6 ก.พ. เวลา 13:30 • สุขภาพ

ยาลดไขมัน (Statins) ทำให้ความจำเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อ เซ็กส์เสื่อม จริงหรือ

ผมเชื่อว่าหลายคนที่เดินเข้ามาในร้านยา หรือไปรับยาที่โรงพยาบาล หากมีโรคประจำตัวเป็นไขมันในเลือดสูง คงคุ้นเคยกับยาตระกูล "สแตติน" (Statins) กันเป็นอย่างดี ยาพวกนี้ชื่อมักจะลงท้ายด้วย -statin เช่น Atorvastatin, Simvastatin หรือ Rosuvastatin เป็นต้น
แต่สิ่งที่ผมเจอบ่อยยิ่งกว่าชื่อยา คือ "ความกังวล" ครับ
"เภสัชฯ ป้าไม่อยากกินยาตัวนี้เลย เขาว่ากินแล้วความจำเสื่อม"
"กินแล้วปวดแข้งปวดขาไปหมด ยามันกัดกล้ามเนื้อหรือเปล่า?"
"เพื่อนบ้านบอกว่ากินนานๆ แล้วตับพังนะ"
ฟังแล้วคุ้นๆ ไหมครับ? อาการเหล่านี้ถูกระบุไว้ในเอกสารกำกับยา (Leaflet) จริงๆ นั่นแหละครับ แต่เดี๋ยวก่อน วันนี้ผมมีข่าวใหญ่จากวงการแพทย์ระดับโลกที่จะมา "ล้างความเชื่อ" เดิมๆ ที่เราเคยกลัวกันครับ
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา (อ้างอิงจากเอกสารข่าว) มีงานวิจัยขนาดยักษ์จาก University of Oxford ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ที่น่าเชื่อถือที่สุดเล่มหนึ่งของโลกอย่าง The Lancet ออกมาเปิดเผยความจริงที่ทำเอาวงการยาต้องสั่นสะเทือน
งานวิจัยนี้ใหญ่น่าเชื่อถือแค่ไหน?
ทีมวิจัยเขาไม่ได้แค่นั่งเทียนเขียนนะครับ แต่เขารวบรวมข้อมูลจาก การทดลองแบบสุ่ม (Randomized Controlled Trials) ถึง 23 การศึกษา รวมผู้เข้าร่วมวิจัยกว่า 154,000 คน (แบ่งเป็นกลุ่มเทียบยาหลอก 123,940 คน และกลุ่มเปรียบเทียบความแรงยา 30,724 คน) และติดตามผลกันยาวนานเฉลี่ยเกือบ 5 ปี
การทดลองเป็นแบบ Double-blind แปลว่าทั้งหมอและคนไข้ไม่รู้ว่าใครได้ "ยาจริง" หรือ "ยาหลอก" (แป้งเปล่าๆ) เพื่อตัดเรื่องอคติออกไปให้หมด
ความจริงที่ค้นพบ อาการส่วนใหญ่ "ไม่ได้" เกิดจากยา
ผลการวิจัยพบเรื่องน่าตกใจครับ เมื่อเอาคนที่กิน "ยาจริง" มาเทียบกับคนที่กิน "ยาหลอก" ปรากฏว่า... อัตราการเกิดผลข้างเคียงแทบจะเท่ากันเป๊ะ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ
เรื่องความจำเสื่อม (Memory Loss): ในกลุ่มคนที่กินยาสแตติน มีรายงานปัญหาความจำอยู่ที่ 0.2% ต่อปี แต่รู้ไหมครับ? ในกลุ่มคนที่กินยาหลอก (แป้งเปล่าๆ) ก็มีรายงานปัญหานี้ 0.2% เท่ากัน
แปลไทยเป็นไทยคือ: ถึงคุณจะไม่กินยาไขมัน คุณก็อาจจะขี้หลงขี้ลืมได้ตามวัย หรือปัจจัยอื่นๆ ไม่ใช่เพราะยาครับ
นอกจากเรื่องความจำแล้ว อาการอื่นๆ ที่เรากลัวกัน เช่น นอนไม่หลับ (Sleep disturbance), ซึมเศร้า, สมรรถภาพทางเพศเสื่อม (Erectile dysfunction), น้ำหนักขึ้น, คลื่นไส้ หรือปวดหัว งานวิจัยนี้ฟันธงว่า "ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกิดจากยาสแตติน" เพราะกลุ่มที่กินยาหลอกก็เป็นเหมือนกัน
แล้วผลข้างเคียง "ของจริง" มีไหม?
เภสัชกรอย่างผมจะไม่โกหกว่ายาไม่มีผลข้างเคียงเลยครับ ยาทุกตัวมี "ความเสี่ยง" แต่เราต้องดูที่ "ข้อเท็จจริง" ครับ จากงานวิจัยนี้พบผลข้างเคียงจริงๆ ที่สัมพันธ์กับยาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คือ
1. ค่าเอนไซม์ตับขึ้น (Liver enzymes): พบเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.1% แต่ ไม่ได้ทำให้เกิดโรคตับอักเสบ หรือตับวาย นะครับ เป็นแค่ผลเลือดที่เปลี่ยนไป ซึ่งส่วนใหญ่ไม่นำไปสู่อันตรายร้ายแรง
2. อาการทางกล้ามเนื้อ (Muscle symptoms): อันนี้เรื่องฮิต งานวิจัยก่อนหน้านี้ของทีมเดียวกันพบว่า ยาทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อจริงๆ แค่ประมาณ 1% ในปีแรกที่เริ่มกิน และหลังจากนั้นก็ไม่ต่างจากยาหลอก แปลว่าส่วนใหญ่ที่ปวดๆ กัน อาจจะมาจากสาเหตุอื่น เช่น อายุ การใช้งาน หรือแค่อ่านฉลากยาแล้วกังวลไปเอง (Nocebo effect)
1
3. ระดับน้ำตาลในเลือด: อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้คนที่เสี่ยงจะเป็นเบาหวานอยู่แล้ว เป็นเร็วขึ้นนิดหน่อย
สรุปแล้ว คุ้มไหมที่จะกิน?
ศาสตราจารย์ Sir Rory Collins จาก Oxford และ Professor Bryan Williams จาก British Heart Foundation ย้ำตรงกันครับว่า "ประโยชน์ของยานั้นมหาศาลกว่าความเสี่ยงแบบเทียบกันไม่ติด"
โรคหัวใจและหลอดเลือดคร่าชีวิตคนทั่วโลกปีละ 20 ล้านคน ยาสแตตินเป็นฮีโร่ที่ช่วยลดไขมันเลว (LDL) และป้องกันไม่ให้เราตายจากหัวใจวายหรือเส้นเลือดในสมองแตก (Stroke)
การที่เราไปอ่านเจอผลข้างเคียงยาวเป็นหางว่าวในฉลากยา ส่วนใหญ่มาจากรายงานที่ไม่ได้รับการกรอง (ใครเป็นอะไรตอนกินยาก็จดไว้ก่อน) ทำให้คนไข้กลัวจน "หยุดยาเอง" ซึ่งนั่นแหละครับคือ ความเสี่ยงที่แท้จริง ที่จะทำให้เสียชีวิต
คำแนะนำจากเภสัชกร
1. อย่าหยุดยาเองเด็ดขาด: ถ้าคุณมีอาการผิดปกติ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
2. แยกแยะอาการ: บางทีอาการปวดเมื่อย หรือหลงลืม อาจเป็นเรื่องปกติของร่างกาย หรือความเครียด ไม่ใช่เพราะยาเสมอไป
3. มั่นใจในข้อมูล: งานวิจัยระดับโลกยืนยันแล้วว่า ยาค่อนข้างปลอดภัยมากสำหรับคนส่วนใหญ่
สุดท้ายนี้ สุขภาพดีเริ่มต้นที่ความเข้าใจที่ถูกต้องครับ ยาเป็นเพียงตัวช่วย แต่การดูแลตัวเองและไม่อคติต่อการรักษา จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคร้ายได้อย่างแท้จริงครับ
ด้วยความปรารถนาดีครับ
แหล่งอ้างอิง (References)
1. Source Document: Statins do not cause the majority of side effects listed in package leaflets, large-scale analysis finds, University of Oxford, published via Medical Xpress, February 5, 2026.
2. Primary Study: Assessment of adverse effects attributed to statin therapy in product labels: a meta-analysis of double-blind randomised controlled trials, The Lancet (2026). DOI: 10.1016/S0140-6736(25)01578-8
3. Additional Context: Cholesterol Treatment Trialists' Collaboration (CTTC) data.
โฆษณา