13 ก.พ. เวลา 09:59 • กีฬา

ใครบอกของปลอม? 5 ความลับเปลี่ยน "เวียร์ตซ์" สู่ร่างทองของหงส์แดง

"ฟลอเรียน เวียร์ตซ์" เคยถูกตั้งคำถามตัวโต ๆ ในช่วงต้นฤดูกาลว่า "คุ้มไหม ?" กับเงิน 100 ล้านปอนด์ที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลจ่ายไป โดนจนล้อเลียนว่าเป็น "สายลับ 007" บ้างล่ะ เป็นของปลอมบ้างล่ะ หลังจากที่เจอรับน้องสุดโหดของพรีเมียร์ลีก แต่จนถึงตอนนี้เสียงวิจารณ์นั้นค่อย ๆ จางหายไปบ้างแล้ว
ประเด็นสำคัญในบทความ:
  • ร่างกายใหม่: เพิ่มกล้ามเนื้อ (Bulk Up) จนชนะการดวลมากขึ้น
  • คุณภาพ: จ่ายบอลน้อยลง แต่หวังผลเป็นประตูได้มากขึ้น
  • คู่หู: การประสานงานกับ "เอกิติเก" ช่วยปลดล็อกฟอร์ม
สถิติ 21 เกมแรกของฟลอเรียน เวียร์ตซ์กับลิเวอร์พูล
สถิติ 11 เกมล่าสุดของฟลอเรียน เวียร์ตซ์กับลิเวอร์พูล
จากสถิติที่ถือว่าย่ำแย่เมื่อเทียบกับค่าตัว 0 ประตูใน 21 เกมแรก แต่ตอนนี้ (ก่อนเกมพบแมนซิตี้) เวียร์ตซ์มีส่วนร่วมกับประตูไปแล้ว 9 ลูกใน 11 เกมหลังสุด แต่อะไรล่ะที่เป็น "ความลับ" ที่ทำให้เวียร์ตซ์กลายร่างกลับมาเป็นเวียร์ตซ์คนเดิม ?
และนี่คือ 5 ความลับที่ช่วยคืนชีพร่างทองให้กับเวียร์ตซ์ แฟน ๆ หงส์แดงห้ามพลาดครับ!
1. เข้ายิมอัดกล้ามสู้แรงปะทะ
"เบื้องหลังความแกร่ง: ตารางฝึกเวียร์ตซ์ เน้นเพิ่มกล้ามเนื้อ (Bulk Up) เพื่อรับแรงปะทะหนักในพรีเมียร์ลีก"
พรีเมียร์ลีกอังกฤษขึ้นชื่อว่าเป็นลีกที่สปีดบอลเร็ว ปะทะกันแรง (แต่อยู่ในกติกา) ใช้พละกำลังที่เยอะมาก ซึ่งย้อนไปเมื่อเกมที่พบกับอาร์เซนอลในแอนฟิลด์ หลายคนคงเห็นภาพที่เวียร์ตซ์เดินออกจากสนามด้วยอาการตะคริวเกือบทั้งตัว โดยอาร์เนอ สล็อตก็บอกว่า "นี่คือการรับน้องจากพรีเมียร์ลีก" และในช่วงแรกจะเห็นได้ว่าเวียร์ตซ์เบียดสู้กับใครก็ไม่ได้ โดนชนเป็นล้มโดนชนเป็นปลิว จนโดนวิจารณ์ว่าเขานั้นตัวบางเกินไปสำหรับลีกนี้
แต่ทั้งเวียร์ตซ์และสตาฟฟ์โค้ชก็ไม่ได้ปล่อยปะละเลยเรื่องนี้ ปัญหาของเรื่องจึงถูกแก้ไขด้วยการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ (Bulk Up) อย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาให้เห็นดังนี้
  • สถิติชนะการดวลต่อดวล (Duel Won) ดีขึ้น: เพิ่มจาก 36.2% ใน 20 เกมแรก เป็น 45.5% ใน 12 เกมล่าสุด และสูงกว่าค่าเฉลี่ยเดิมที่เคยทำได้ในสมัยเล่นกับเลเวอร์คูเซน (43.3%) เสียอีก
ตอนนี้ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ไม่ใช่คนที่รอล้มเรียกฟาล์วเมื่อถูกชนอีกต่อไป แต่เขาพร้อมชน พร้อมเบียดคู่แข่งแล้ว รวมถึงสามารถแย่งบอลกลับมาเล่นได้เยอะขึ้นอีกด้วย
2. กล้าเล่น กล้าเลี้ยง กล้าลุยมากขึ้น
สถิติเลี้ยงกินตัว: เวียร์ตซ์ครองบอลเหนียวแน่นขึ้น สถิติเสียบอลยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในช่วงแรกจะเห็นได้เลยว่าเวียร์ตซ์นั้นจะเล่นเหมือนไม่สนิทกับเพื่อน เล่นแบบเกรงใจเพื่อน หลายครั้งจะเห็นว่าเขายืนดูเพื่อนเล่นหรือแม้กระทั่งหายไปจากเกม แต่ในช่วงหลังสถิติบอกว่าเขากลายเป็น "ศูนย์กลาง" ของทีมไปแล้ว ตามสถิติข้างล่างนี้
  • สถิติการสัมผัสบอล: 20 เกมแรกสถิติการสัมผัสบอลเฉลี่ยอยู่ 63.9 ครั้งต่อเกม แต่ 12 เกมหลังสุด ค่าเฉลี่ยเพิ่มเป็น 81.9 ครั้งต่อเกม ซึ่งใกล้เคียงกับสถิติเฉลี่ยในตอนที่อยู่กับเลเวอร์ฯ (83.6 ครั้ง/เกม)
  • สถิติในพื้นที่อันตราย: สถิติสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งเพิ่มขึ้นจาก 5.0 ครั้งต่อเกม (20 เกมแรก) มาเป็น 7.6 ครั้งต่อเกม (12 เกมล่าสุด)
และเมื่อดูความแตกต่างของการสัมผัสบอล จะเห็นได้ว่าไม่เพียงแต่ได้บอลเยอะขึ้น แต่เขาได้บอลในพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษของคู่แข่งมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในฝั่งซ้าย ซึ่งน่าสนใจว่านั่นคือพื้นที่เก่งและพื้นที่เขาชอบในตอนที่เล่นกับเลเวอร์ฯ
3. Off The Ball คือทีเด็ด
แทคติก Off The Ball: การวิ่งหาช่องว่างของเวียร์ตซ์ที่ช่วยดึงตัวประกบให้เพื่อนเล่นง่าย
Off The Ball คือการเคลื่อนที่โดยที่ไม่มีบอล สล็อตเคยออกมาชมว่าการเคลื่อนที่โดยที่ไม่มีบอลของเวียร์ตซ์นั้นมีพัฒนาการที่ดีมาก ยกระดับขึ้นมาได้ยอดเยี่ยมมาก โดยในช่วงหลังมานี้ เวียร์ตซ์ทำผลงานในเรื่องนี้ดีขึ้นจริง ๆ
  • สถิติแย่งบอลกลับมา: ในเกมที่พบไบรท์ตันในแอนฟิลด์ เวียร์ตซ์สามารถแย่งบอลกลับมาครองได้มากถึง 9 ครั้ง มากกว่าเพื่อมร่วมทีมคนอื่นอย่างน้อย 3 ครั้ง
  • เลิกยืนรอบอล: เวียร์ตซ์พยายามมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากขึ้น ไม่ยืนรอบอลอย่างเดียวแล้ว แต่จะวิ่งหาช่องเพื่อดึงตัวประกบ หรือแม้กระทั่งสอดเข้าไปทำประตู เช่น การยิงประตูในเกมชนะวูล์ฟแฮมป์ตันก็เกิดจากการวิ่งหาช่องที่ยอดเยี่ยม
4. จ่ายน้อยแต่เน้นคุณภาพ
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์กำลังเปิดบอลในกรอบเขตโทษ
ในช่วงแรกมีสถิติออกมาว่าเวียร์ตซ์มีสถิติในการสร้างโอกาส (Chances Created) เยอะมาก มากถึงขั้นติดระดับ Top ของลีกเลย ซึ่งผลงานส่วนร่วมกับประตูแทบจะไม่มีเลย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือสถิตินี้ในช่วงหลังน้อยลง
  • สถิติการสร้างโอกาส (Chances Created): ลดจาก 2.8 ครั้ง เหลือ 2.2 ครั้งต่อเกม แต่เกมรุกของทีมดูดีและวูบวาบมากขึ้น แถมการยิงประตูของทีมก็มากขึ้นด้วย
  • ค่า Expected Assisted (xA) หรือโอกาสแอสซิสต์: จาก 0.25 เพิ่มเป็น 0.39 ครั้งต่อเกม
สถิตินี้บ่งบอกถึงอะไร สถิติกำลังบอกว่าแม้ว่าการจ่ายบอล, การสร้างโอกาสน้อยลง แต่การสร้างโอกาสแต่ละครั้งนั้นมีประสิทธิภาพและมีโอกาสเป็นประตูสูงมากกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะเขาปรับและเลือกจังหวะได้ดีขึ้น รวมถึงเริ่มเข้าขารู้ใจกับเพื่อนทีมมากขึ้น
5. "เอกิติเก" คู่หูที่รู้ใจ
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์และอูโก เอกิติเก กำลังเดินมาดีใจด้วยกันหลังทำประตูได้
ในอดีตลิเวอร์พูลเคยมีคู่หูเกมรุก ไม่ว่าจะเป็นเจอร์ราร์ด-ตอร์เรส หรือซัวเรส-สเตอร์ริดจ์ที่เล่นได้กันแบบเข้าขารู้ใจ ซึ่งในตอนนี้เวียร์ตก็เจอคู่หูรู้ใจของเขาแล้ว นั่นก็คือ "อูโก เอกิติเก" กองหน้าจากไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ตที่ย้ายมาในตลาดซัมเมอร์เหมือนกันกับเขา
บทความที่เกี่ยวข้อง:
  • สถิติยิงและแอสซิสต์ให้กัน: จนถึงตอนนี้คู่หูเวียร์ตซ์-เก้ประสานงานยิงประตู (ผลัดกันยิงผลัดกันจ่าย) ไปแล้ว 6 ประตู มากที่สุดในบรรดาคู่หูแนวรุกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ โดยแอสซิสต์ให้กันคนละ 3 ประตู
สถิติการผลัดยิงและจ่ายให้กันของพรีเมียร์ลีก 2025/2026
ถึงจะผ่านมาครึ่งฤดูกาลแล้ว แต่การได้เจอคู่หูที่รู้ใจ เล่นเข้าขากันแบบเอกิติเกนี้ ทำให้ต่างคนต่างมีพื้นที่ในเกมรุกมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่เล่นง่ายขึ้นโดยเฉพาะเวียร์ตซ์ จนทำให้เขาทำผลงานได้ดีจนมีชื่อเข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนมกราคม
ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนเปลี่ยนคำถามจาก "ซื้อมาทำไม ?", "จะไหวไหม ?" หรือคำถามอื่น ๆ อีกมากมาย ให้กลายเป็น "ขาดเขาได้ไหม?" สถิติมีส่วนร่วม 9 ประตูใน 11 นัดหลังสุด คือเครื่องยืนยันว่าเขาเริ่มปรับตัวกับความโหดของพรีเมียร์ลีกได้สมบูรณ์แล้ว และเงิน 100 ล้านปอนด์ที่ลิเวอร์พูลจ่ายไป วันนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่แค่ค่าตัวนักเตะ แต่คือการซื้อ "หัวใจในเกมรุก" ของสโมสรในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
  • 1.
    เวียร์ตซ์ย้ายมาค่าตัวเท่าไหร่: ลิเวอร์พูลจ่ายก้อนแรกไป 100 ล้านปอนด์ โดยยังไม่รวมแอดออนเพิ่มเติมอีก 16 ล้านปอนด์
  • 2.
    ทำไมช่วงแรกฟอร์มไม่ดี: ยังปรับตัวกับความเร็วและความหนักหน่วงของพรีเมียร์ลีกไม่ได้ เพราะแต่ละลีกความหนักหน่วงไม่เท่ากัน ร่างกายก็ยังแข็งแกร่งไม่พอ รวมถึงยังจูนกับเพื่อนไม่ติด
บทความอื่นเพิ่มเติม:
แหล่งที่มา
เนื้อหา:
รูปภาพ
โฆษณา