วันนี้ เวลา 03:00 • การตลาด

สรุปอินไซต์ การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ ในไทย “อินฟลูตัวเล็ก สร้างอิมแพกต์ได้ดีสุด” จาก AnyMind

ล่าสุด Anymind ได้ออกรายงาน “การตลาดอินฟลูเอนเซอร์” หรือที่มีชื่อเต็มว่า State of Influencer Marketing Report 2026 ซึ่งมีอินไซต์ที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับอินฟลูเอนเซอร์ในไทย ที่แบรนด์สามารถนำไปปรับใช้ได้
แล้วอินไซต์การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
MarketThink สรุปมาให้เป็นข้อ ๆ
รายงานเป็นการเก็บข้อมูลครอบคลุมเกือบ 7,000 แคมเปญอินฟลูเอนเซอร์ และอินฟลูเอนเซอร์มากกว่า 1.1 ล้านราย ใน 10 ตลาดเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ กัมพูชา ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน เวียดนาม และไทยด้วย
โดยในบทความนี้ จะเจาะเฉพาะอินไซต์การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในไทย พบว่า
1. การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในไทย
ประเภทคอนเทนต์ที่อินฟลูเอนเซอร์ในไทยนิยมสร้างสรรค์มากที่สุด
- อันดับ 1 เอนเตอร์เทนเมนต์
- อันดับ 2 แฟชั่นและความงาม
- อันดับ 3 อาหารและเครื่องดื่ม
- อันดับ 4 ท่องเที่ยว
- อันดับ 5 ครอบครัว, ไลฟ์สไตล์ และบ้าน
อุตสาหกรรมที่แบรนด์เลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์มากที่สุด
- อันดับ 1 กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม คิดเป็น 39.4%
- อันดับ 2 กลุ่มแฟชั่นและความงาม
ซึ่งทั้ง 2 เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่อินฟลูเอนเซอร์สามารถใช้คอนเทนต์รีวิว การป้ายยา หรือทำ Affiliate Marketing ในการกระตุ้นความต้องการ และการตัดสินใจซื้อ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. Nano และ Micro Influencers ช่วยสร้างยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้ดี
ในรายงานชี้ให้เห็นว่า Nano Influencers ที่มีผู้ติดตาม 1,000 - 10,000 บัญชี และ Micro Influencers ที่มีผู้ติดตาม 10,000 - 100,000 บัญชี มีอัตราการสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงกว่า Macro Influencers ที่มีผู้ติดตาม 100,000 - 1,000,000 บัญชีอย่างมีนัยสำคัญ
สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ ความจริงใจ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และความใกล้ชิดกับครีเอเตอร์มากขึ้น
ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มเล็ก สามารถสร้างบทสนทนาและอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อได้ลึกกว่าในระดับคอมมิวนิตี
3. แบรนด์หันมาเน้นอินฟลูเอนเซอร์ ที่สร้างผลลัพธ์ มากกว่าแค่ สร้างการรับรู้
จากการสำรวจแคมเปญการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในภูมิภาค APAC ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า
ปีที่แล้ว แบรนด์หันมาเน้นอินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ให้แบรนด์ได้มากขึ้น เช่น ช่วยสร้างยอดขายได้ มากกว่าแค่ช่วยแบรนด์สร้างการรับรู้ (Brand Awareness)
โดยปี 2025 เห็นการเติบโตของแคมเปญที่เน้นผลลัพธ์คิดเป็น 42.47% ของแคมเปญการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 30.67% ในปี 2024 และ 28.24% ในปี 2023
คุณอุมามณฑ์ ศิริลักษณาพร Chief Commercial Officer ประเทศไทย ของ AnyMind Group บอกว่า
“อินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ของผู้บริโภคเพียงช่วงใดช่วงหนึ่งอีกต่อไป
ในปี 2026 เราจะเห็นอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลมากขึ้น กับวิธีที่ผู้บริโภคค้นหาสินค้า เชื่อมั่นในสินค้า และตัดสินใจซื้อสินค้า
ซึ่งการตลาดอินฟลูเอนเซอร์จะสร้างคุณค่าได้สูงสุดเมื่อเข้าไปอยู่ในทุกช่วงของเส้นทางผู้บริโภค และมีเป้าหมายทางด้านผลลัพธ์ที่ชัดเจน ไม่ใช่การทำงานแบบแยกส่วน”
4. TikTok ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มที่แบรนด์เลือกใช้ทำแคมเปญการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์
โดย TikTok ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มหลัก ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คิดเป็น 66.0% ของแคมเปญผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ในประเทศไทย 64.3% ในฟิลิปปินส์ และ 62.9% ในเวียดนาม
สะท้อนถึงจุดแข็งของ TikTok ด้านคอนเทนต์สั้น การค้นพบสินค้าผ่านคอนเทนต์บันเทิง และผลลัพธ์ที่นำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าของลูกค้า
- อินไซต์ทั้งหมดนี้ ทำให้เห็นว่า แบรนด์ที่จะประสบความสำเร็จ จะไม่ใช่แบรนด์ที่เลือกใช้แค่ “อินฟลูเอนเซอร์ที่ใหญ่ที่สุด” อีกต่อไป
แต่เป็นแบรนด์ที่สามารถออกแบบ การเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ ให้สอดรับกับแพลตฟอร์ม พฤติกรรมผู้บริโภค และเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://anymindgroup.com/th/report/im-report-2026
โฆษณา