Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
16 ก.พ. เวลา 09:31 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 72 ชมรมกลอนไห่ถัง
หลี่หวานว่า “เมื่อตอนข้ามา เห็นคนยกดอกไห่ถังสีขาวสองกระถาง ซึ่งสวยงามดี ใช้เป็นหัวข้อเสียเลย”
หยิงชุนว่า “คนอื่นยังไม่มีใครได้เห็น จะแต่งกลอนได้หรือ”
เป่าไชว่า “เป็นเพียงดอกไห่ถังสีขาว ทำไมจะต้องเห็นถึงแต่งได้ กวียุคก่อนอาศัยอารมณ์และแรงบันดาลใจในการแต่งบทกวี หากต้องรอจนเห็นของจริง คงไม่มีบทกวีเหล่านี้”
หยิงชุนว่า “เช่นนี้ ข้าก็จะกำหนดคำและสัมผัส”
แล้วเดินมายังชั้นวางหนังสือ สุ่มหยิบหนังสือบทกวีมาเปิด เป็นบทกลอนเจ็ดคำ ส่งให้ทุกคนดูว่า ให้แต่งกลอนเจ็ด
หยิงชุนเก็บหนังสือแล้วหันมาบอกสาวใช้ผู้หนึ่งว่า
“เจ้าบอกอักษรที่เจ้านึกได้มาหนึ่งอักษร”
สาวใช้ยืนพิงประตูอยู่ จึงบอกว่า
“เหมิน 门 (ประตู, ทวาร)”
หยิงชุนยิ้มว่า “สัมผัสเสียง “เหมิน 门” คือ ลิ้นชักที่สิบสาม คำแรกที่ต้องใช้ส่งสัมผัสในวรรคแรกคือ เหมิน 门”
หยิงชุนสั่งให้นำ “หีบป้ายเสียงสัมผัส 韵牌匣子” มาเปิดลิ้นชักที่สิบสาม แล้วให้สาวใช้สุ่มหยิบออกมาสี่ป้าย ได้อักษร
“เผิน 盆 (กระถาง)”
“หุน 魂 (วิญญาณ)”
“เหิน 痕 (แผล, ร่องรอยหลักฐาน, เค้าโครงสัณฐาน)”
“ฮุน 昏 (มัวซัว, สายัณห์)”
เป็นคำรับสัมผัสที่ท้ายบาท
(หีบป้ายเสียงสัมผัส 韵牌匣子 มี 106 ลิ้นชัก
เสียงสัมผัสถูกจัดไว้ 106 เสียง แต่ละเสียงจะมีป้ายอักษรที่เสียงสัมผัสกันเก็บไว้ในลิ้นชักเดียวกัน รวม 106 ลิ้นชัก)
เป่าวี่ว่า “คำว่า “เผิน 盆 (กระถาง)” กับ “เหมิน 门 (ประตู)” ดูไม่เข้าเรื่องกัน”
สื้อซู 侍书 จัดเตรียมกระดาษและเครื่องเขียนไว้เหมือนกันสี่ชุด ต่างคนต่างเค้นสมองแต่ง จะมีเพียงไต้วี่ยังคงเดินชมต้นอู๋ถงและคุยเล่นกับสาวใช้
หยิงชุนจุด “ธูปฝันหวาน 梦甜香” จับเวลา
“ธูปฝันหวาน 梦甜香” มีความยาวสามนิ้ว หนาขนาดไส้ตะเกียง พอไหม้หมดดอก ยังแต่งไม่เสร็จจะถูกปรับแพ้
ทั่นชุนแต่งเสร็จเป็นคนแรก หยิบพู่กันขึ้นมาเขียน แก้ไขหนึ่งรอบ แล้วส่งให้หยิงชุน แล้วถามเป่าไชว่า
“จอมขิงหอม ท่านแต่งเสร็จแล้วยัง”
เป่าไชว่า “เสร็จนั้นเสร็จแล้ว แต่ไม่ดีเท่าไร”
เป่าวี่เอามือไขว้หลังเดินไปเดินมาอยู่ที่ระเบียง หันมาบอกไต้วี่ว่า
“เจ้าได้ยินใช่ไหม พวกเขาแต่งกันเสร็จแล้ว”
ไต้วี่ว่า “เจ้าไม่ต้องมาสนใจข้า”
เป่าวี่เห็นเป่าไชคลี่ม้วนกระดาษลงมือเขียน จึงว่า
“ไม่ได้การแล้ว ธูปเหลือแค่นิ้วเดียว ข้าเพิ่งคิดได้สี่วรรค”
แล้วหันมาบอกไต้วี่ว่า
“ธูปจะหมดแล้ว มัวนั่งเล่นทำอะไรอยู่”
ไต้วี่ไม่สนใจ เป่าวี่ว่า
“ข้าช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว ดีร้ายอย่างไรก็เขียนออกมาเถิด”
ว่าแล้ว ก็เดินไปเขียนของตนเองที่โต๊ะ
หลี่หวานว่า “พวกเราจะเริ่มตรวจบทกลอนแล้ว พอตรวจเสร็จยังไม่ส่ง ต้องถูกปรับ”
เป่าวี่ว่า “เฒ่านาข้าวหอมแม้ไม่สันทัดแต่ง แต่สันทัดตรวจ คำวิจารณ์ของท่าน พวกเรายอมรับ”
ทุกคนผงกศีรษะ
บทกลอนของทั่นชุนได้รับการตรวจเป็นคนแรก เขียนว่า
咏白海棠
ชมไห่ถังขาว
斜阳寒草带重门,苔翠盈铺雨后盆。
玉是精神难比洁,雪为肌骨易销魂。
芳心一点娇无力,情影三更月有痕。
莫道缟仙能羽化,多情伴我咏黄昏。
ผืนหญ้าหนาวกลางแดดบ่ายฉายฉาบ“ประตู”
พิรุณผ่านตะไคร่ฟูฟ่องน้ำนอง“กระถาง”
หยกขาวแม้ผุดผ่องต้องอางขนาง
เรือนร่างอย่างหิมะสะกด“วิญญาณ”
เกสรระทวยดังไร้เรี่ยวแรง
ใต้แสงจันทร์ยามสามเผย“สัณฐาน”
เทพีอาภรณ์ขาวติดปีกเหินทะยาน
ร่วมขับขานอภิรมย์ยาม“สายัณห์”
ทุกคนพากันชื่นชม แล้วมาตรวจของเป่าไช เขียนว่า
珍重芳姿昼掩门,自携手瓮灌苔盆。
胭脂洗出秋阶影,冰雪招来露砌魂。
淡极始知花更艳,愁多焉得玉无痕。
欲偿白帝宜清洁,不语婷婷日又昏。
ถนอมบุปผาทิวากาลวานปิด“ประตู”
หัตถาชูบัวรดน้ำตาม“กระถาง”
ดังนวลนางชะล้างงามสำอาง
พรมน้ำค้างอย่างหิมะประทับ“วิญญาณ”
ขาวสนิทพิศมาลียิ่งงามสม
ตรมตรึกตรองปกป้องหยกพร่อง“สัณฐาน”
พฤติพรหมจรรย์ราชันขาวทรงประทาน
สงบงามวันวารผ่านสู่“สายัณห์”
(ราชันขาว 白帝 ไป๋ตี้ เทพประจำทิศตะวันตก)
หลี่หวานยิ้มว่า “ยังคงเป็นจอมขิงหอม”
แล้วก็ตรวจของเป่าวี่ เขียนว่า
秋容浅淡映重门,七节攒成雪满盆。
出浴太真冰作影,棒心西子玉为魂。
晓风不散愁千点,宿雨还添泪一痕。
独倚画栏如有意,情沾怨笛送黄昏。
เงาขาวบริสุทธิ์ทาบทับกับ“ประตู”
บานชูช่อราวหิมะเต็ม“กระถาง”
สนมหยางหลังสรงเงากระจ่าง
กุมใจอย่างซีซือหยก“วิญญาณ”
ลมทิวามิพัดผ่านทุกข์ที่มี
ฝนราตรีทิ้งคราบน้ำตาเป็น“หลักฐาน”
ยืนเดียวดายอิงรั้วคล้ายตั้งปณิธาน
ขลุ่ยร้าวรานหินกระหน่ำผ่าน“สายัณห์”
(ไท่เจิน 太真 ฉายาของพระสนมหยางกุ้ยเฟย)
(西子 คือ ซีซือ 西施 (ไซซี) กุมอกขมวดคิ้วแล้วยิ่งงดงาม)
(หินซักผ้า 砧 หินใช้ทุบผ้าเวลาซัก)
ทุกคนอ่านจบแล้ว เป่าวี่ว่าทั่นชุนแต่งได้ดี หลี่หวานเสนอว่าเป่าไชมีอัตลักษณ์ แล้วพากันทวงไต้วี่
ไต้วี่ว่า “พวกท่านแต่งกันเสร็จหมดแล้วหรือ”
แล้วหยิบพู่กันตวัดเขียนส่งมาให้ พวกหลี่หวานอ่านได้ความว่า
半卷湘帘半掩门,碾冰为土玉为盆。
กึ่งม้วนม่านไผ่เซียง กึ่งปิด“ประตู”
น้ำแข็งปูเป็นดิน หยกเป็น“กระถาง”
พอได้อ่านบาทแรก เป่าวี่เป็นคนแรกที่ชมว่า
“คิดได้อย่างไรนี่”
แล้วอ่านบาทต่อไปว่า
偷来梨蕊三分白,借得梅花一缕魂。
ลักเกสรสาลี่สามส่วนขาวกระจ่าง
ยืมดอกเหมยหนึ่งอย่าง ดวง“วิญญาณ”
ทุกคนอ่านแล้วอดไม่ได้ต้องกล่าวว่า
“ช่างมีจินตนาการอันแตกต่าง”
แล้วอ่านต่อว่า
月窟仙人缝缟袂,秋闰怨女拭啼痕。
娇羞默默同谁诉?倦倚西风夜已昏。
เทพีวังจันทราเย็บผ้าขาว
ห้องหอร้าวเช็ดน้ำตา ลบ“หลักฐาน”
เล่าสู่ผู้ใดได้ความอัประมาณ
ร้าวรานกลางลมวิกาลหลัง“สายัณห์”
(ม่านไผ่เซียง 湘帘 ม่านทำจากไผ่สนมเซียง 湘妃竹)
พออ่านจบทุกคนว่า “บทกวีนี้ดีเลิศ”
หลี่หวานว่า “หากเป็นจินตนาการคงเป็นบทนี้ หากเป็นเรื่องเนื้อหายังเป็นของจอมขิงหอม”
ทั่นชุนว่า “วิจารณ์ได้สมเหตุผล สนมเซียวเซียงเป็นที่สอง”
หลี่หวานว่า “คุณชายชื่นแดงรั้งท้าย พวกท่านยอมรับหรือไม่”
เป่าวี่ว่า “บทของข้าเขียนได้ไม่ดี ตัดสินอย่างนี้ยุติธรรม”
แล้วยิ้มว่า “แต่ของขิงหอม เซียวเซียงสองบทนี้ควรพิจารณาใหม่”
หลี่หวานว่า “ยึดคำตัดสินของข้าเป็นที่สุด ผู้อื่นไม่เกี่ยว ผู้ใดพูดอีกจะถูกปรับ”
เป่าวี่จึงจำต้องเงียบ
หลี่หวานว่า “จากนี้ไป ข้าขอกำหนดให้วันที่สอง วันที่สิบหกเป็นวันเปิดชมรม เดือนละสองครั้ง ตั้งหัวข้อกำหนดคำและสัมผัสล้วนขึ้นอยู่กับข้า ในระหว่างนั้นหากมีใครสนใจเลือกวันอื่นจัดเสริม หรือจะจัดทุกวันก็ย่อมได้ เพียงวันที่สอง วันที่สิบหกให้มาที่เรือนข้า”
เป่าวี่ว่า “แล้วจะตั้งชื่อชมรมกันไหม”
ทั่นชุนว่า “ธรรมดาไปก็ไม่ดี พิสดารนักก็ไม่เหมาะ พอดีว่าเราเริ่มกันด้วยกลอนไห่ถัง เรียกเสียว่า “ชมรมกลอนไห่ถัง 海棠诗社” ถึงแม้จะสามัญอยู่บ้าง แต่พอดีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง”
ทุกคนนั่งดื่มและกินผลไม้กันต่ออีกพัก ก็แยกย้าย บ้างกลับที่พัก บ้างไปเยี่ยมแม่เฒ่าเจี่ยและหวางฮูหยิน
กล่าวถึงสีเหยิน เห็นเป่าวี่อ่านเทียบเชิญแล้วออกไปกับชุ่ยม่ออย่างรีบร้อน ไม่รู้สาเหตุใด หลังจากนั้นมีแม่เฒ่าเฝ้าประตูหลังสองนางนำคนมาส่งดอกไห่ถังสองกระถาง สีเหยินถามว่ามาจากไหน ยายเฒ่าจึงเล่าเรื่องให้ฟัง สีเหยินสั่งให้นำกระถางไปวางตามที่ แล้วให้พวกยายเฒ่านั่งรอ ตนเองเข้าไปในเรือนนำเนื้อเงินมาชั่งได้หกเฉียนแล้วปิดผนึก แล้วนำเงินเหรียญอีกสามร้อยเฉียนออกมาส่งให้ยายเฒ่าทั้งสองว่า
“เนื้อเงินนี่สำหรับพวกเด็กที่ยกกระถางมา เงินเหรียญนี่สำหรับท่านทั้งสองเป็นค่าสุรา”
สองยายเฒ่าลุกขึ้น ยิ้มตาเป็นประกายกล่าวขอบคุณหนักหนาแต่ไม่ยอมรับเงินไว้ สีเหยินยืนกรานไม่รับกลับ ยายเฒ่าจึงได้รับไว้ สีเหยินถามต่อว่า
“นอกประตูหลังยังมีเด็กรับใช้เข้าเวรอยู่อีกไหม”
ยายเฒ่ารีบตอบว่า “แต่ละวันมีสี่คนเตรียมไว้สำหรับเรียกรับใช้ แม่นางมีงานอะไร พวกข้าจะไปบอกให้”
สีเหยินยิ้มว่า “ข้าจะไปมีอะไรเรียกใช้ วันนี้นายรองเป่าจะให้ส่งของไปให้คุณหนูใหญ่สื่อ 史大姑娘 ที่เรือนท่านเจ้าคุณน้อย 小侯爷 พวกเจ้ามาได้จังหวะพอดี เจ้าให้เด็กที่ประตูหลังไปว่ารถมาคันหนึ่ง แล้วมาเบิกเงินที่นี่ ไม่ต้องไปเบิกที่ส่วนหน้า”
ยายเฒ่ารับคำแล้วไปจัดการตามสั่ง
สีเหยินกลับเข้าไปในเรือนเพื่อนำจานมาใส่ของสำหรับส่งไปให้เซียงหยุน แต่ร่องเสียบจานที่จะใช้บนชั้นวางนั้นว่างเปล่า พอหันมาเห็นฉิงเหวิน ชิวเหวิน เส้อเยว่กำลังทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่ จึงถามว่า
“จานโมราขาวลายเกลียวเชือกไปไหนแล้ว”
ทุกคนต่างมองตากัน แต่นึกไม่ออก
อีกครึ่งวันฉิงเหวินจึงยิ้มว่า “ใส่ลิ้นจี่ส่งไปให้คุณหนูสาม ยังไม่ได้ส่งกลับมา”
สีเหยินว่า “จานที่จะใช้ใส่ของส่งไปข้างนอกมีออกมาก จำเพาะมาหยิบเอาใบนี้”
ฉิงเหวินว่า “ข้าก็ว่าอย่างนั้น แต่จานใบนั้นใส่ลิ้นจี่สดแล้วดูดีมาก ข้าส่งไปให้คุณหนูสามเห็นแล้วยังบอกว่าดูดีให้วางเอาไว้ทั้งจาน จึงยังไม่ได้ส่งกลับมา เจ้าดูแจกันมุกแฝดที่อยู่ชั้นบนคู่นั้นก็ยังไม่ได้กลับมา”
ชิวเหวินยิ้มว่า “พูดถึงแจกัน ข้าก็นึกถึงเรื่องตลก นายรองเป่าของพวกเราบอกว่าจะแสดงความกตัญญูก็จัดเต็มยี่สิบส่วน (200%) วันนั้นเห็นดอกหอมหมื่นลี้ในอุทยานบาน หักมาสองกิ่ง ตอนแรกว่าจะปักแจกันชมเอง มานึกได้ว่า “ดอกไม้เพิ่งบานใหม่ในอุทยาน ข้าจะเก็บไว้ชื่นชมก่อนได้อย่างไร” จึงหยิบเอาแจกันคู่ที่ว่านี้แหละ กรอกน้ำและปักด้วยตัวเอง ให้คนถือตามมา นำไปมอบให้เหล่าไท่ไท่แจกันหนึ่ง ไท่ไท่แจกันหนึ่งด้วยตัวเอง
พอนึกกตัญญูขึ้นมา ผู้ติดตามยังมีโชค เผอิญวันนั้น ข้าเป็นผู้ถือแจกันติดตามไป เหล่าไท่ไท่เห็นแล้วชอบใจเป็นที่สุด เห็นใครก็บอกว่า
“เป่าวี่กตัญญูต่อข้า ดอกไม้กิ่งเดียวก็ยังคิดถึงข้าก่อน ใครอื่นยังหาว่าข้ารักหลานเกินไป”
พวกเจ้าก็รู้ว่า ปกติเหล่าไท่ไท่ไม่ค่อยพูดกับข้า คงไม่ค่อยเข้าตาท่านเท่าไร แต่วันนั้นท่านให้คนนำเงินให้ข้าหลายร้อยเฉียน ยังบอกว่าข้า “น่าสงสาร เกิดมาร่างกายอ่อนแอ” นี่นับเป็นโชคไม่คาดฝัน เงินไม่กี่ร้อยเฉียนยังเรื่องเล็ก สำคัญคือได้หน้า
พอมาถึงเรือนไท่ไท่ ไท่ไท่กับคุณนายรอง และน้าหญิงเจ้ากำลังรื้อหีบเสื้อผ้า หาเสื้อผ้าเก่าของไท่ไท่ที่เคยใส่เมื่อครั้งยังสาว ไม่รู้จะเอาไปให้ใคร พอเห็นพวกเรามาถึง ก็หยุดรื้อ หันมาชมดอกไม้ คุณนายรองคอยช่วยเสริมว่า นายรองเป่ากตัญญู ดีอย่างนั้นอย่างนี้ขุดเรื่องมาสองคันรถ พูดต่อหน้าผู้คนจนไท่ไท่ยิ้มหน้าบาน แล้วแจกของอุดปากพวกเรา ข้าได้เสื้อผ้าสำเร็จมาสองชุด เสื้อผ้ายังเรื่องเล็กได้ทุกปี แต่โชคดีเช่นวันนั้นหายาก”
ฉิงเหวินยิ้มแล้วว่า “เชอะ ! ยายม้าดีดกะโหลกไม่เดียงสา ของดีเขาให้คนอื่น ที่เหลือจึงให้เจ้า เจ้ายังพอใจว่าได้หน้า”
ชิวเหวินว่า “จะเหลือจากใครก็ช่าง นับเป็นความกรุณาของไท่ไท่”
ฉิงเหวินว่า “ถ้าเป็นข้า ข้าไม่อา ถ้าเป็นของเหลือจากคนอื่นไม่เป็นไร แต่ในบ้านนี้ทุกคนเสมอกัน เอาของดีให้นาง ของเหลือให้ข้า ข้าไม่รับ แม้จะต้องขัดแย้งกับไท่ไท่ ข้าก็รับเรื่องนี้ไม่ได้”
ชิวเหวินรีบถามว่า “ให้ใครในบ้านนี้ ข้าลาป่วยกลับบ้านไปหลายวัน จึงไม่รู้ว่าให้ใคร พี่คนดี ช่วยบอกข้าที”
ฉิงเหวินว่า “ข้าบอกเจ้าแล้ว เจ้าจะเอาของไปคืนไท่ไท่หรือ”
ชิวเหวินยิ้มว่า “เหลวไหล ข้าแค่ฟังเล่นสนุกสนุก ไม่กลัวหรอกว่าให้หมาที่ไหนแล้วเหลือ ข้าได้รับความกรุณาจากไท่ไท่ เรื่องอื่นข้าไม่สนใจ”
ทุกคนได้ฟังต่างหัวเราะว่า “ด่าได้ดี ให้หมาปักกิ่งนอกลายดอกไปไม่ใช่หรือ 西洋花点子哈巴儿”
(หมาปักกิ่ง 哈巴儿 ; ลายดอก 花点子 ในที่นี้เน้นคำว่า ฮวา 花 (ลายดอก) เนื่องจากสีเหยินแซ่ฮวา)
สีเหยินยิ้มว่า “พวกเจ้าปากเสีย อยู่ดีดีก็เอาข้ามาล้อเล่นลับเขี้ยว แต่ละคนไม่รู้จะตายอย่างไร”
ชิวเหวินว่า “ที่แท้พี่เองหรือ ข้าไม่รู้ ข้าขอโทษด้วยแล้วกัน”
สีเหยินยิ้มว่า “เลิกเล่นบ้าบอได้แล้ว พวกเจ้าใครจะไปเอาจานมา”
เส้อเยว่ว่า “แจกันก็เหมือนกัน ต้องหาเวลาไปเอากลับมา ที่เรือนของเหล่าไท่ไท่ยังไม่เป็นไร ที่เรือนของไท่ไท่มากคนมากมือ คนอื่นไม่เท่าไร ถ้าพวกน้าหญิงเจ้ารู้ว่าเป็นของบ้านนี้ คงลงมือทำแตกแน่ ไท่ไท่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ทางที่ดีต้องรีบไปเอากลับมา”
ฉิงเหวินวางงานเย็บปักลงแล้วว่า
“ข้าไปเอาเอง”
ชิวเหวินว่า “ให้ข้าไปดีกว่า ส่วนเจ้าไปเอาจาน”
ฉิงเหวินว่า “ข้าควรไปสักเที่ยว เรื่องโชคดี พวกเจ้าได้กันไปแล้ว หรือจะไม่ให้ข้าได้สักเที่ยว”
เส้อเยว่ยิ้มว่า “ยายชิวไปได้เสื้อผ้ามาเที่ยวหนึ่ง หรือจะมีเรื่องบังเอิญให้เจ้าได้เสื้อผ้ามาเหมือนกัน”
ฉิงเหวินยิ้มหยันว่า “ถึงจะไม่เจอเสื้อผ้า ไท่ไท่อาจเห็นว่าข้าขยัน แล้วแบ่งเงินเดือนของไท่ไท่มาให้ข้าเดือนละสองตำลึง ก็ไม่แน่”
พูดแขวะจบก็หัวเราะแล้วกล่าวต่อว่า
“พวกเจ้าไม่ต้องมาหลอกผีหลอกเจ้ากับข้า มีอะไรที่ข้าไม่รู้บ้าง”
กล่าวจบก็วิ่งออกไป ชิวเหวินรีบตามออกมา แล้วแยกไปเอาจานที่ทั่นชุน
(สีเหยิน ได้เงินเดือนสองตำลึง เป็นเงินเดือนของเมียบ่าว ทั้งยังได้พิเศษอีกหนึ่งพวง 一串 หนี่งพันเหรียญ)
ตอนก่อนหน้า : ฉายากวี
https://www.blockdit.com/posts/698d9e1e9e58be2047e9e92d
ตอนถัดไป : บทกวีของเซียงหยุน
บันทึก
4
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย