12 ก.พ. เวลา 03:22 • ไลฟ์สไตล์

จดหมายถึงจิตวิญญาณของฉัน

เรื่องราวของการวิ่งเต็มกำลังสู่หน้าผาที่มองไม่เห็น
ฉันรักสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้
ฉันรักทางที่ฉันได้เลือก
มีความสุขที่ได้ทำมัน
ฉันแทบจำไม่ได้แล้วว่าความเหนื่อยล้ารู้สึกเป็นอย่างไร
แต่ถึงกระนั้น บททดสอบก็ไม่ได้อ่อนข้อให้ฉัน
อีกด้านหนึ่งของเส้นทางนี้ทำให้ฉันมีความสุข
อีกด้านหนึ่งก็หล่อเลี้ยงความกังวลของฉัน
มันเหมือนสิ่งวัดใจ
การสอบที่ไม่ได้วัดกันที่คะแนน แต่วัดกันที่หัวใจ
ฉันจะสอบตก
หรือสอบผ่าน
ภายในตัวฉัน มีสองเสียงที่กำลังแย่งชิงความเป็นใหญ่
ใจหนึ่งอยากจะวิ่งเข้าใส่ให้รู้แล้วรู้รอด
เผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
เลิกวนเวียนอยู่กับความกังวลเดิม ๆ
ใส่ให้สุดไปเลย และจบการรอคอยนี้
แต่อีกตัวตนหนึ่งกลับหวั่นกลัว
คอยกังวลอยู่เสมอ
ยังยึดติดกับแนวคิดเรื่องความมั่นคง
เมื่อสองตัวตนปะทะกัน
อีกคนคอยระวัง อีกคนพร้อมจะกระโดด
ต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าตัวเองนั้นสำคัญกว่า
งานหนักจึงไปตกที่สมอง
มันต้องทำงานอย่างหนักหน่วง
ทั้งฟังและวิเคราะห์
พยายามค้นหาความจริงท่ามกลางเสียงรบกวน
การเจรจาที่ยากที่สุด อยู่ระหว่างฉันกับตัวฉันเอง
ถ้าหากฉันยอมฟังทั้งสอง และค้นหาจุดกึ่งกลาง
มันจะเป็นไปได้ไหม
และถ้าเป็นไปได้ นั่นจะยังคงเป็น ตัวฉัน อยู่ไหม
หากฉันต้องบังคับตัวเองเลือกบางสิ่ง
เพียงเพราะว่ากลัว
เพียงเพราะยอมแพ้ให้กับคำว่า ความมั่นคง
ฉันยังจะทำมันได้ดีอยู่ไหม
หรือความสุขจะค่อย ๆ หายไปอย่างเงียบ ๆ
แต่ถ้าหากฉันเดินหน้าเต็มกำลัง
พร้อมลุยให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
หากทางที่ฉันวิ่งไปนั้น มีหน้าผารออยู่ข้างหน้าล่ะ
ฉันไม่ต้องตกลงไป
ใช่ไหม
ระหว่างที่ฉันกำลังคิดจนหัวหมุน
คำถามที่สามค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
แล้วถ้าหากข้างล่างหน้าผานั้น คือดินแดนสวรรค์ล่ะ
ถ้าข้างล่างเต็มไปด้วยปุยนุ่น แทนที่จะเป็นหินแหลม
เต็มไปด้วยความอุดม แทนที่จะเป็นความสูญเสีย
ถ้าการตกลงไปนั่นแหละคือจุดประสงค์
การยอมจำนน การยอมรับ
โดยปราศจากข้อโต้แย้งใด ๆ
การกระโดดลงไปด้วยความไว้วางใจในสิ่งที่ฉันมองไม่เห็น
เพราะมันคือชีวิต
ไม่มีอะไรที่คาดเดาได้
หน้าผานั้นอาจเป็นจุดจบของฉัน หรืออาจเป็นจุดเริ่มต้นของฉันก็ได้
นี่คือบททดสอบที่มีเพียงฉันเท่านั้นที่ตอบได้
ไม่ใช่ด้วยสมอง
ที่หมดแรงจากการไกล่เกลี่ย
ไม่ใช่ด้วยความกลัว
ที่รู้แต่จะปกป้อง
ไม่ใช่ด้วยความประมาท
ที่รู้แต่จะวิ่ง
งั้นฉันก็จะให้จิตวิญญาณทำหน้าที่ของมัน
และไว้วางใจ
ว่ามันรู้
ว่าควรกระโดดไปทางไหน
J. Daisy
โฆษณา