Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Letter From History
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
ลาว
ประเทศลาว ตอนที่ 1 ทางแยก
ในตอนที่ผ่านมานั้น ผมได้เล่าเกร็ดประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนของประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับประเทศไทยเกือบครบถ้วนแล้ว ยังจะเหลือเพียง “ ประเทศลาว หรือ สปป.ลาว “ ประเทศเดียวที่ยังไม่ได้กล่าวถึง และถือว่าเป็นมิตรประเทศที่มีความใกล้ชิดกับเราอย่างมาก
ดังนั้นในตอนนี้จะขอเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศลาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เวียดนามได้เกิดสงครามแตกแยกภายในจนต้องรบราฆ่าฟันกันเอง และกัมพูชาก็ได้มีการปฏิวัติเกิดสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์โดยกลุ่มเขมรแดง ส่วนประเทศลาว หรือสปป.ลาวนั้น ก็เกิดมี "สงครามลับ" (Secret War) หรือสงครามที่ไม่ได้ประกาศ ซึ่งบางครั้งก็เรียกกันว่า ”สงครามกลางเมืองลาว“
โดยมีมูลเหตุมาจากการที่กองกำลังของฝ่ายต่างๆ ได้เข้าใช้พื้นที่ในราชอาณาจักรลาว จนกลายเป็น “สมรภูมิรบ” ไปโดยปริยายทั้งในสงครามเวียดนาม สงครามอินโดจีน และสงครามเย็นของชาติมหาอำนาจต่างๆ
อันสงครามกลางเมืองลาวนี้ ต้องถือว่ามีความเป็นมาที่สลับซับซ้อนมากไม่แพ้สงครามแตกแยกในเวียดนามเลย แถมยังมีสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน จะแตกต่างกันตรงที่กับเวียดนาม สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทอย่างเปิดเผยมาก แต่กับลาวนั้นต้องเข้ามาแบบแอบแฝง จึงเป็นที่มาของชื่อ “สงครามลับ” นั่นเอง และมิหนำซ้ำยังเป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดแบบปูพรมเอาไว้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว
เดี๋ยวเราจะมาถอดรหัสกันว่า.. ทำไม??.. จึงเรียกสงครามที่ไม่ได้ประกาศ หรือสงครามที่เป็นสงครามลับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเริ่มต้นปูพื้นก่อนว่า
เจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาศักดิ์
สงครามกลางเมืองลาวนี้ มีคู่ขัดแย้งกัน 2 ฝ่าย คือ
1. ฝ่ายขวา คือ รัฐบาลราชอาณาจักรลาว ปกครองในระบอบเดิม อันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข แล้วก็มีระบอบประชาธิปไตยในระดับหนึ่งด้วย
และมีความใกล้ชิดกับโลกเสรีอย่างสหรัฐอเมริกา นำโดย เจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาศักดิ์
2. ฝ่ายซ้าย คือ คณะปะเทดลาว เป็นกลุ่มการเมืองที่ใกล้ชิดกับกองกำลังปลดปล่อยเวียดนาม ก็คือ “เวียดมินห์” ที่ต่อมากลายเป็นเวียดนามเหนือ เป็นขบวนการลัทธิคอมมิวนิสต์ สำหรับฝ่ายที่ 2 นี้ นำโดย เจ้าสุภานุวงศ์ ไกสอน พรมวิหาร และผู้มีบทบาทสำคัญอีกหลายคน
เจ้าสุภานุวงศ์ ไกสอน พรมวิหาร
ซึ่งความขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่ายก็คือ เรื่องรูปแบบการปกครองของลาว โดยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังมีสภาวะสงครามเย็นตามเข้ามาอีก และลาวจะถูกปกครองด้วยระบอบใดกันแน่ จะเป็นระบอบที่มีความใกล้ชิดกับโลกเสรีอย่างสหรัฐอเมริกา หรือว่าจะปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ที่ใกล้ชิดกับเวียดนามเหนือ แต่สุดท้าย..ท้ายสุด ความขัดแย้งนี้ก็จบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายซ้ายหรือคอมมิวนิสต์ และได้จัดตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในที่สุด
ที่ผ่านมาสหรัฐฯ มองลาวเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญตามทฤษฎีโดมิโน
(Domino Theory) เพื่อสกัดกั้นการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ ซึ่งสงครามในครั้งนี้ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสุดท้ายของโดมิโนที่ค่อยๆ ล้มครืนลงไปในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์หรือว่าอินโดจีน นับจากโดมิโนตัวที่หนึ่งคือ ชัยชนะของเขมรแดงในกัมพูชา ตัวที่สองคือ ชัยชนะของเวียดนามเหนือต่อเวียดนามใต้ ที่สำคัญคือทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นในปี 1975(2518)
ปูพื้นความเป็นมากันก่อน ที่จะนำไปสู่เหตุการณ์ความขัดแย้งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่ลาวเองจะได้รับเอกราช โดยสมบูรณ์จากฝรั่งเศสในปี 1953 ปีนี้คือหนึ่งปีก่อนสมรภูมิเดียนเบียนฟู ที่ฝั่งของโฮจิมินห์นั้นสามารถที่จะขับไล่ฝรั่งเศสออกไปทั้งหมด
ย้อนอดีตกลับไปสักนิดหนึ่งว่าประวัติศาสตร์ แต่เดิมของมิตรประเทศของเราแห่งนี้ แต่เดิมเรารู้จักกันในนามของอาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรล้านช้างแห่งนี้ถือว่ารุ่งเรืองมากในช่วงของพระเจ้าสุริยวงศา ก็คือปี 1637 ถึง 1694 ในช่วงนี้ ถ้าเกิดเทียบอยุธยาก็ประมาณสักกลางอยุธยา แต่หลังจากนั้นอาณาจักรล้านช้างก็ค่อย ๆ เสื่อมอำนาจ ชนชั้นศักดินาลาวมีการชิงอำนาจกันเอง จนทำให้ล้านช้างแตกออกมาเป็น 3 อาณาจักร อันประกอบด้วยหนึ่ง อาณาจักรหลวงพระบาง สอง อาณาจักรเวียงจันทน์ และสาม ก็คืออาณาจักรจำปาศักดิ์
อาณาจักรล้านช้าง
ร้อยกว่าปีหลังจากนั้น อาณาจักรทั้ง 3 ก็ตกเป็นประเทศราชของสยาม ก็คือประเทศไทยเรา ในปีคริสต์ศักราช 1776 และ 1778 ซึ่งตรงกับช่วงของพระเจ้ากรุงธนบุรี ระหว่างการสงคราม กองทัพของราชอาณาจักรธนบุรีได้มีการอัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต มาประดิษฐานที่วัดอรุณราชวราราม และเมื่อสยามเข้าสู่ยุครัตนโกสินทร์ พระแก้วมรกตก็ถูกอัญเชิญข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งพระนครรัตนโกสินทร์
ต่อมาในปี 1828 ตรงกับยุครัชกาลที่ 3 สยามมีชัยในสงครามเจ้าอนุวงศ์ มีการล้มเลิกราชวงศ์เวียงจันทน์ เหลือเพียงราชวงศ์หลวงพระบางและจำปาศักดิ์เพียง 2 อาณาจักร แล้วก็เจ้านายหัวเมืองและชนชาติพันธุ์บางกลุ่มหันไปมองทางยุโรปในกรอบเวลาเดียวกัน
1
พอมองถึงศตวรรษที่ 19 ยุคนั้นเป็นยุคที่ยุโรป เริ่มต้นสงครามนโปเลียน จากนั้นสงครามนโปเลียนสิ้นสุดลง อังกฤษและฝรั่งเศส 2 มหาอำนาจเริ่มต้นล่าอาณานิคมในภูมิภาคตะวันออกไกล คือแถวบ้านเรานี่แหละก็คือภูมิภาคอินโดจีน
พระเจ้านโปเลียนที่ 3
ฝรั่งเศสในช่วงเวลาที่ตรงกับยุคของพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ซึ่งเป็นหลานของลุงของนโปเลียนที่หนึ่ง นโปเลียนที่ 3 ส่งกองทัพเรือมายึดเวียดนามเป็นอาณานิคม เริ่มต้นจากภาคใต้ ไล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ และจากนั้นขยายอิทธิพลยึดพื้นที่ล้านช้างเป็นอาณานิคมในปี 1853 และใช้ชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสดังนี้ Protectorat français du Laos หรือว่าลาวเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพอินโดจีน หรือว่าอินโดจีนของฝรั่งเศส (Union Indochinoise)
นอกจากนี้ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าลาวบางกลุ่ม ก็เลยทำให้ฝรั่งเศสนั้นขยายอำนาจของพื้นที่อาณานิคมลาวในอารักขาของตนเอง เข้ามากินแดนของสยาม ก็คือฝั่งขวาของแม่น้ำโขง เช่น ไซยะบุรี และจำปาศักดิ์ ในปี 1904 นั่นเอง ดินแดนอินโดจีนทั้ง 3 เลยก็คือเวียดนาม กัมพูชา และลาว ตกเป็นของฝรั่งเศสโดยสมบูรณ์แบบ
ในปีนั้นลาวเองกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนฝรั่งเศส แต่ฝรั่งเศสเองไม่ได้มีการกำกับควบคุมลาวเหมือนกับที่ทำกับเวียดนาม สาเหตุเพราะมองว่าลาวเป็นรัฐกันชนระหว่างเวียดนามกับสยาม ซึ่งตอนนั้นสยามก็มีเอกราชอยู่
พื้นที่ชายแดนที่ติดกันของลาวกับเวียดนาม
สิ่งที่น่าสนใจคือการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของคนในเวียดนามตอนบน คือเขตตังเกี๋ย ซึ่งอยู่ภายใต้ฝรั่งเศส เข้าไปอยู่ใน สปป.ลาว ดังนั้นจะพบว่ามีคนเวียดนามเข้าไปพำนักในลาวและสมรสกับคนลาวจำนวนไม่น้อยเลย รวมถึงรับความเป็นคนเวียดนาม ผูกพันกับคนเวียดนามไม่น้อยทีเดียว
หนึ่งในนั้นคือบุคคลที่ต่อมากลายเป็นบุคคลสำคัญของขบวนการประเทศลาว ก็คือไกสอน พรมวิหาร ที่ต่อมาท่านกลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของลาว หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2518 หรือ 1975
ด้วยการอุบัติขึ้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 และความพ่ายแพ้ของฝรั่งเศสต่อนาซีเยอรมัน ที่รุกรานเข้าไปถึงกรุงปารีสในฤดูร้อนปี 1940 ทำให้ฝรั่งเศสนั้นกลายเป็นรัฐรูปแบบใหม่ คือรัฐภายใต้การปกครองของนาซี โดยมีรัฐบาลหุ่นของจอมพลฟิลิป เปแตง เป็นผู้ปกครอง พูดง่าย ๆ คือปกครองด้วยรัฐบาลหุ่นที่นาซีเยอรมันควบคุมอยู่
แน่นอนว่าแพ้สงครามแบบนั้น ไม่สามารถที่จะรักษาเสถียรภาพของอาณานิคมของตัวเองได้ เวียดนามก็เลยตกเป็นของจักรวรรดิญี่ปุ่น ในขณะที่พื้นที่ลาวเองก็ถูกญี่ปุ่นยึดไปตามกัน แต่ว่าเป็นอีกหลายปีให้หลัง กล่าวคือในเดือนเมษายน 1945 แต่แล้วญี่ปุ่นก็ยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร หลังจากที่โดนระเบิดปรมาณูไป 2 ลูก ในช่วงเดือนสิงหาคม 1945
ณ ช่วงเวลานั้นจะเป็นเวลาที่ลาวต้องตัดสินใจที่จะเดินหน้าไปทางไหนต่อกันแน่ ซึ่งบรรยากาศในเวลานั้นเป็นสงครามเย็น หรือสงครามอุดมการณ์ ซึ่งเราเห็นผลลัพธ์ทั้งจากประเทศเวียดนาม และกัมพูชามาแล้ว สำหรับประเทศลาวจะเป็นยังไงต่อไป ติดตามได้ในตอนหน้าครับ
1
ฝากกดถูกใจ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
Reference ตอนที่ 1 ทางแยก
https://shorturl.asia/j70bP
https://shorturl.asia/O3klc
https://shorturl.asia/Folb7
https://shorturl.asia/6pxRb
https://shorturl.asia/aqAj3
https://shorturl.asia/vRI8f
https://shorturl.asia/PCuxG
https://shorturl.asia/QTbc0
https://shorturl.asia/no6su
https://shorturl.asia/bAdDj
https://shorturl.asia/Tk8wj
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
28 บันทึก
24
2
24
28
24
2
24
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย