Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
12 ก.พ. เวลา 09:32 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 71 ฉายากวี
เจี่ยเจิ้งออกเดินทางไปปฏิบัติราชการแล้ว แมวไม่อยู่หนูร่าเริง เป่าวี่เที่ยวตระเวนตามอำเภอใจใช้เวลาอย่างไร้ค่า เพิ่มเดือนวันอันสูญเปล่าให้อายุ วันนี้นึกเบื่อ ไปหาแม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยิน วุ่นวายฆ่าเวลาแล้วกลับมายังอุทยาน เพิ่งผลัดผ้าเสร็จ ชุ่ยม่อ 翠墨 ก็เข้ามาเอาเทียบเชิญมายื่นให้ เป่าวี่จึงว่า
“ข้าก็ลืมไป ว่าจะไปดูน้องสามอยู่ เจ้ามาก็ดีแล้ว ดีขึ้นบ้างแล้วยัง”
ชุ่ยม่อว่า “คุณหนูดีขึ้นแล้ว ตอนนี้ไม่ต้องกินยาแล้ว แต่ยังหนาวอยู่บ้าง”
เป่าวี่เปิดเทียบอ่าน ความว่า :
ผู้น้องทั่นชุนเรียนพี่ชายรอง :
เมื่อคืนก่อนฟ้ากระจ่าง จันทร์สว่างสะอาดใส ด้วยเสียดายบรรยากาศอันแช่มชื่นเช่นนี้ จึงมิอาจทำใจเข้านอน น้ำหยดบอกเวลายามสามยังเดินไปมาใต้ต้นอู๋ถงริมระเบียง จนต้องลมและน้ำค้างกระทั่งเป็นหวัด
เมื่อวานท่านสู้อุตส่าห์มาให้กำลังใจ และหมั่นส่งสาวใช้มาถามไถ่ ทั้งยังนำลิ้นจี่สดและลายพู่กันของเจินชิง 真卿 มาให้ แสดงให้เห็นถึงความรักและห่วงใยอย่างลึกซึ้ง
วันนี้ ขณะนั่งโต๊ะเขียนค่อยครุ่นคิดถึงคนโบราณที่ต้องไขว่คว้าหาชื่อเสียง ยังสู้หาถิ่นอิงน้ำผามาเชื้อเชิญเพื่อนร่วมปณิธานทั้งใกล้ไกล กระทั่งถอดล้อรถรั้งไว้มิใหัเดินทาง เพื่อตั้งชมรมชื่นชมดนตรีหรือบทกวี แม้เป็นสมาคมเพื่ออภิรมย์เพียงชั่วคราว แต่กล่าวขานนับพันปี
ผู้น้องแม้ด้อยสามารถ ยังหวังร่วมอาศัยหมู่ศิลาริมสระใส ชื่นชมทักษะกวีอันสวยงามของพี่เซวีย และพี่หลิน เสียดายที่ไม่เคยคิดจัดงานชุมนุมสหายกวีในชานเรือนอันร่มรื่นหรือศาลากลางน้ำใต้แสงจันทร์กันมาก่อน จึงขอร่วมดื่มและร่ายบทกวีใต้ร่มซิ่งเถาริมลำธารนี้
ผู้ใดว่างานชุมนุมกวีเช่นชมรมปทุมมามีได้เพียงบุรุษจัด ขอให้งานชุมนุมเช่นตงซานเป็นของเราเหล่าสตรีบ้าง หากพี่ท่านไม่รังเกียจเดินฝ่าหิมะหนาว ผู้น้องยินดีกวาดลานดอกไม้รอ
ด้วยความนับถือ
(งานชุมนุมกวีที่ตงซาน 东山之雅会 สมัยจิ้นตะวันออก 东晋 มีกวีหญิง เซี่ยเต้าวิ่น 谢道韫 เข้าร่วมชุมนุม)
เป่าวี่อ่านจบ ตบมือหัวเราะว่า “ยังคงเป็นน้องสามความคิดสูงส่ง ข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ว่าแล้วก็ออกเดินโดยมีชุ่ยม่อเดินตามหลัง
พอมาถึงศาลาหอมซ่าน เห็นแม่เฒ่าเข้าเวรที่ประตูหลังของอุทยานถือเทียบเดินมา พอเห็นเป่าวี่ก็ตรงมาหา ปากว่า
“คุณชายหยุน 芸哥 ฝากคำอวยพร ตอนนี้รออยู่ที่ประตูหลัง ฝากข้านำสิ่งนี้มาให้”
เป่าวี่รับเทียบมาเปิดดู มีความว่า :
หยุน 芸 ผู้บุตรอาราธนาหมื่นโชคอำนวยพรสู่บิดา :
นับแต่ได้รับความกรุณาจากฟากฟ้ารับเป็นบุตรในปกครอง บุตรตรองอยู่ทุกวันคืนเพื่อสนองพระคุณด้วยความกตัญญู ก่อนหน้านี้บุตรได้รับหน้าที่ซื้อหาบุปผาพฤษาพรรณ ด้วยบารมีของบิดา จึงได้รู้จักกับช่างจัดสวนและสวนลือนามหลายแห่ง ไม่นานนี้ได้เห็นไห่ถังสีขาวพันธุ์หายาก จึงได้หาทุกหนทางจนได้มาสองกระถาง หากบิดาเห็นบุตรเป็นดังบุตรแท้ ขอได้โปรดรับเอาไว้ชื่นชม
เนื่องด้วยอากาศร้อนนัก เกรงว่าบรรดาคุณหนูจะไม่สะดวกใจ จึงมิบังอาจขอเข้าพบ เพียงนำส่งสารนี้ และคำนับอวยพร
หยุน 芸 ผู้บุตรคุกเข่ามอบสาร
เป่าวี่อ่านจบแล้วยิ้มถามว่า
“เขามาคนเดียว หรือมีคนอื่นมาด้วย”
ยายเฒ่าว่า “ยังมีดอกไม้สองกระถาง”
เป่าวี่ว่า “เจ้าไปบอกเขาว่าข้ารู้แล้ว น้อยคนที่จะคิดถึงข้าเหมือนเขา แล้วเจ้าก็นำดอกไม้ไปไว้ที่เรือนของข้า”
ว่าแล้ว ก็เดินต่อกับชุ่ยม่อจนมาถึงเรือนสารทภิรมย์ 秋爽斋 (ชิวส่วงไจ ที่พักของทั่นชุน) เห็นเป่าไช ไต้วี่ หยิงชุน ซีชุน มาถึงกันหมดแล้ว พอเห็นเป่าวี่เดินเข้ามา ก็พากันหัวเราะว่า
“มาแล้วอีกหนึ่ง”
ทั่นชุนยิ้มว่า “นับว่าข้าไม่ธรรมดา พอเกิดความคิด ลองเขียนเทียบเชิญดู ใครจะรู้ว่ามากันครบ”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เสียดายที่จัดช้าไปหน่อย ควรจะมีชมรมนี้มาแต่ก่อนหน้า”
ไต้วี่ว่า “ตอนนี้ยังไม่นับว่าสาย ไม่มีอะไรน่าเสียดาย เพียงแต่พวกเจ้าตั้งชมรมไป อย่านับข้าเข้าไปด้วย ข้าไม่กล้าพอร่วมด้วย”
ทั่นชุนว่า “เจ้าไม่กล้าแล้วใครกล้า”
เป่าวี่ว่า “นี่เป็นเรื่องจริงจังและสำคัญ ทุกคนทุ่มเทหน่อย อย่าเกี่ยงกันไปมา ใครมีความเห็นอย่างไรก็กล่าวออกมาให้ทุกคนได้ถกกัน พี่เป่าก็ช่วยออกความเห็น น้องหลินก็กล่าวอะไรบ้าง”
เป่าไชว่า “จะรีบไปไหน ยังมากันไม่ครบ”
พูดไม่ทันขาดคำ หลี่หวานก็เดินยิ้มเข้ามาว่า
“วิเศษจริง จะตั้งชมรมกลอน 诗社 ข้าเสนอตัวเป็นผู้ควบคุมเวที 掌坛 วสันต์ก่อนข้าก็เคยคิดเรื่องตั้งชมรม แต่มาคิดดู ข้าเองก็แต่งกลอนไม่เป็น จะวุ่นวายทำไม แล้วก็ลืมเรื่องนี้ไปไม่พูดถึง น้องสามอยากจะตั้งชมรม ข้าจะช่วยเต็มที่”
ไต้วี่ว่า “ในเมื่อแน่ใจว่าจะตั้งชมรมกลอน พวกเราก็นับว่าเป็นกวี ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนจากการเรียกพี่น้องอาหลานมันธรรมดาไป”
หลี่หวานว่า “จริงอย่างยิ่ง ทำไมไม่ตั้งเป็นฉายาเรียกขานกัน ฟังดูเก๋ ข้าตั้งเป็น “เฒ่านาข้าวหอม 稻香老农 (เต้าเซียงเหล่าหนง)” จะได้ไม่มีใครแย่งใช้”
ทั่นชุนยิ้มว่า “ข้าเป็น “อุบาสิกาสารทภิรมย์ 秋爽居士 (ชิวส่วงจวีสื้อ)” ก็แล้วกัน”
เป่าวี่แย้งว่า “อุบาสก อุบาสิกา ไม่น่าฟังทั้งยังเยิ่นเย้อ ที่นี่มีทั้งต้นกล้วยต้นอู๋ถง ตั้งที่เกี่ยวกับกล้วยและอู๋ถงจะดีกว่า”
ทั่นชุนยิ้มว่า “ได้แล้ว ข้าชอบใบตอง เรียกว่า “แขกใต้ตอง 蕉下客 (เจียวซย่าเค่อ)” ก็แล้วกัน”
ทุกคนเห็นว่าดีมีเอกลักษณ์น่าสนใจ
ไต้วี่ยิ้มว่า “พวกเจ้ารีบจูงนางมาตุ๋นเป็นเนื้อแกล้มเหล้า”
ทุกคนฟังแล้วไม่เข้าใจ
ไต้วี่ยิ้มว่า “จวงจื่อ 庄子 กล่าวถึง “ใบตองคลุมกวาง 蕉叶覆鹿” เจ้าเป็น “แขกใต้ตอง” มิใช่เป็นกวางหรือ”
ทุกคนฟังเฉลยแล้วพากันหัวเราะ
ทั่นชุนยิ้มว่า “เจ้าเล่นคารมหลอกด่าคน อย่าเพิ่งรีบ เดี๋ยวข้าช่วยคิดฉายางามงามให้”
แล้วหันมาหาคนอื่นว่า
“สมัยก่อน เอ๋อหวง 娥皇 หนฺวี่อิง 女英 พระธิดาของพระเจ้าเหยา 帝尧 ร้องไห้รดต้นไผ่จนไผ่ลาย นับจากนั้นไผ่แถบลุ่มน้ำเซียงจึงมีชื่อว่า “ไผ่สนมเซียง 湘妃竹” ตอนนี้นางอาศัยอยู่ที่เรือนเซียวเซียง 潇湘馆 ทั้งยังชอบร้องไห้ อีกหน่อยไผ่แถวเรือนนางคงกลายเป็นไผ่ลาย ต่อไปเราก็เรียกนางว่า “พระสนมเซียวเซียง 潇湘妃子 (เซียวเซียงเฟยจื่อ)” ช่างเหมาะเจาะ”
ทุกคนฟังแล้วปรบมือว่าเยี่ยม ไต้วี่ก้มหน้าไม่พูดจา
หลี่หวานยิ้มว่า “ข้าช่วยคิดชื่อให้น้องเซวียเอาไว้แล้ว มีสามอักษร”
ทุกคนรีบถามว่าคืออะไร หลี่หวานว่า
“ข้าแต่งตั้งนางเป็น “จอมขิงหอม 蘅芜君 (เหิงหวูจวิน)” ไม่รู้ว่าพวกเจ้าเห็นอย่างไร”
ทั่นชุนว่า “ฉายานี้ดี”
เป่าวี่ว่า “แล้วข้าล่ะ พวกเจ้าช่วยคิดให้ข้าที”
เป่าไชยิ้มว่า “ฉายาของเจ้ามีอยู่แล้ว “หาเรื่องยุ่ง 无事忙” สามอักษรช่างเหมาะเจาะ”
หลี่หวานว่า “เจ้าก็ใช้ฉายาเก่าของเจ้า “เจ้าบุปผาถ้ำแดง 绛洞花主” มีอยู่แล้ว”
เป่าวี่ว่า “นั่นข้าตั้งเล่นตอนเด็ก จะพูดถึงทำไม”
ทั่นชุนว่า “ฉายาเจ้ามีเยอะ จะตั้งใหม่ทำไม พวกเราเรียกอะไร เจ้าขานรับก็สิ้นเรื่อง”
เป่าไชว่า “ข้าตั้งให้เจ้าดีกว่า เป็นฉายาที่สามัญแต่เหมาะสม สิ่งที่หายากในโลกนี้คือความมั่งคั่งทั้งโภคทรัพย์และเกียรติยศ อีกสิ่งที่หายากคือเวลาว่าง สองสิ่งนี้มิอาจมีได้พร้อมกัน แต่เจ้ามีทั้งสองสิ่ง ควรเรียกเจ้าว่า “เศรษฐีตกงาน 富贵闲人 (ฟู่กุ้ยเสียนเหยิน)” เป็นอย่างไร”
เป่าวี่ยิ้มว่า “รับไม่ไหว รับไม่ไหว แล้วแต่พวกเจ้าจะเรียกก็แล้วกัน”
ไต้วี่ว่า “แล้วแต่ได้อย่างไร เจ้าพักอยู่ที่ลานชื่นแดง เรียกเจ้าว่า “คุณชายชื่นแดง 怡红公子 (หยีหงกงจื่อ)” ดีไหม”
ทุกคนตอบรับว่า “ก็ดีอยู่”
หลี่หวานว่า “แล้วคุณหนูรอง กับคุณหนูสี่จะตั้งว่าอะไร”
หยิงชุนว่า “พวกเราแต่งกลอนไม่ค่อยได้ ตั้งฉายาไปก็เสียเปล่า”
ทั่นชุนว่า “ถึงอย่างนั้น ก็ยังต้องตั้ง”
เป่าไชว่า “นางพักอยู่ที่ “เกาะกระจับม่วง 紫菱洲 (จื่อหลิงโจว)” เรียกนางว่า “เกาะกระจับ 菱洲 (หลิงโจว )” ส่วนที่พักยายหนูสี่มี “ศาลาหอมรากบัว 藕香榭 (โอ่วเซียงเซี่ย)” เรียกนางว่า “รากบัว 藕榭 (โอ่วเซี่ย)” ก็ได้แล้ว”
หลี่หวานว่า “ตกลงตามนี้ ถ้านับตามอายุข้าเป็นคนโต พวกเจ้าต้องฟังข้า รับรองว่าต้องถูกใจทุกคน พวกเราตั้งชมรมกันเจ็ดคน ข้ากับคุณหนูสองคุณหนูสี่แต่งกลอนไม่เป็น ควรต้องแยกพวกเราสามคนออกมาทำหน้าที่อื่น”
ทั่นชุนยิ้มว่า “มีฉายากันแล้วยังเรียกกันเช่นนี้ มิสู้ไม่ตั้งเสียดีกว่า คราวหลังถ้าผิดอีก คงต้องมีการลงโทษ”
หลี่หวานว่า “ตั้งชมรมก่อน แล้วค่อยกำหนดบทลงโทษ สถานที่ของข้ากว้างขวาง ใช้ที่ของข้าตั้งชมรม ถึงข้าจะแต่งกลอนไม่เป็น หากพวกเจ้าเหล่ากวีไม่ติว่าข้าไม่ประสีประสา ยอมให้ข้าเป็นเจ้าภาพ ต่อไปข้าคงพัฒนาจนดีได้เอง
หากแต่งตั้งข้าเป็นหัวหน้าชมรม ข้าคนเดียวคงทำไม่ไหว จำต้องมีผู้ช่วยอีกสองคน ก็ขอเชิญเกาะกระจับ กับรากบัวสองบัณฑิต ท่านหนึ่งคอยกำหนดจำนวนคำและสัมผัส อีกท่านคอยบันทึกและดูแลสนาม แต่ไม่ได้ห้ามเด็ดขาดว่าพวกเราไม่เข้าร่วม หากหัวข้อนั้นง่าย พวกเราก็แต่งได้ แต่พวกเจ้าทั้งสี่ต้องเป็นตัวยืน หากไม่เห็นด้วยตามนี้ ข้าคงไม่กล้าเกาะหางไปด้วย”
หยิงชุน ซีชุนโดยปกติวิสัยไม่ชอบแต่งบทกวี แต่พอมีเป่าไช ไต้วี่ออกหน้า ตรงใจตนก็ตอบพร้อมเพรียงว่า “เห็นด้วย”
ทั่นชุนรู้ทันเจตนาพวกนางแต่เมื่อพวกนางเต็มใจเข้าร่วมจึงไม่อยากฝืน แต่ยิ้มว่า
“เอาเถิด คิดแล้วก็น่าขำ ข้าเป็นคนเริ่มชมรม กลายเป็นเจ้าสามคนมาควบคุมข้า”
เป่าวี่ว่า “เช่นนี้แล้ว พวกเราก็ไปที่บ้านข้าวหอม 稻香村 กันเลย”
หลี่หวานว่า “เจ้าก็รีบอยู่เรื่อย วันนี้เพียงหารือ รอข้าหาเวลาเชิญ”
เป่าไชว่า “ควรกำหนดว่าจะจัดกันกี่วันครั้ง”
ทั่นชุนว่า “ถ้าถี่เกินไปก็ไม่สนุก เดือนหนึ่งไม่ควรเกินสองสามครั้ง”
เป่าไชว่า “เดือนหนึ่งสองครั้งก็พอ กำหนดวันไว้ให้แน่นอนไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออก นอกจากสองวันนี้แล้ว หากใครนึกสนุกอยากจัดเพิ่มแล้วเชิญพวกเราไปที่เรือนเขา หรือนัดมารวมที่ไหน ก็ย่อมได้ ไม่น่าสนุกกว่าหรือ”
ทุกคนเห็นด้วยว่า “ข้อเสนอนี้ดี”
ทั่นชุนว่า “ข้าเป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้ ควรให้ข้าเป็นเจ้าภาพครั้งแรก จะได้ไม่เสียอารมณ์ไปเปล่า”
หลี่หวานว่า “ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้เราก็เปิดชมรมครั้งแรก ดีไหม”
ทั่นชุนว่า “พรุ่งนี้มิสู้วันนี้ จัดเสียเดี๋ยวนี้เลย เจ้าตั้งหัวข้อ เกาะกระจับกำหนดคำและสัมผัส รากบัวเป็นผู้คุม”
หยิงชุนว่า “ตามความเห็นข้า ไม่ควรให้ใครคนหนึ่งเป็นผู้กำหนดคำและสัมผัส สุ่มเอาน่าจะยุติธรรม”
หลี่หวานว่า “เมื่อตอนข้ามา เห็นคนยกดอกไห่ถังสีขาวสองกระถาง ซึ่งสวยงามดี ใช้เป็นหัวข้อเสียเลย”
ตอนก่อนหน้า : นกน้อยในกรง
https://www.blockdit.com/posts/6989ac9fd8a8866ea742bcf9
ตอนถัดไป : ชมรมกลอนไห่ถัง
บันทึก
2
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย