เมื่อวาน เวลา 02:14 • ธุรกิจ

🛑 อย่าเพิ่ง “บ้า AI”…ถ้าคุณยังคุม ‘สมาธิ’ ตัวเองไม่ได้

เมื่อความกลัวตกขบวน (FOMO) กำลังขโมยสินทรัพย์ที่แพงที่สุดของคนทำงานยุคนี้ไป…นั่นคือ “ความสนใจ” (Attention)
ถ้าเราเปิด Feed ข่าว หรือไถโซเชียลมีเดียในช่วงปีที่ผ่านมา เราจะถูกตะโกนใส่หน้าแทบทุกวันว่า
* “ต้องรีบเรียน AI เดี๋ยวนี้!”
* “ถ้าไม่ใช้ AI คุณจะโดนคนใช้เป็นมาแย่งงาน”
* “อาชีพนี้กำลังจะหายไปในอีกไม่กี่ปี”
ข้อความเหล่านี้ไม่ผิดเสียทีเดียว โลกกำลังเปลี่ยนจริง เทคโนโลยีกำลังกระโดดเร็วจริง และ AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในแทบทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การตลาด การเงิน โลจิสติกส์ ไปจนถึงการแพทย์และการศึกษา
แต่คำถามสำคัญคือ “ในขณะที่เรากำลังวิ่งไล่โลกอนาคต เรากำลังทำสิ่งสำคัญในปัจจุบันหล่นหายไปหรือไม่?”
สิ่งที่หายไปเงียบๆ ไม่ใช่ทักษะ ไม่ใช่โอกาส แต่คือทรัพยากรที่แพงที่สุดของคนทำงานยุคนี้ นั่นคือ “ความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งสำคัญ” และเมื่อความกลัวตกขบวน (FOMO) เข้ามาคุมชีวิต คนจำนวนมากจึงกลายเป็นคนที่ “รู้ทุกเรื่อง แต่ทำอะไรไม่สำเร็จสักเรื่อง”
เรารู้จักเครื่องมือใหม่ๆ เราตามข่าวเทคโนโลยีทัน เราเข้าใจเทรนด์โลก แต่ผลงานจริงกลับไม่คืบหน้า เพราะสมาธิของเราถูกดึงออกไปทีละนิดตลอดทั้งวัน สุดท้ายสิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่เวลา แต่คือโอกาสในการสร้างผลงานที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง
📉 เมื่อความกลัว กลายเป็นเจ้านายของเวลาเรา
ผมเคยคุยกับ Product Manager ท่านหนึ่ง เธอเป็นคนเก่ง มีผลงานดีมาโดยตลอด ทีมทำงานลื่นไหล และผู้บริหารก็ให้ความไว้วางใจเสมอ แต่ช่วงหลังผลลัพธ์ของทีมกลับตกลงอย่างเห็นได้ชัด โปรเจกต์เริ่มช้าลง ทีมเริ่มสับสน และเป้าหมายที่เคยชัดเจนกลับเลือนลาง
เมื่อคุยลึกลงไปจึงพบว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เธอใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการ “วิ่งไล่จับ AI”
* ลงเรียนคอร์สใหม่แทบทุกสัปดาห์
* อ่านข่าวเทคโนโลยีทุกวันจนดึก
* ทดลองเครื่องมือใหม่แทบทุกตัว
* กลัวคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง
เธอเริ่มต้นทุกวันด้วยความตั้งใจจะอัปเดตตัวเอง แต่จบวันด้วยความเหนื่อยล้าโดยที่งานหลักไม่เดินหน้า จนกระทั่งวันหนึ่ง หัวหน้าถามเธอว่า
“แล้วโปรเจกต์หลักที่ทีมรับผิดชอบ ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว?”
เธอตอบไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเธอไม่เก่ง แต่เพราะพลังสมองและเวลาถูกใช้ไปกับ “สิ่งที่อาจสำคัญในอนาคต” จนลืม “สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้”
สิ่งที่เธอเสียไปไม่ใช่ความสามารถ แต่คือการควบคุมอาวุธที่สำคัญที่สุดของคนทำงาน นั่นคือ Attention และสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นกับคนทำงานจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว
⏳ โลกยุคใหม่ = ทุกอย่างกำลังแย่ง “สมาธิ” ของคุณ
ในยุค Attention Economy ทุกแพลตฟอร์ม ทุกแอป ทุก Notification ถูกออกแบบมาเพื่อแย่งชิงสายตาและเวลาเรา
ยิ่งเรากลัวตกข่าว เรายิ่งเปิดประตูให้สิ่งเหล่านี้เข้ามาควบคุมชีวิตได้ง่ายขึ้น
ลองสังเกตตัวเองดูในวันทำงานทั่วไป
* เราหยุดงานตรงหน้าเพื่อเช็ก Notification ที่เด้งขึ้นมา
* เราไถ LinkedIn แล้วเจอเครื่องมือใหม่ ก่อนจะเริ่มกังวลว่าเราตามไม่ทัน
* เรารีบตอบ Slack หรือแชททันที เพราะกลัวดูไม่ Active
* เราสลับไปดูข่าว ระหว่างที่งานสำคัญยังทำไม่เสร็จ
ลองถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ในหนึ่งวัน คุณถูกดึงออกจากงานที่ต้องใช้สมาธิกี่ครั้ง? และกี่ครั้งที่คุณหยุด เพราะกลัวว่าถ้าไม่ดูตอนนี้จะพลาดอะไรไป?
ผลคือเรากลายเป็นคนที่ “ยุ่งทั้งวัน แต่ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน” หลายคนกลับบ้านไปด้วยความเหนื่อย แต่ไม่รู้ว่าเหนื่อยจากอะไร เพราะทั้งวันไม่ได้ทำงานยากจริงๆ เลย แค่ถูกดึงสมาธิออกไปซ้ำๆ เท่านั้น
🧠 สมองมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำทุกอย่างพร้อมกัน
แม้เราจะเรียกมันว่า Multitasking แต่ในความเป็นจริง สมองมนุษย์กำลังสลับโฟกัสไปมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้พลังงานทางความคิดลดลงอย่างมาก
ทุกครั้งที่เราสลับงาน สมองต้องใช้พลังงานเพื่อกลับเข้าสู่โหมดโฟกัสใหม่
ยิ่งเปิดเรื่องค้างไว้ในหัวมากเท่าไร
* งานที่ทำยังไม่เสร็จ
* ข่าว AI ที่เพิ่งอ่าน
* ดราม่าในโซเชียล
* แชทที่ยังไม่ได้ตอบ
* งานถัดไปที่กำลังจะเข้ามา
“พลังในการคิดเชิงลึกยิ่งลดลง” และเมื่อสมาธิแตกเป็นชิ้น ๆ ความคิดสร้างสรรค์และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ก็ลดลงตามไปด้วย แต่ในโลกการทำงานจริง สิ่งที่ทำให้คนเติบโตไม่ใช่การตอบแชทเร็วที่สุด หรือรู้ข่าวก่อนใคร
แต่คือการสร้างคุณค่า (Value Creation) ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งต้องอาศัย “สมาธิ” มากกว่าความเร็วในการตอบสนอง
⚠️ กับดักใหม่ = คนที่รู้เรื่อง AI มากที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ก้าวหน้าเร็วที่สุด
วันนี้เราพบคนทำงานจำนวนไม่น้อยที่
* รู้จักเครื่องมือ AI แทบทุกตัว
* ทดลอง Model ใหม่ตลอด
* อ่านข่าวเทคโนโลยีทุกวัน
* แชร์เทรนด์ใหม่ได้รวดเร็ว
"แต่ผลงานหลักกลับไม่ก้าวหน้า” เพราะการไล่ตามเทคโนโลยี กลายเป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้สึกว่า “เรากำลังพัฒนา”
ทั้งที่ในความจริง เรากำลังหนีงานยากที่ต้องใช้สมาธิสูง และงานยากเหล่านั้นต่างหาก ที่สร้างคุณค่าจริงในอาชีพ เช่น
* การแก้ปัญหาลูกค้าที่ยุ่งยาก
* การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น
* การวางกลยุทธ์ทีม
* การพัฒนาคนในองค์กร
งานเหล่านี้ไม่มี Shortcut และไม่มี AI ตัวไหนทำแทนได้ทั้งหมด
🛠️ “ยึดอำนาจคืน” หรือบริหาร Attention ให้เหนือชั้น
“ผมไม่ได้บอกว่าอย่าเรียน AI” แต่กำลังชวนให้เปลี่ยนจากการเรียนรู้ด้วยความกลัว เป็นการเรียนรู้ด้วยการวางแผน
1) ปิดโลกภายนอก เพื่อสร้างโลกภายใน
* ลองปิด Notification ที่ไม่จำเป็นทั้งหมด
* อีเมลส่วนใหญ่รอได้ 1–2 ชั่วโมง ถ้าด่วนจริง เดี๋ยวโทรศัพท์จะดังเอง
* การตอบช้าลงเล็กน้อย แต่ตอบด้วยคุณภาพ ย่อมดีกว่าการตอบเร็วแต่ไร้สมาธิ
* และคุณจะเริ่มรู้สึกว่า งานสำคัญเดินหน้าเร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
2) สร้าง Focus Block ให้ตัวเอง
* กำหนดช่วงเวลา Deep Work เหมือนการจองห้องประชุม
* เช่น 09:00–11:00 = ห้ามถูกรบกวน ช่วงนี้คือเวลาที่คุณสร้างผลงานจริง ไม่ใช่ตอบแชท
* เมื่อทำต่อเนื่อง คุณจะเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่างวันทำงานที่มีสมาธิ กับวันที่ถูกดึงออกจากงานตลอดเวลา
3) เปลี่ยนความตื่นตระหนก เป็นตารางเรียน
* แทนที่จะไถ feed แล้วตกใจ ให้กำหนดเวลาเรียนรู้ชัดเจน เช่น “ทุกบ่ายวันศุกร์ ฉันจะเรียน AI 3 ชั่วโมง”
* เรียนให้เต็มที่ แล้วกลับมาโฟกัสงานหลัก คุณจะได้ทั้ง Skill ใหม่ และผลงานปัจจุบันไม่เสีย และที่สำคัญ คุณจะเรียนด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่ความกลัว
4) วัดผลจากสิ่งที่สร้าง ไม่ใช่สิ่งที่อ่าน
* ลองถามตัวเองตอนสิ้นวันว่า “วันนี้เราสร้างอะไรขึ้นมาบ้าง?”
* ถ้าคำตอบคือ อ่านข่าว ดูคลิป ทดลองเครื่องมือ แต่ไม่มีงานจริงคืบหน้า อาจถึงเวลาทบทวนการใช้เวลาใหม่
✨ ใครคือเจ้าของชีวิตคุณ?
“PM ท่านนั้นในตอนท้าย เริ่มจัดระเบียบชีวิตใหม่”
* เธอยังเรียน AI เหมือนเดิม แต่เรียนในเวลาที่เธอกำหนดเอง ไม่ใช่เรียนเพราะตกใจจากโพสต์ในโซเชียล
* ผลคือโปรเจกต์หลักกลับมาโดดเด่น และความรู้ AI ถูกนำมาใช้ได้จริง
* เพราะเธอมีสติพอที่จะเลือกใช้เทคโนโลยี ไม่ใช่ปล่อยให้เทคโนโลยีใช้เวลาเธอ
“AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง”
* แต่เครื่องมือจะไร้ค่าทันที หากคนใช้ไม่มีสมาธิพอที่จะควบคุมมัน
* ครั้งหน้าเมื่อเห็น Notification เด้งขึ้นมา ลองถามตัวเองสั้น ๆ ว่า
* เรากำลังจะคลิก เพราะมันจำเป็น…หรือเพราะความกลัวกำลังสั่งเรา?
จำไว้เสมอว่า “เทคโนโลยีมีไว้ให้เราใช้ ไม่ใช่ให้มันมาใช้เวลาของเรา” และในโลกที่ทุกคนกำลังวิ่งเร็วขึ้น คนที่ก้าวหน้าได้จริง อาจไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุด
แต่คือคนที่รู้ว่า ควรโฟกัสกับอะไร ในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต
“เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ควบคุม Attention ได้ คือคนที่ควบคุมทิศทางชีวิตตัวเองได้”
#วันละเรื่องสองเรื่อง
#AttentionEconomy
#DeepWork
#ProductivityMindset
#FutureOfWork
โฆษณา