19 ก.พ. เวลา 14:00 • สิ่งแวดล้อม

“แบตเตอรี่ทราย” นวัตกรรมกักเก็บความร้อนจากฟินแลนด์ ใช้ได้นานต่อเนื่อง โดยไม่พึ่งเชื้อเพลิงฟอสซิล

“การปล่อยก๊าซเรือนกระจก” จากการผลิตความร้อนในภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้โลกไม่สามารถก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้ เพราะ 80% ของความร้อนในอุตสาหกรรมผลิตจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทำให้เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดคาร์บอนที่แก้ไขได้ยากที่สุดในโลก ซึ่งในตอนนี้นักวิจัยกำลังหาวิธีแก้อยู่ ล่าสุดฟินแลนด์ได้ พัฒนานวัตกรรม “แบตเตอรี่ทราย”
สตาร์ทอัปในฟินแลนด์แก้จุดบอดสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ด้วยการพัฒนานวัตกรรม “แบตเตอรี่ทราย” (Sand Battery) เทคโนโลยีที่ใช้ทรายธรรมดามาทำหน้าที่เป็นถังเก็บกักพลังงานความร้อนขนาดใหญ่ เพื่อจัดเก็บพลังงานจากลมและแสงแดดที่มักจะผลิตได้ไม่สม่ำเสมอตามสภาพอากาศ ให้สามารถนำมาใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานและมีประสิทธิภาพสูง
Polar Night Energy ติดตั้งแบตเตอรี่ทรายขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บพลังงานได้สูงถึง 100 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่เมืองปอร์ไนเนน เพื่อจ่ายน้ำร้อนเข้าสู่ระบบทำความร้อนส่วนกลางของเมือง ระบบนี้ใช้ไซโลขนาดมหึมาที่บรรจุวัสดุเก็บความร้อนปริมาณมหาศาล โดยสามารถควบคุมการผลิตและปล่อยความร้อนผ่านซอฟต์แวร์อัจฉริยะ เพื่อลดต้นทุนพลังงาน และใช้แทนการเผาเศษไม้ในโรงไฟฟ้าแบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากประสิทธิภาพในการเก็บความร้อนแล้ว นวัตกรรมนี้ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเชิงเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมาก โดยมีการนำเศษ “หินสบู่” ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมการผลิตเตาผิงมาใช้แทนทรายแม่น้ำ ที่มีราคาแพงและกำลังขาดแคลนทั่วโลก
ในขณะเดียวกัน บริษัทสตาร์ทอัพอีกแห่งอย่าง TheStorage ได้ยกระดับเทคโนโลยีนี้ขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบ “Sand-in-Motion” ระบบนี้ทำงานโดยการหมุนเวียนทรายระหว่างไซโลเย็นและไซโลร้อนผ่านเครื่องทำความร้อนไฟฟ้าที่สามารถทำอุณหภูมิได้สูงถึง 800-1,000 องศาเซลเซียส
นวัตกรรมนี้ช่วยให้การถ่ายเทความร้อนมีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบจัดเก็บความร้อนแบบคงที่ทั่วไปถึง 10 เท่า ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงพลังงานความร้อนในรูปแบบไอน้ำหรือน้ำมันความร้อนได้ตามต้องการ โดยระบบนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 90% และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานให้กับโรงงานอุตสาหกรรมได้มากถึง 70%
อ่านต่อ:
โฆษณา