16 ก.พ. เวลา 14:38 • ไลฟ์สไตล์

การเรียนรู้วิธีการรับมือจากความเครียด

ผ่าน "แบบจำลองปฏิกิริยาสัมพันธ์ของความเครียดกับการรับมือ" ตอนที่ 2/2
เนื้อหาในโพสต์นี้ จะต่อเนื่องมาจากโพสต์ที่แล้วตามด้านล่างนี้นะ
การรับมือตาม Carver et al. 1989 มีอยู่ทั้งสิ้น 14 วิธี ดังแผนภาพด้านล่างนี้
การรับมือชนิดต่าง ๆ
แนวทางในการรับมือ จะแบ่งออกเป็น 3 แนว คือ ที่เน้นตรงปัญหา ที่เน้นตรงอารมณ์ และที่ผิดปกติ และเพราะมีแบบที่ไม่ได้ผิดปกติกับแบบที่ผิดปกติ ทำให้สามารถแบ่งในอีกมุมมองหนึ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบพึงประสงค์ ในฐานะการรับมือที่ควรทำ กับแบบไม่พึงประสงค์ ในฐานะการรับมือที่ส่งผลเสียได้ในภายหลัง
ทีนี้ เรามาดูวิธีการเลือกใช้การรับมือชนิดต่าง ๆ กัน
การรับมือชนิดต่าง ๆ ที่เลือกใช้ จะเป็นแบบพึงประสงค์แทบทั้งหมด ยกเว้น "การเบี่ยงเบนความสนใจตนเอง" ในฐานะการรับมือชั่วคราว ดังแผนภาพด้านล่างนี้
วิํธีเลือกใช้การรับมือต่อสถานการณ์ต่าง ๆ
ในช่วงแรก ถ้าหากเรายังไม่รู้จักสถานการณ์ ให้รับมือแบบที่เน้นตรงปัญหา ไม่ว่าจะเป็น "การวางแผน" หรือ "การสนับสนุนทางเครื่องมือ" (คือการขอความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ข้อมูล คำแนะนำ เงิน ฯลฯ) โดยให้ยกเว้น "การรับมือเชิงรุก" ไปก่อน เพราะยังไม่รู้จักสถานการณ์ดีพอ
ถ้าหากรู้จักสถานการณ์แล้วประเมินได้ว่า เราสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้จากการพิจารณาการประเมินทุติยภูมิ (ควบคุมได้ มีตัวเลือก มีทรัพยากร ข้อจำกัดน้อย) ให้เพิ่ม "การรับมือเชิงรุก" ด้วยการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ตรง ๆ ไปได้เลย
ถ้าหากประเมินสถานการณ์แล้วพบว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน อาทิ ความสูญเสียได้เกิดขึ้นไปแล้ว ให้ใช้วิธีการรับมือแบบที่เน้นตรงอารมณ์ไปแทน
ไม่ว่าจะเป็น "การยอมรับ" "การสนับสนุนทางอารมณ์" (คือการขอการช่วยเหลือหรือสนับสนุนทางอารมณ์ เช่น ความเห็นใจ การปลอบโยน ฯลฯ) "ศาสนา" (หรือความเชื่อ) หรือ "การสร้างกรอบทางบวกใหม่" (คือการมองว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตเพื่อเรียนรู้) โดยไม่ควรใช้ "อารมณ์ขัน" เข้ามาช่วย เพราะจะเป็นการซ้ำเติมตัวเองแบบอ้อม ๆ
แต่สมมติว่า ถ้าหากยังไม่มีเวลาที่จะไปจัดการสถานการณ์ อาจเป็นเพราะ อาทิ กำลังยุ่งกับเรื่องอื่นอยู่ ให้ใช้วิธีการรับมือแบบที่เน้นตรงอารมณ์ได้ทั้งหมด รวมทั้งการใช้ "อารมณ์ขัน" โดยอาจใช้ "การเบี่ยงเบนความสนใจตนเอง" ได้ชั่วคราว ถ้าหากรู้สึกว่า สถานการณ์นั้น ส่งผลต่อตนเองอย่างมาก
ทีนี้ เรามาค่อย ๆ ดูการรับมือที่เหลือบ้าง ซึ่งจะเป็นแบบไม่พึงประสงค์ทั้งหมด เราจะเรียนรู้เพื่อให้ได้ทำความรู้จัก เพื่อไม่ให้พลาดไปกระทำแบบนั้น โดยจะมีดังนี้
"การโทษตนเอง" เป็นสิ่งที่ไม่สร้างประโยชน์อะไรเลย เพราะจะทำให้ตนเองรู้สึกละอาย เอาแต่ครุ่นคิดเรื่องที่ทำให้รู้สึกเครียดซ้ำ ๆ เดิม ๆ
"การเบี่ยงเบนความสนใจตนเอง" พอจะมีประโยชน์บ้างตามที่เราได้พูดถึงไปแล้ว ก็คือ เหมาะสมเมื่อยังไม่มีเวลาให้ความสนใจกับสถานการณ์นั้น ๆ
"การระบายอารมณ์" เช่น การด่า การทำลายข้าวของ ฯลฯ สิ่ง ๆ นี้จะทำให้รู้สึกดีเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เพราะว่าการทำเช่นนั้น มีโอกาสสร้างความโกรธได้
และการรับมือแบบไม่พึงประสงค์ที่เหลือ ซึ่งเป็นชนิดแบบหลีกเลี่ยง จะมีดังนี้
"การไม่ยอมรับ" ก็คือ การปฏิเสธความเป็นจริงต่อหน้า มันคือการหลอกตนเอง มีโอกาสทำให้ในอนาคต เราตัดสินใจผิดพลาดเหมือนกับที่เคยทำพลาดมาได้
"การถอนตัวทางพฤติกรรม" ความหมายคือ สิ่งใดที่เคยทำเป็นประจำ ก็เลิกทำ หรือแม้กระทั่งการทำตัวเหมือนตนเองย้อนกลับมาเป็นเด็ก เพื่อเรียกร้องความสนใจเหมือนตอนที่ตนเองเคยถูกเลี้ยงดูอย่างเด็ก สิ่งนี้จะเป็นปัญหา เพราะสถานการณ์มีโอกาสที่จะแย่ลงกว่าเดิมได้
และสุดท้าย "การใช้สาร" จะไม่ได้หมายถึงการใช้สารเสพติดเสมอไป แต่จะรวมถึงสารที่ช่วยระบายความเครียด อย่าง ยาคลายเครียดบางชนิด การรับมือลักษณะนี้เป็นแค่การปรับเปลียนสารเคมีในสมอง ให้การรับรู้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเฉย ๆ สุดท้าย สถานการณ์นั้น ๆ ก็จะยังคงอยู่
อ้างอิง:
"หลักการของแบบจำลอง"
Lazarus, R. S., & Folkman, S. (1984). Stress, appraisal, and coping. Springer publishing company.
"วิธีการรับมือแบบดั้งเดิม"
Folkman, S., & Lazarus, R. S. (1985). If it changes it must be a process: study of emotion and coping during three stages of a college examination. Journal of personality and social psychology, 48(1), 150.
"วิธีการรับมือเพิ่มเติม"
Carver, C. S., Scheier, M. F., & Weintraub, J. K. (1989). Assessing coping strategies: A theoretically based approach. Journal of Personality and Social Psychology, 56(2), 267–283. https://doi.org/10.1037/0022-3514.56.2.267

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา