6 ก.พ. เวลา 13:54 • การเมือง

คืนความสุขให้บ้านหนองจาน

"นี่คือเสียงจากคนชายแดน
มันทำไว้เจ็บปวดเหลือแสน
ใครกันจะเข้าใจคนชายแดน
สิ่งที่สูญเสียไปไม่มีอะไรมาทดแทน
(ไม่มีอะไรมาทดแทน)"
เพลงเสียงจากคนชายแดน-JAIOONGTONG MUSIC
“ปัจจุบันมีความพร้อมแล้ว ที่จะปฏิบัติภารกิจในอนาคต หากมีการปะทะรอบที่ 3 หรือรอบที่เท่าไหร่ก็แล้วแต่ เรามีความพร้อม”
พันเอก ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ
"กำลังพลทุกหน่วยทุกนายที่ร่วมปฏิบัติการทวงคืนบ้านหนองจาน ไม่เคยเห็นพื้นที่จริงมาก่อน เพราะถูกกัมพูชายึดครองมากว่า 40 ปี การวางแผนการรบต้องประเมินจากแผนที่และภาพถ่ายจากโดรนเท่านั้น"
"เสธ.เบ้นซ์" พันโท นิติเทพ บารมี หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน กองกำลังบูรพา
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน มีหลายสมรภูมิจากสงครามไทย-กัมพูชา ที่ไม่ได้นำมาเล่า รวมถึงสมรภูมินี้เช่นกัน ทหารไทยไม่ได้เก่งแค่รบในป่าไม้หรือภูเขาเท่านั้น ในสถานการณ์จริงเราสามารถรบในเขตชุมชนและในเมืองได้ เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้สร้างมาจากเรื่องจริง บุคคลในบทความกึ่งนิยายนี้มีตัวตนจริงๆ เเละเป็นเหตุการณ์จริง
หากบทพูดของตัวละครใดหรือฉากใดที่ขัดกับความเป็นจริงก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ บทความนี้ใช้เวลาทำการบ้านเป็น 2-3 วันเพราะข้อมูลที่เขียนนั้นจะต้องออกมาเป๊ะ และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นสำหรับผู้สนใจศึกษาต่อ ก่อนจะสู่สมรภูมิในปัจจุบันขอย้อนไปดูที่มาของสถานที่แห่งนี้ นั่นคือ "บ้านหนองจาน"
หากท่านผู้อ่านจะตั้งคำถามว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริงของ "บ้านหนองจาน" ในอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว สามารถพิจารณาได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ การดำเนินงานด้านมนุษยธรรมในอดีต และปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นเพื่อทวงคืนอธิปไตย แต่กว่าจะได้มานั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย ทำไมจึงไม่ง่ายนักนะ เราจะไปหาคำตอบจากเรื่องนี้กัน
พันเอกชัยณรงค์ กาสี (คนที่ 2 ถัดจากซ้าย)
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 40 กว่าปีก่อน พื้นที่บ้านหนองจานถูกกำหนดให้เป็นที่ตั้งของค่ายผู้อพยพหนองจาน หรือ ค่าย 511 เพื่อให้ความช่วยช่วยเหลือชาวกัมพูชาที่หนีภัยสงครามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุคเขมรแดง ในขณะนั้นรัฐบาลไทยและองค์การสหประชาชาติโดย UNHCR ได้ร่วมกันจัดตั้งค่ายเพื่อแจกจ่ายเสบียงและยารักษาแก่ผู้ลี้ภัยในช่วงแรกๆ
หนึ่งในหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าพื้นที่นี้เป็นแผ่นดินไทยมาโดยตลอดคือสระน้ำ UN ซึ่งเป็นบึงน้ำที่สหประชาชาติขุดขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับผู้ลี้ภัยในเขตไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์สงครามในกัมพูชาสิ้นสุดลง ผู้อพยพบางส่วนกลับไม่ยอมย้ายออกไป และเริ่มมีการส่งกำลังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนกัมพูชาเข้ามาแฝงตัวอยู่อาศัยร่วมกับครอบครัวในพื้นที่ จนกลายเป็นชุมชนที่รุกคืบเข้ามาในเขตไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 40 ปี
ณ ตึกสูงแห่งหนึ่งในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา  "หมู่บ้านหนองจาน เห็นในแผนที่แล้วใครจะไปเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้" นายทุนจีนคุยกับนายพลกัมพูชา "เสี่ยให้เงินบางส่วนไปลงทุนสร้างหมู่บ้าน พร้อมกับงบของกองกำลัง ผมเชื่อว่าทหารไทยคงจะไม่กล้าทำอะไรแน่นอน เพราะพวกมันรู้ว่านั่นมันพื้นที่พลเรือน"
เสี่ยคนเดิมพูดต่อ "ผมหวังว่าท่านจะไม่ให้ผมผิดหวัง ไหนๆเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วท่านนายพล" เสี่ยชาวจีนคนนี้ชี้ไปที่แผนที่บ้านหนองจานที่ได้จากภาพถ่ายดาวเทียมแล้วยกนิ้วชี้ขึ้นจากแผนที่ แล้วก็พูดขึ้นว่า ''อาณาเขตนี้มันจะไม่กล้าแตะ ถ้าแตะแล้วพวกมันจะต้อง...ตาย"
พันเอกชัยณรงค์ขณะตรวจความพร้อมรบ
ตัดภาพมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในฝั่งไทยใกล้บ้านหนองจาน ณ บริเวณสวนของคุณยายท่านหนึ่ง "ยายเห็นพวกมันยึดมาเป็นหลายสิบปีแล้ว มันก็ไม่ยอมคืนพื้ที่ให้เลย" จากนั้นนักข่าวถามคุณยายท่านนี้ต่อ "ยายคิดว่าถ้าออกไม่ได้จะให้ใช้กำลังทหารเลยไหมคะ" แกตอบว่า "ให้มันจบๆก็ดี จะไม่ต้องมามีปัญหากันอีก ผ่านมากี่รัฐบาลก็ยังแก้ไม่ได้ ยายหวังว่าทหารจะจัดการขับไล่พ้นดินแดนไทยไม่วันใดก็วันหนึ่ง"
ต่อจากการสัมภาษณ์คุณยายไปเป็นการสัมภาษณ์ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ของไทยในพื้นที่ใกล้หมู่บ้านข้อพิพาท "ตอนนี้เรามีแผนรับมือไหมครับ" นักข่าวถามตชด.นายหนึ่งยศร้อยตำรวจเอก "ถ้าทางการสั่งมาเราจะจัดหนักให้เต็มที่ เพียงแต่ว่าตอนนี้เราติดปัญหาบางอย่างที่ไม่สามารถพูดออกสื่อได้"
นักข่าวอีกช่องหนึ่งถาม "ปัญหาอะไรคะที่คิดว่าเรารับมือไม่ได้" ตชด.คนเดิมตอบ "ถ้าปราบแล้วจะถูกมองว่าเราละเมิดหลักสากลในการใช้กำลังทางทหาร เพราะที่นี่ไม่เหมือนของทัพภาค 2 ทัพภาค 2 จะเป็นป่าเขา แต่ที่นี่เป็นที่โล่ง มีแต่บ้านเรือนเราอาจถูกโจมตีเยอะจากประชาคมโลกครับ"
ในขณะที่ตชด.นายนี้กำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าว บนจอทีวีของเสี่ยคนหนึ่งที่มีความใกล้ชิดและมีผลประโยชน์ในด้านมืดกับนายทหารระดับสูงของฝั่งไทย เขากำลังจับจ้องสายตาไปที่หน้าจอทีวีดิจิตัลอยู่ไม่ห่าง แล้วยืนขึ้นหันหน้าไปคุยกับลูกน้องว่า "ถ้าทหารไทยในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 เอาจริง คงเป็นไปไม่ได้ ในประเทศไทยมีผู้มากบารมีคนหนึ่งเป็นถึงระดับนายพล คนหนึ่งพร้อมที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของกองทัพไทย พูดกับสื่อไม่ได้ มาพูดกับลื้อในวันนี้ ลื้อก็คงจะรู้ว่าหมายถึงใคร"
พันเอกชัยณรงค์ กาสี พร้อมทหารในสังกัดกองกำลังบูรพา
กัมพูชาไม่ได้เพียงแค่เข้ามาอยู่อาศัย แต่ยังมีการสถาปนาแนวตั้งรับอย่างแข็งแรง โดยใช้บ้านเรือนประชาชนกว่า 100 หลังคาเรือนดัดแปลงเป็นบังเกอร์และที่มั่นทางทหาร มีการสร้างถนน K5 ซึ่งเป็นถนนยุทธศาสตร์เลียบชายแดนกัมพูชา โดยสร้างล้ำเข้ามาในเขตไทย โดยถมถนนให้ สูงกว่าระดับพื้นดินปกติประมาณ 2-3 เมตร ทำให้ทหารกัมพูชาที่อยู่บนถนนสามารถตรวจการณ์และยิงกดลงมายังทหารไทยได้ชัดเจน ตลอดแนวถนนยังมีบังเกอร์คอนกรีตอัดแรงหนาเกือบ 1 ฟุต เสริมด้วยอิฐแดงและกระสอบทรายกว่า 30 แห่ง
นอกจากนี้เส้นทางเข้าสู่บ้านหนองจานมีเพียงเส้นทางเดียวและแคบมาก ทำให้รถยานเกราะต้องเคลื่อนที่เรียงเดี่ยว ไม่สามารถแผ่กำลังได้ในระยะแรก และตกเป็นเป้าสายตาของฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา
วันที่ 8 ธนวาคมพ.ศ.2568 กองทัพไทยใช้การปฏิบัติการร่วมระหว่างหลายกำลังจาก 2 เหล่าทัพ เริ่มจากกองทัพอากาศใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen บินทิ้งระเบิดขนาด 500 ปอนด์และระเบิดนำวิถี เพื่อทำลายบังเกอร์ที่แข็งแรง ถนนที่ใช้ส่งกำลังบำรุงและคลังสรรพาวุธในฝั่งกัมพูชาที่มีพรมแดนติดกับสระแก้ว ในขณะที่ทหารม้ารถถังและยานเกราะ มีการเคลื่อนพลรถถัง M60A3 ทำหน้าที่ยิงสนับสนุนระยะไกลและยิงข่มขวัญใส่บังเกอร์ที่มองเห็นผ่านกล้องตรวจการณ์ รวมทั้งยิงปะทะกับรถถังกัมพูชาด้วย
BM-21 ของกัมพูชา
"ล็อกเป้า!" จากนั้นทหารอีกนายบรรจุกระสุนเข้าปืนใหญ่ของรถถัง M60 "มาเลย มาเลย ถ้ามันกล้าลองดีกับทหารม้าเตรียมตัวเละได้" เสียงนุ่มๆจากพลขับแต่สื่อความหมายว่าให้รถถังกัมพูชารับรู้ได้ว่า อีกไม่นานก็จะถึงเวลาตายแล้ว "ยิงงงงงง!"
"ตู้มมมมมมมมม!" ทันใดนั้นเองกระสุนที่พุ่งออกจากกระบอกปืนรถถัง M60A3 ก็เจาะเกราะรถถัง T-55 กัมพูชา แรงระเบิดทำให้ส่วนหัวและลำตัวฉีกออกจากกันราวกับขนมปังที่ถูกฉีกออก "ใส่อีกนัดซิ" ทหารม้ารถถังนายหนึ่งหันไปพูดกับทหารม้าที่มาด้วยกัน "ตู้มมมมมมมมม!" นัดที่สองยิงเข้าไป รถถังกัมพูชาคันต่อมาก็ระเบิด ภาพที่เห็นคือทหารม้าฝั่งกัมพูชาเดินขากะเผลกออกจากรถถังแล้วถูกไฟคลอกจนสิ้นลมต่อหน้าต่อตา
ในขณะเดียวกันรถหุ้มเกราะ Stryker,  BTR-3E1 และ M113 ใช้ลำเลียงกำลังพลเข้าสู่พื้นที่สิ่งปลูกสร้าง แม้จะเคลื่อนที่ลำบากในซอยแคบ แต่เป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยกำบังและพาทหารเข้าสู่ที่หมายได้เร็วกว่าการเดินเท้า
"พี่ครับ ทหารยานเกราะและทหารราบถึงเป้าหมายแล้ว" เสียงวิทยุส่งตรงถึงแม่ทัพภาคที่ 1 พลโทวรยส เหลืองสุวรรณ "โอเคดีมาก น้องๆทำต่อไป เห็นพี่ได้ยินว่าพวกมันตั้งค่าหัวรถถัง ยานเกราะและรถทหารของกองทัพบกไทย สำหรับคนที่จัดการได้ ขอให้ทุกคนกลับมาปลอดภัยด้วย" สิ้นเสียงแม่ทัพภาคที่ 1 ในการใช้วิทยุสื่อสาร
จุดไหนที่เป็นภัยคุกคามแค่ส่ง F-16 ไปก็ทำให้ฝ่ายเรามีความได้เปรียบและสยบภัยคุกคามได้ด้วยความเหนือชั้นของกองทัพอากาศไทย
จากนั้นท่านหันไปคุยกับทหารที่อยู่ในเต้นท์บัญชาการ "F-16 ทำลายไม่หมดว่ะ น่าจะขอให้ทำลายเพิ่มอีก" ทหารรุ่นน้องถาม "ทำไมครับพี่" ท่านตอบว่า "พี่เห็นในฝั่งนั้นยังมีกาสิโนด้วย เป็นแหล่งเงินเทาๆทั้งนั้น ถ้ากองทัพอากาศไทยบินตัดตรงนั้นได้ ก็จะไม่มีเงินไปสนับสนุนทหารเขมรเพิ่มเติม"
จากนั้นทหารอีกนายคุยกับพลโทวรยส "พี่ไก่ครับ กาสิโนนั่นไม่ใช่แค่แหล่งเงินเทาๆ แต่มันใช้เป็นหลังเก็บอาวุธและฐานปล่อยโดรนสำหรับโจมตีไทย" ท่านพูดต่อกับลูกน้อง "พี่เข้าใจแล้ว เรื่องนี้พี่ไม่ได้เป็นคนสั่งเพียงคนเดียว เพราะเราต้องรบร่วมกันจนกว่าจะชนะ"
ก่อนหน้าที่จะบุกเข้าไปเต็มสตรีม ข้อจำกัดของทหารม้ายานเกราะไทยก็มีนั่นคือ ถนนภายในบ้านหนองจานมีสภาพแคบมากจนรถยนต์ไม่สามารถวิ่งสวนกันได้ เมื่อทหารไทยนำรถยานเกราะ BTR-3E1 และ M113 เข้าไป จึงเคลื่อนที่ได้ลำบากและเลี้ยวโค้งยาก ประกอบกับทางเข้าหมู่บ้านเป็นทางโค้งหักซ้ายและขวา (S-Curve) ทำให้รถทุกคันต้องชะลอความเร็ว จุดนี้ถูกเรียกว่าจุดยุทธศาสตร์แนวยางรถเก่า ซึ่งกัมพูชาได้ตั้งพิกัดรอไว้เพื่อระดมยิงปืนกล RPG และเครื่องยิงลูกระเบิด (ปืน ค.) เข้าใส่ทหารไทยที่ติดอยู่ในคอขวด
ไม่เพียงเท่านี้ทหารกัมพูชาติดตั้ง กล้องวงจรปิด (CCTV) และเซ็นเซอร์ตามจุดต่างๆ เช่น แทงค์น้ำเก่า เพื่อเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของรถยานเกราะไทยแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถดักยิง RPG ได้อย่างแม่นยำพร้อมทั้งมีการเสริมกำลังโดรนพลีชีพ (FPV) บินพุ่งชนรถกหุ้มเกราะ และโดรนทิ้งระเบิดที่คอยก่อเหตุสังหารกำลังพลฝ่ายเรา
ภาพขณะปอยเปตถูกโจมตี
ในขณะเดียวกันฝ่ายกัมพูชาอาศัยความได้เปรียบของ ถนน K5 ที่ถมสูงกว่าพื้นที่หมู่บ้านประมาณ 2-3 เมตร ในการยิงกดลงมายังทหารไทย และมีการเรียกขอการยิงสนับสนุนจาก จรวด BM-21 และปืนใหญ่จากส่วนหลังเพื่อสกัดกั้นการรุกของไทย
"พบเป้าหมาย!" ปลดระเบิดได้!" "รับทราบ!" ในขณะที่ปืนใหญ่ฝั่งกัมพูชายิงเข้ามา ที่ความสูง 20,000 ขึ้นไป เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยมองเห็นเป้าหมายเป็นฐานทหารปืนใหญ่ พร้อมร่องรอยควันดำจากยิงของปืนใหญ่จากฝั่งไทยก้อนหน้านี้ และแล้วลูกระเบิดก็พุ่งดิ่งลงมาในระยะเวลาอันสั้นด้วยความแม่นยำ "วี๊ดดดดดดดด!" "บู้มมมมมมมมมม!" เสียงระเบิดจาก F-16 ดังขึ้น ทำให้ทหารปืนใหญ่ข้าศึกหนีกันกระเจิง
ลูกแรกผ่านไป ลูกสองก็ตามมา มันฉีกปืนใหญ่ที่ใช้ยิงให้แหลกละเอียดราวกับแก้วที่ตกแตกแล้วไม่เหลือชิ้นดี ทหารกัมพูชานายหนึ่งพยายามใช้ MANPAD ล็อกไปที่ F-16 แต่ไม่ทันไรแรงระเบิดจากไข่เหล็กลูกที่ 3 ของ F-16 อีกลำทำให้เขากระเด็นออกจากบริเวณที่ใกล้กับบังเกอร์ "ฟ้าววววววววว!" "ตู้มมมมมมมมม!" เสียง F-16 หย่อนไข่
ขีปนาวุธประทับบ่าคู่ใจหลุดออกไป เขาพยยามจะเอื้อมมือไปจับแล้วลุกขึ้นไปยิงสู้ แต่สลบลงไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยจากการโจมตีทางอากาศของไทย
"โอ้โห้ ดูนั่นควันดำ!" ลูกน้องชาวกัมพูชาชี้ให้นายทุนจีนดู "ไอ้เวรตะไลนี่ อยู่ดีๆไม่ชอบยังมาหาเรื่องเราอีก" ลูกน้องถาม "นายจะเอายังไงดีครับ" นายทุนตอบ "ใช้โดรนที่เราจัดหามาจากทหารรับจ้างฆ่ามันให้สิ้นสภาพ ในเมื่อคิดจะรุกแบบนี้มันก็ต้องเจอดีเสียบ้าง" จากนั้นเขาก็ถามนายเขาว่า "เรามี PHL-03 สามารถทำลายฐานบิน F-16 ที่โคราชได้ไม่ใช่เหรอครับนาย" "ไอ้หมอนี่! พวกลื้อจับไอ้หมอนี่ไปยิงทิ้ง!" นายทุนสั่งให้ลูกน้องกัมพูชา 2 คนมาจับชายคนนี้ไป
เมื่อปอยเปตถูกโจมตีด้วยเอฟ-16
นายทุนจีนคนนี้ที่ใส่ชุดสูทเพื่อบ่งบอกตัวเองว่า ร่ำรวย ดูดี และมีฐานะ กำลังกลายเป็นศัตรูกับกองทัพไทยเพราะเขากำลังให้การสนับสนุนทหารกัมพูชาด้วยโดรน FPV และเม็ดเงินจำนวนหนึ่งที่ไปสนับสนุนทหารบ้านและกลุ่ม BHQ ในขณะที่เขากำลังสูบบุหรี่ เขาก็คิดในใจเรื่องขีปนาวุธ PHL-03 เพราะหากนำมาใช้นั่นเท่ากับกำลังปล่อยให้พันธมิตรจีนทั้ง 2 ชาติอย่างไทยและกัมพูชารบกันเอง
ในสมรภูมิบ้านหนองจาน กองทัพไทยต้องสูญเสียทหารกล้า เพื่อแลกกับการทวงคืนอธิปไตยเหนือแผ่นดินไทย โดยวีรกรรมอันห้าวหาญที่นำไปสู่การสูญเสียทหารทั้ง 4 นายในช่วงท้ายของปฏิบัติการ เริ่มจากท่านแรกที่สูญเสียนั่นคือพลตรี พรศักดิ์ เอี่ยมสะอาด (ก่อนเสียชีวิตยศจ่าสิบเอก) หรือจ่าใหญ่
พลตรี พรศักดิ์ หรือที่พี่น้องทหารเรียกว่า "จ่าใหญ่" ท่านสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เป็นทหารนายแรกที่พลีชีพในสมรภูมินี้เมื่อวันที่ 17 ธันวาปี 68 เหตุการณ์เริ่มจากรถยานเกราะ BTR-3E1 คันหนึ่งพยายามถอยหลังเพื่อหลบการยิงกดดันจากจรวด BM-21 และปืนคอของกัมพูชา จนล้อหลังตกไปในคูน้ำและล้อหน้าลอยทำให้เคลื่อนที่ไม่ได้ ผู้บังคับหมวดจึงสั่งสละรถเพื่อรักษาชีวิตกำลังพลไว้ก่อน
"เร็ว! เร็ว! สละรถ" ผู้บังคับหมวดสั่ง จากนั้นทหารไทยหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการเอาตัวรอดจากวินาทีแห่งควาใมมเป็นความตายนี้ "ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!" ปืน M16 ของทหารไทยยิงตอบโต้ทหารกัมพูชาต่อไป ในขณะที่รอความช่วยเหลือมาถึง ทหารไทยจึงยังคงยิงต่อไปเรื่อยๆ ต่อให้กระสุนหมด ความบ้าบิ่นก็ยังคงอยู่ตลอดไป "ปังงงงงงงงง!" ทหารกัมพูชาบางนายล้มลงสู่พื้นราวกับคนหมดสติ เพียงแต่ว่ามีร่องรอยเลือดจากการถูกยิง ไม่ทันไรก็เกิดความสูญเสียขึ้นกับฝั่งเรา
3 วันต่อมา จ่าใหญ่ซึ่งเป็นชุดช่างซ่อมบำรุงและหนุนเนื่อง ได้รับภารกิจให้นำรถแบ็คโฮลเข้าไปกู้รถหุ้มเกราะ BTR คันดังกล่าว แม้ในพื้นที่จะยังมีการระดมยิงด้วย RPG และอาวุธเล็กตลอดเวลา แต่จ่าใหญ่สามารถกู้รถขึ้นมาได้สำเร็จและขึ้นไปสตาร์ทรถเพื่อขับออกมาด้วยตนเอง
ทหารกัมพูชากับเครื่องแบบที่คุ้นเคย
ในขณะที่ขับรถกลับออกมาถึงช่วงทางโค้ง ซึ่งทหารกัมพูชามีกล้องวงจรปิดตรวจการณ์ไว้ทุกจุด ทำให้รถแบ็คโฮลถูกซุ่มโจมตีอย่างหนักด้วย RPG และระเบิดแสวงเครื่อง "ตู้มมมมมมมมม!" แรงระเบิดทำให้จ่าใหญ่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและคลานออกจากตัวรถเพื่อหลบวิถีกระสุน ก่อนจะเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ
ในช่วงเย็นของวันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการและเป็นเพียงหนึ่งวันก่อนการลงนามหยุดยิง กัมพูชาได้ระดมโจมตีครั้งใหญ่
• การระดมยิงอาวุธหนัก: เวลาประมาณ 16:18 น. ถึง 17:00 น. กัมพูชาเปิดฉากยิงจรวด BM-21 เข้าใส่พื้นที่บ้านหนองจานอย่างหนักต่อเนื่องกว่า 80 นัด,,
• ความสูญเสียครั้งใหญ่: จรวดชุดดังกล่าวพุ่งเข้าใส่พื้นที่ซึ่งมีทั้งกำลังพลและเป้าหมายพลเรือน เป็นเหตุให้ ทหารไทยเสียชีวิตทันที 3 นาย และบาดเจ็บอีก 17 นาย หนึ่งในนั้นมีร้อยตรี ธนพัฒน์ นันทะวงศ์ ในช่วงแรกสถานการณ์ยังคงตึงเครียดจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปลำเลียงร่างของทหารทั้ง 3 นายออกมาจากจุดเกิดเหตุได้ทันที
ในพื้นที่ยังมีการตั้งชื่อ "ฐานปฏิบัติการนันทะวงศ์" เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ พลทหาร ธนพัฒน์ นันทะวงศ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยในสมรภูมินี้เช่นเดียวกัน จนในเวลาต่อมาท่านได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนยศเป็นร้อยตรี เพื่อสดุดีความกล้าหาญและความเสียสละในการปกป้องแผ่นดินไทยของท่าน
ยุทธการพิทักษ์จักรพงษ์ 68 ไม่ได้มีแค่การปกป้องอธิปไตยฝั่งอีสานใต้เท่านั้นแต่รวมถึงชายแดนตะวันออกในส่วนของกองกำลังบูรพาด้วย
"ยังไม่ให้ใช้ PHL-03 นั่นเท่ากับท่านฮุน เซนบอกว่าเรากำลังเป็นศัตรูกับจีน ถ้าใช้จีนคงไม่พอใจแน่" ในช่วงที่ปืนใหญ่พักจากการยิงเข้าใส่บ้านหนองจาน ทหารกัมพูชาที่อยู่ในบังเกอร์คุยกัน "เป็นเวลากว่า 20 วัน ที่เราจากบ้านมา ต่อให้ไม่มี PHL-03 ยิง เราก็ต้องสู้จนตัวตาย" ทหารกัมพูชาที่เป็นเพื่อนด้วยกันคุยต่อ "ไม่ร่วงรอบนี้ F-16 ก็ร่วงรอบหน้าอยู่ดี อีกไม่กี่วันจะมีเครื่องบินขนส่งอาวุธล็อตใหม่มาเติม"
เพื่อนทหารคนเดิมคุยต่อ "คราวก่อนเราไปจับชาวบ้านไทยได้คนหนึ่ง" อีกคนถาม "มันเป็นใคร" เขาตอบไปว่า "มันให้การสารภาพแล้วว่าแฝงตัวมาเป็นชาวบ้าน เพื่อสั่งให้ F-16 มาเผาศพพวกเรา" เพื่อนถามกลับ "เอ็งรู้ไหมว่ามันอยู่ไหน" เขาตอบไปว่า "โดนทหารเรายิงทิ้งไปแล้ว เอ็งสบายใจได้"
ในขณะนั้นเพื่อนคนเดิมที่เอาเรื่องชาวบ้านที่เป็นสายให้กองทัพคุยต่อแต่เปลี่ยนเรื่อง "ข้าไม่รู้ว่าเราจะต้องอยู่ในสนามรบนี้ไปอีกกี่วัน" อีกคนยังไม่ทันจะพูด "ตู้มมมมมมมมม!" ระเบิดจาก F-16 ตกลงมาอย่างจัง จนบังเกอร์พังทลายพร้อมกับไฟลุกโชนตามด้วยควันดำขึ้นสู่ท้องฟ้า
เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะมีการลงนามหยุดยิงในเวลาเที่ยงตรงของวันที่ 27 ธันวาคม แม้จะมีการสูญเสียหนักในวันสุดท้าย แต่ทหารไทยสามารถยึดพื้นที่และเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาเหนือบ้านหนองจานได้สำเร็จในเวลา 16:30 น. ของวันที่ 26 ธันวาคม
ในขณะนี้เหนือน่านฟ้าปอยเปต เสียงไอพ่น F-16 ก็ดังขึ้นเเต่ไม่เห็นตัวเครื่อง และแล้วตึกสูงๆแห่งหนึ่งก็ถูกระเบิดเจาะจนพังถล่มลงมา นายทุนจีนคนเดิมผู้สนับสนุนโดรนพลีชีพ ขับรถเก๋งสุดหรูหนีตาย จนกระทั่งเมื่อรถจอด เขาวิ่งหนีเข้าชายแดนไทยเพื่อจะไปขอร้องอดีตนายพลไทยให้ทหารไทยหยุดยิง แต่กลับถูกตชด.ในส่วนของกองกำลังบรพาเข้าควบคุมตัว "คุณลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย เราจึงจำเป็นต้องดำเนินคดี" แม้จะถูกตชด.จับกุม แต่เสียงไอพ่นของเครื่องบิน F-16 และการโจมตีทางอากาศด้วยระเบิดยังคงดังกึกก้องมาถึงป่าเล็กๆแห่งนี้
การส่ง F-16 รุกเข้าไปในกัมพูชาการปะทะเมื่อเดือนธันวาปี 68 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศไทยรบในลักษณะเช่นนี้
ส่วนที่ภาคพื้นทหารหน่วยรบพิเศษของไทยได้มาถึงบังเกอร์แห่งหนึ่งที่ยังคงมีเศษซากหลงเหลือจากที่เพิ่งถูกทำด้วยปืนใหญ่ของทหารไทยเมื่อกี้นี้ มีหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งมองเห็นทางลงใต้ดินของบังเกอร์แห่งนี้ เขาจึงตะโกนไปว่า "แน่จริงไอ้เหมน แน่จริงมาสู้กันตัวต่อตัว
มึงเจอกูแน่ กูจะไม่ใช้ปืน มึงก็ไม่ใช้ปืน กูกับมึงต้องวัดกันคนละหมัด"
พอพูดจบหันไปเห็นทหารกัมพูชาเดินมา 5-6 นายทำท่าเหมือนจะขอเจรจาแต่ไม่ทันจะได้คุยกัน ทั้ง 2 ฝ่ายต้องวิ่งหนีเพราะโดรนพลีชีพบินมาทิ้งระเบิด "ตู้มมมมมมม!" ทหารทั้งสองฝ่ายกระเด็นไปคนละทิศละทาง หน่วยรบพิเศษที่มีอาวุธครบจำนวนหนึ่งเปิดฉากตอบโต้ก่อนหยุดยิง ในขณะที่ผู้พันคนเดิมที่เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการณ์รพศ. ก็วิ่งหนีก่อนที่โดรนจะบินมาชน แม้จะยิงใส่แล้วโดรนก็ยังคงบินมาจะพุ่งชนเขา
"ตู้มมมมมมมม!" ร่างของเขาลอยกระเด็นไปกระเเทกกับรถหุ้มเกราะ Stryker ที่จอดอยู่ จนได้รับบาดเจ็บ ทำให้ต้องรีบปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน ตัดภาพไปที่บนท้องฟ้า "พบเป้าหมายที่แจ้งแล้ว ขณะนี้พร้อมทิ้งระเบิดเเล้ว!" เสียงนักบิน F-16 ติดต่อกับฐานในฝั่งไทย และแล้วระเบิดก่อนการหยุดยิงก็ถูกปลดออก "ฟ้าววววววววววว!" เอฟ-16 ก็บินหายไป เหลือแต่ระเบิดที่พร้อมจะเจาะที่มั่นอันแข็งแรง นั่นคือคลังสรรพาวุธและค่ายทหารแห่งหนึ่งในกัมพูชา
ระเบิดพุ่งลงมา อีกไม่กี่ฟุตจะถึงพื้น ค่ายทหารซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการเตรียมกำลังรบมารบกับทหารไทยกลับถูกทำลาย "ตู้มมมมมมมมมมม!" เสียงระเบิดดังกึกก้อง ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงต่างพากันวิ่งหนี แม้ระเบิดจาก F-16 จะไม่ทำอะไรพวกเขา แต่ภาพควันดำจากการโจมตีทางอากาศนั้นยังต้องจำฝังใจไปจนตาย
ทุกครั้งที่ F-16 มาจะบินสูงกว่า 30,000-40,000 ฟุตในการรบกับกัมพูชา จึงเป็นเหตุที่ว่าทำไมกัมพูชาจึงไม่เห็นเครื่องบินรบไทยว่าอยู่ไหน แต่กลับได้ยินเสียงแทน
หลังจาก F-16 บินหายไปบนฟ้า ทหารกัมพูชาที่อยู่ในค่ายต่างพากันหาน้ำดับไฟกันวุ่น บางส่วนก็พากันช่วยปฐมพยาบาลเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บจากฝีมือของเครื่องบินรบไทย บางส่วนก็วิ่งไปนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากในค่าย การกระทำของเอฟ-16 คือกฎแห่งกรรมที่ทำงานทันทีในวันที่กัมพูชาหยุดยิง นี่คือกรรมที่มาจากการยึดครองบ้านหนองจานมากว่า 40 ปี กรรมนี้ได้ให้ผลอย่างสาสมไปแล้ว
เมื่อช่วงเวลาหยุดยิงมาถึงทหารไทยใช้ช่วงนี้ในการสถาปนาความมั่นคง โดยนำ ตู้คอนเทนเนอร์กว่า 60 ตู้ และรั้วลวดหนามหีบเพลงไปวางกั้นตามแนวเขตแดนมาตรฐานแผนที่ 1:50,000 เพื่อป้องกันไม่ให้กัมพูชารุกล้ำเข้ามาอีก มีการใช้รถแบ็คโฮลเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของกัมพูชาและฐานแก๊งสแกมเมอร์ ที่ลักลอบมาตั้งอยู่ในพื้นที่ไทยมานานกว่า 40 ปี
วันที่ 5 กุมภาพันธ์พ.ศ.2569 กองทัพไทยและผู้ช่วยทูตทหาร AOT ลงตรวจพื้นที่การปะทะจริงหลังสงครามจบลงไปได้ 1 เดือนกว่า พันเอก ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติการในพื้นที่
ท่านได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวจากทีวีช่องต่างๆและผู้สนใจด้านการทหารว่าการยึดพื้นที่นั้นทำได้ในวันแรกๆ แต่ปัญหาคือยึดได้แต่อยู่ไม่ได้ เพราะพื้นที่เป็นบ้านเรือนพลเรือนที่ไม่มีที่มั่นแข็งแรง ทำให้ลูกน้องต้องถูกระดมยิงด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดและ BM-21 จนเกิดความสูญเสียเกือบทุกวัน ท่านยืนยันว่าปัจจุบันไทยมีความพร้อม 100% ทั้งการวางแนวลวดหนาม 3 ชั้น, คูติดต่อ, และตู้คอนเทนเนอร์ที่ตัดโอกาสการใช้มวลชนมาป่วนได้แน่นอน
“ปัจจุบันมีความพร้อมแล้ว ที่จะปฏิบัติภารกิจในอนาคต หากมีการปะทะรอบที่ 3 หรือรอบที่เท่าไหร่ก็แล้วแต่ เรามีความพร้อม”
พันเอก ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ
บรรยากาศงานเสวนา "สัปดาห์นักรบพิทักษ์แผ่นดิน"
ในงานเสวนาเนื่องในวันทหารผ่านศึก ใช้ชื่องานว่า “สัปดาห์นักรบกล้าพิทักษ์แผ่นดิน” จัดระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ปีเดียวกันโดยมีวิทยากรคือร้อยตรี รฐพล พันธ์สวัสดิ์ , ร้อยโทสุวพิชญ์ ธรรมวิชิต และสิบเอกจักรกฤษณ์ คามีศักดิ์ ในขณะที่เล่าถึงยุทธการที่ผ่านมาทางด้านพันโทนิติเทพ บารมี หรือเสธ.เบ้นซ์ ซึ่งมาร่วมงานเสวนานี้ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความซับซ้อนเชิงยุทธวิธีและเหตุผลความจำเป็นในการรบครั้งนี้
ท่านอธิบายว่าบ้านหนองจานยากที่สุดเพราะกัมพูชาใช้ชุมชนเป็นโล่มนุษย์และดัดแปลงบ้านกว่า 300 หลังเป็นป้อมปราการ, อีกทั้งทางเข้าที่เป็นคอขวดทำให้ทหารไทยต้องเสี่ยงชีวิตอย่างมากในการบุกเข้าไป ความภูมิใจในการทวงคืนอธิปไตย เสธ.เบ้นซ์เน้นย้ำว่าพื้นที่นี้เป็นแผ่นดินไทยมาโดยตลอดมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้จากสระน้ำ UN แต่ถูกกัมพูชาสร้างถนน K5 รุกล้ำเข้ามาอย่างชัดเจน การยึดคืนได้สำเร็จจึงถือเป็นการหยุดยั้งความพยายามแอบอ้างสิทธิ์ที่ยาวนานกว่า 40 ปี
นอกจากการให้รายละเอียดการบุกยึดบ้านหนองจานคืนจากกัมพูชา ท่านแสดงความอาลัยและเชิดชูเกียรติจ่าใหญ่ พลตรี พรศักดิ์ เอี่ยมสอาด , ร้อยตรีธนพัฒน์ นันทะวงศ์และทหารนายอื่นๆ โดยระบุว่าวีรกรรมของพวกเขาจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ผ่านการตั้งชื่อสถานที่สำคัญในพื้นที่
สมรภูมบ้านหนองจานก็จบลงไปแล้ว ในอนาคตยังอาจมีสมรภูมิอื่นๆในสงครามชายแดนไทย-กัมพูชามาให้ติดตามกัน โปรดรอติดตามได้เร็วๆนี้ หากเนื้อหาใดยังไม่อินหรือยังไม่จุใจ ผู้เขียนจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำมาทำบทความแนวนี้ในอนาคต สำหรับวันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Simon Lim
H.C.HO
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว
สถาพร เกื้อสกุล
saniroj thumayos
PPTV HD 36
Thairath TV
ช่อง One 31
thaiger
NATION TV
คมชัดลึก
Kittidej Sangauntongkham
เรียบเรียงโดย : นักรบชายแดน
โฆษณา