียรภาพในสภาวะด่าง
· โครงสร้างเคราติน (เส้นผม ขน เล็บ) มักถูกทำลายได้ง่ายในสภาวะด่าง ทำให้เอนไซม์เข้าถึงและย่อยสลายได้ดีขึ้น
ใช้ขนรักแร้ สามารถเพิ่มจุลินทรีย์กลุ่ม Bacillus
โฆษณา