12 ก.พ. เวลา 16:04 • ไลฟ์สไตล์

วิธีการจีบ สำหรับผู้ชายและผู้หญิง

ในโพสต์นี้ เราจะมาเรียนรู้วิธีการทำให้การจีบมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยจะเริ่มที่ 6 สิ่งที่ทั้งผู้ชายและผู้หญิงควรทำขณะจีบ หลังจากนั้น ก็จะมาดูรายละเอียดปลีกย่อยสำหรับผู้ชายและผู้หญิงแยกอีกทีหนึ่ง
มาเริ่มกันที่สิ่งที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงควรทำกันเลย...
สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรทำ ข้อที่ 1
"จีบเพื่อแค่ทดสอบความสนใจของฝ่ายตรงข้ามก่อน"
ให้ส่งสัญญาณเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การยิ้ม การพูดทักทายด้วยเรื่อยทั่ว ๆ ไป การพูดชมเชยเล็กน้อย หรือพูดเล่น ๆ หลังจากที่ได้ทำแล้วก็ให้หยุดเพื่อสังเกตว่าอีกฝ่ายตอบสนองอย่างไร
ถ้าหากฝ่ายตรงข้ามมีปฏิกิริยาตอบกลับมาที่ดี ที่แสดงออกถึงความสนใจ เช่น การถามคำถามกลับ การสร้างบทสนทนาเรื่องใหม่ ๆ เราก็จะสามารถค่อย ๆ จีบเพิ่มขึ้นได้ แต่ถ้าหากฝ่ายตรงข้ามไม่ได้แสดงถึงความรู้สึกสนใจ เราควรหยุดจีบทันที แล้วลองไปหาคนอื่นแทน
สาเหตุที่ต้องทำเช่นนั้นก็เพราะว่า ความดึงดูดใจในช่วงแรกระหว่างคนทั้งสองคน ได้มาจากความรู้สึกต่างฝ่ายต่างชอบกันและถูกเลือก มากกว่าที่มีปฏิสัมพันธ์แบบมิตรภาพทั่ว ๆ ไป
และอีกสาเหตุหนึ่งที่ให้มองการจีบ ว่าเป็นเพียงการทดสอบความสนใจของฝ่ายตรงข้าม ก็เพราะคนส่วนใหญ่มีโอกาสตีความการกระทำแบบเป็นมิตรทั่ว ๆ ไป ว่าเป็นการแสดงความชอบของอีกฝ่าย ทำให้ต้องมีความระมัดระวังในตรงส่วนนี้ โดยเราได้อธิบายถึงสัญญาณผิด ๆ ไปแล้ว ดังโพสต์ด้านล่างนี้
สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรทำ ข้อที่ 2
"แสดงออกด้วยภาษากาย ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าสนใจ พร้อมทั้งสังเกตฝ่ายตรงข้าม"
พยายามสบตาแบบสบาย ๆ มีท่าทางที่เปิดกว้าง (เช่น ไม่กอดอก ไม่กั้นฝ่ายตรงข้ามด้วยสิ่งของอย่างกระเป๋า) โดยไม่มีการฝืน ให้มีระดับสอดคล้องกับที่ฝ่ายตรงข้ามทำกลับมา สิ่ง ๆ นี้จะช่วยให้ทั้งสองคนรับรู้ถึงการมีส่วนร่วมซึ่งกันและกัน ซึ่งท่าทางโดยเฉพาะการสบตา จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นว่า เรากำลังสนใจอยู่
โดยวิธีการดูว่าฝ่ายตรงข้ามสนใจเราอยู่หรือไม่ ให้ลองพยายามสังเกตว่า ฝ่ายตรงข้ามมีการค่อย ๆ โน้มตัวหรือขยับเข้ามา ขณะที่กำลังฟังเราพูดอยู่หรือไม่ เพราะสัญญาณดังกล่าว จะเกิดขึ้นใต้จิตสำนึก
สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรทำ ข้อที่ 3
"ตั้งใจฟังสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามพูด มากกว่าการพูดเรื่องของตนเอง"
พยายามตั้งใจฟัง ตอบรับสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามพูดออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พยายามทำความเข้าใจ ยอมรับ และเอาใจใส่ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้จะช่วยให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกสนิทสนมกับเรามากขึ้น
งานวิจัยหนึ่ง (Laurenceau et al. 1998) ได้ทดสอบ "แบบจำลองกระบวนการความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล" (Interpersonal process model) ด้วยวิธีจดบันทึกประจำวันผ่านการรายงานของผู้เข้าการทดลอง ที่ได้มีปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้นจริง
พวกเขาได้ค้นพบว่า ความสัมพันธ์จะมีความใกล้ชิดขึ้นเมื่อมีสองสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน คือ มีการเปิดเผยรายละเอียดของตนเอง และฝ่ายตรงข้ามพร้อมที่จะทำความเข้าใจ ยอมรับ และเอาใจใส่ที่จะฟังด้วย
สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรทำ ข้อที่ 4
"ให้พัฒนาความสัมพันธ์ผ่านการค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนของทั้งสองฝ่าย"
โดยเริ่มต้นด้วยการบอกเล่าเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นส่วนตัวของตนเองก่อน แล้วจึงค่อย ๆ ชวนให้ฝ่ายตรงข้ามลองเล่าเรื่องส่วนตัวของตนเองมาให้ฟังบ้าง
โดยเมื่อเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันระหว่างทั้งสองคนได้แล้ว ก็ให้ค่อย ๆ เริ่มบอกเล่าเรื่องราวของตนเองให้ละเอียดและลงลึกมากขึ้น พร้อมทั้งรอรับฟังเรื่องราวของฝ่ายตรงข้าม
ในงานวิจัยหนึ่ง (Aron et al. 1997) ได้ทำการทดลองให้คนแปลกหน้าทั้งสองลองแลกเปลี่ยนรายละเอียดส่วนตัวของตนเอง เป็นระยะเวลา 45 นาที ผลที่ได้ก็คือ คนแปลกหน้าทั้งสอง เกิดความรู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้น
สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรทำ ข้อที่ 5
"พยายามบอกสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการให้ชัดเจน"
ให้จำไว้เสมอว่า การจีบเป็นเพียงแค่การทดสอบความสนใจของฝ่ายตรงข้าม ถ้าต้องการสร้างความสัมพันธ์แบบคู่รักจริง ๆ หลังจากมั่นใจว่าฝ่ายตรงข้ามน่าจะชอบแล้ว เราจะต้องใช้วิธีชวนไปทำกิจกรรมด้วยกันสองต่อสองแบบตรง ๆ เลย อาทิ "ชวนไปกินข้าวด้วยกัน ที่ aaa เวลา bbb เพียงแค่เราสองคนเท่านั้น" เป็นต้น
ถ้าฝ่ายตรงข้ามตอบตกลงที่จะไป หรือนัดเวลาอื่นแทน ก็จะพอทำให้มั่นใจได้ประมาณหนึ่งว่า ฝ่ายนั้นรู้สึกไปในทางเดียวกันกับเรา ในทางตรงกันข้าม ถ้าฝ่ายปฏิเสธ หรือบ่ายเบี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกรอบ สิ่งที่ก็จะบอกได้ชัดเจนว่า ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้อยากสร้างความสัมพันธ์กับคุณมากกว่าเพื่อน ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ ให้หยุดจีบ แล้วไปหาคนอื่นแทน
"ผู้ชายมักคิดว่าผู้หญิงชอบผู้ชายกลับ ทั้ง ๆ ที่ ผู้หญิงไม่ได้คิดอะไร" ในทางตรงกันข้าม "ผู้หญิงมักคิดว่าผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงกลับ ทั้ง ๆ ที่ ผู้ชายได้คิดอะไรอยู่จริง ๆ" ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ ทำให้เราจะใช้วิธีคาดเดาว่า ฝ่ายตรงข้ามมีความสนใจหรือไม่สนใจมีความสัมพันธ์แบบคู่รัก ไม่ได้เลย
เราเคยเขียนโพสต์วิธีการดูว่าฝ่ายตรงข้ามชอบเรากลับหรือไม่มาแล้ว ซึ่งการชวนไปทำกิจกรรมบางอย่างด้วยกันแค่สองต่อสอง ก็เป็นหนึ่งในสัญญาณเหล่านั้น ถ้าอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถกดเข้าไปที่โพสต์ด้านล่างนี้ได้นะ
สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรทำ ข้อที่ 6
"มีอารมณ์ขันที่อบอุ่นตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้คุยกัน"
"ผู้หญิงมีแนวโน้มชอบผู้ชายที่มีอารมณ์ขัน" ในขณะที่ "ผู้ชายมีแนวโน้มชอบผู้หญิงที่ชมว่าตัวของผู้ชายนั้นมีอารมณ์ขัน" ซึ่งความรู้ดังกล่าว ถูกค้นพบมาจากงานวิจัย Bressler et al (2006)
และก็ยังมีงานวิจัย Hone et al (2015) ซึ่งเป็นการทำซ้ำและขยายการทดลองเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ของงานวิจัย Bressler et al (2006) พวกเขาได้พบว่า ความรู้ดังกล่าวถูกต้องแล้ว อีกทั้งก็ยังได้ค้นพบเพิ่มเติมอีกว่า "ในทางอุดมคติแล้ว ผู้ชายอยากเป็นผู้เล่นมุกตลกมากกว่าผู้หญิง ในขณะเดียวกัน ผู้ชายก็ต้องการให้ผู้หญิงเป็นผู้รับมุกตลกของเขาให้ได้"
ทุกสิ่งที่ทั้งผู้ชายและผู้หญิงควรทำขณะจีบ ได้ถูกกล่าวไปหมดแล้ว ทีนี้ มาดูกันที่รายละเอียดปลีกย่อยในการจีบเฉพาะสำหรับผู้ชายและผู้หญิงกันบ้าง...
รายละเอียดการจีบผู้หญิงเพิ่มเติมสำหรับผู้ชาย:
"ผู้ชายมักคิดว่าผู้หญิงชอบผู้ชายกลับ ทั้ง ๆ ที่ ผู้หญิงไม่ได้คิดอะไร" และในบางครั้ง "ผู้ชายอาจตีความการกระทำแบบเป็นมิตรทั่ว ๆ ไป ของผู้หญิง เช่น การสบตา การสัมผัสตัว ว่าเป็นความต้องการทางเพศของฝ่ายหญิง" ส่งผลให้ผู้ชายอาจเผลอรุกจีบผู้หญิงแบบหนัก ๆ จนผู้หญิงเกิดความรู้สึกอึดอัด หรือถึงขั้นไปคุกคามผู้หญิงได้
เวลาที่ผู้ชายจะชมผู้หญิง ผู้ชายไม่ควรชมสิ่งใดที่ส่อไปในทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรวดทรงของร่างกายผู้หญิง เพราะถ้าฝ่ายหญิงยังไม่ได้รู้สึกสนิทสนมกับผู้ชายมากพอ ฝ่ายหญิงอาจจะมองคำชมนั้นว่าน่าขยะแขยง ฉะนั้นผู้ชายควรชมการกระทำ อุปนิสัย ทักษะหรือรสนิยมของผู้หญิงแทน
รายละเอียดการจีบผู้ชายเพิ่มเติมสำหรับผู้หญิง:
ถ้าผู้หญิงรู้สึกสนใจผู้ชายที่คาดว่ากำลังจีบอยู่ ให้ใช้คำพูดที่ชัดเจนและตรง ๆ ไปให้รู้ว่าฝ่ายหญิงสนใจ เช่น แลกเบอร์โทร ไม่ก็ชวนกันไปคาเฟ่ด้วยกัน เป็นต้น เพราะว่าผู้ชาย (ความจริงเป็นทั้งสองเพศนั่นแหละ) มีความสามารถต่ำที่จะตรวจจับได้ว่า ฝ่ายตรงข้ามกำลังจีบอยู่
ผู้หญิงไม่ควรจีบด้วยคำพูดที่ส่อไปในทางเพศ เพราะจะได้ผลลัพธ์ที่ย่ำแย่ที่สุด
ในระหว่างการจีบ ผู้หญิงควรแสดงภาษากายร่วมกับคำพูดไปด้วย อาทิ สบตาพร้อมกับการชม เพื่อให้ฝ่ายชายเข้าใจเจตนาของฝ่ายหญิงได้ชัดเจนมากขึ้น
เนื้อหาในเรื่องการจีบหมดละ โพสต์นี้ ตั้งใจทำไว้ล่วงหน้าก่อนวันวาเลนไทน์โดยเฉพาะเลย ถ้าใครวางแผนจะจีบ ก็ขอให้โชคดีละกัน ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเลย
และสุดท้าย ขอให้อย่าลืมนะว่า "การจีบ คือ การทดสอบความสนใจของฝ่ายตรงข้าม" เพียงเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวยืนยันว่า สุดท้ายแล้วฝ่ายตรงข้ามจะยอมมีความสัมพันธ์กับคุณจริง ๆ
อ้างอิง:
"ผู้คนจะตอบสนองไปในทางที่ดีเมื่อได้รับถูกปฏิบัติมากกว่าจากความเป็นมิตร"
Reis, H. T., & Sprecher, S. (Eds.). (2009). Encyclopedia of human relationships. Sage Publications, 1333-1336.
"มนุษย์มีโอกาสตีความการแสดงออกทางมิตรภาพทั่ว ๆ ไปว่าเป็นการชอบ"
Abbey, A. (1987). Misperceptions of friendly behavior as sexual interest: A survey of naturally occurring incidents. Psychology of Women Quarterly, 11(2), 173-194.
"การสบตาจากฝ่ายตรงข้าม พอบอกให้รู้ว่าฝ่ายนั้นกำลังสนใจอยู่ได้"
Hoffmann, A., Schiestl, S., Sinske, P., Gondan, M., Sachse, P., & Maran, T. (2024). Sharing and receiving eye-contact predicts mate choice after a 5-minute conversation: evidence from a speed-dating study. Archives of Sexual Behavior, 53(3), 959-968.
"การโยกตัวของฝ่ายตรงข้าม สามารถประเมินความสนใจจากฝ่ายตรงข้ามได้"
Chang, A., Kragness, H. E., Tsou, W., Bosnyak, D. J., Thiede, A., & Trainor, L. J. (2021). Body sway predicts romantic interest in speed dating. Social Cognitive and Affective Neuroscience, 16(1-2), 185-192.
"ความสนิทสนมจะเพิ่มเมื่อต่างฝ่ายต่างเปิดเผยตัวตนและพยายามเข้าใจกัน"
Laurenceau, J. P., Barrett, L. F., & Pietromonaco, P. R. (1998). Intimacy as an interpersonal process: the importance of self-disclosure, partner disclosure, and perceived partner responsiveness in interpersonal exchanges. Journal of personality and social psychology, 74(5), 1238.
“การฟังที่ดีจะช่วยเพิ่มความไว้วางใจของฝ่ายตรงข้าม"
Itzchakov, G., & Reis, H. T. (2023). Listening and perceived responsiveness: Unveiling the significance and exploring crucial research endeavors. Current opinion in psychology, 53, 101662.
"การเปิดเผยความรู้สึกต่อกันสามารถสร้างความรู้สึกใกล้ชิดได้"
Aron, A., Melinat, E., Aron, E. N., Vallone, R. D., & Bator, R. J. (1997). The experimental generation of interpersonal closeness: A procedure and some preliminary findings. Personality and social psychology bulletin, 23(4), 363-377.
"ผู้ชายมักประเมินว่าฝ่ายตรงข้ามชอบกลับสูงกว่าความเป็นจริง"
Lindgren, K. P., Parkhill, M. R., George, W. H., & Hendershot, C. S. (2008). Gender differences in perceptions of sexual intent: A qualitative review and integration. Psychology of women quarterly, 32(4), 423-439.
"ผู้หญิงมักประเมินว่าฝ่ายตรงข้ามชอบกลับต่ำกว่าความเป็นจริง"
Perilloux, C., Easton, J. A., & Buss, D. M. (2012). The misperception of sexual interest. Psychological Science, 23(2), 146-151.
"ผู้หญิงชอบผู้ชายที่มีอารมณ์ขัน ผู้ชายชอบถูกผู้หญิงชมว่ามีอารมณ์ขัน"
Bressler, E. R., Martin, R. A., & Balshine, S. (2006). Production and appreciation of humor as sexually selected traits. Evolution and Human Behavior, 27(2), 121-130.
"ผู้ชายอยากให้ตนเองเป็นผู้เล่นมุก และอยากให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้รับมุก"
Hone, L. S., Hurwitz, W., & Lieberman, D. (2015). Sex differences in preferences for humor: A replication, modification, and extension. Evolutionary Psychology, 13(1), 167-181.
"การเปิดบทสนทนาตรง ๆ ให้รู้ว่าจีบ เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด"
Wade, T. J., Butrie, L. K., & Hoffman, K. M. (2009). Women’s direct opening lines are perceived as most effective. Personality and Individual Differences, 47(2), 145-149.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา