15 ก.พ. เวลา 23:40 • สุขภาพ

ปวดหัวไมเกรน ฝังเข็มช่วยได้จริงไหม

เชื่อว่าหลายคนที่อ่านบทความนี้อยู่ น่าจะมีประสบการณ์ร่วมที่แสนทรมานเหมือนกัน นั่นคือ "อาการปวดหัวไมเกรน" ใช่ไหมครับ? เวลาที่อาการกำเริบทีไร เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน งานการไม่ต้องทำ นอนซมอยู่ในห้องมืดๆ แถมบางคนกินยาแก้ปวดก็แล้ว กินยาป้องกันก็แล้ว แต่อาการก็ยังแวะเวียนมาทักทายอยู่บ่อยๆ
วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจว่า "การฝังเข็ม" ช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้จริงหรือแค่คิดไปเอง และที่ล้ำไปกว่านั้นคือ เทคโนโลยีสแกนสมองอาจบอกได้ด้วยว่า ใครบ้างที่จะรักษาด้วยวิธีนี้แล้วได้ผลดีที่สุด
วางยาพาราฯ ในมือลงก่อน แล้วมาฟังเรื่องนี้กันครับ
ไมเกรนแบบไม่มีสัญญาณเตือน (Migraine without Aura) คืออะไร?
ผมขอปูพื้นฐานสั้นๆ ก่อนครับ ในงานวิจัย(ที่ผมใช้อ้างอิง) เขาเน้นไปที่ผู้ป่วย "ไมเกรนแบบไม่มีออร่า (Migraine without aura)"
คำว่า "ออร่า" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรัศมีจับนะครับ (ฮาๆๆ) แต่หมายถึงอาการเตือนก่อนปวดหัว เช่น เห็นแสงวาบ เห็นภาพซ้อน หรือมีจุดดำบังตา ซึ่งไมเกรนชนิด "ไม่มีออร่า" เนี่ย เป็นประเภทที่พบบ่อยที่สุดครับ คืออยู่ดีๆ ก็ปวดตุ๊บๆ ขึ้นมาเลย ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้รับมือยาก และกระทบคุณภาพชีวิตสุดๆ
ปกติเราก็จะใช้ยาแก้ปวดหรือยาป้องกันใช่ไหมครับ แต่ปัญหาก็คือ "ไม่ใช่ทุกคนที่ทนผลข้างเคียงของยาได้" หรือบางคนกินยาแล้วก็ยังไม่หาย ทางเลือกอื่นๆ จึงเป็นสิ่งที่คนไข้ถวิลหา และ "การฝังเข็ม" ก็เป็นพระเอกที่เราจะพูดถึงวันนี้
การทดลอง: ของจริง vs ของปลอม
นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งในประเทศจีน เขาเกิดความสงสัยครับว่า การฝังเข็มที่ฮิตๆ กันเนี่ย มันดีจริงไหม? เขาเลยจัดทำการทดลองทางคลินิก (Clinical Trial) ขึ้นมา ระหว่างปี 2021-2023 โดยรวบรวมอาสาสมัครที่มีอาการไมเกรนแบบไม่มีออร่าจำนวน 120 คน
เขาแบ่งคนไข้ออกเป็น 2 กลุ่มครับ
1. กลุ่มฝังเข็มจริง (Real Acupuncture): กลุ่มนี้ได้รับการฝังเข็มตามจุดที่ถูกต้อง เพื่อกระตุ้นการรักษา
2. กลุ่มฝังเข็มหลอก (Sham Acupuncture): กลุ่มนี้เป็นกลุ่มควบคุมครับ ได้รับการจิ้มเข็มเหมือนกัน แต่เป็นจุดที่ไม่ส่งผลทางการรักษา (คล้ายๆ กับยาหลอก หรือ Placebo เพื่อดูว่าผลที่ได้มาจากตัวการรักษาจริงๆ หรือเปล่า)
ทั้งสองกลุ่มได้รับการรักษา 12 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 4 สัปดาห์ โดยก่อนเริ่มรักษา ทุกคนจะถูกจับเข้าเครื่องสแกนสมอง fMRI เพื่อดูการทำงานของสมองด้วย
ผลลัพธ์ที่น่าตื่นเต้น: ฝังเข็มช่วยได้จริง
หลังจากผ่านไป 4 สัปดาห์ ผลการทดลองที่ออกมาบอกเราชัดเจนเลยครับว่า
1. จำนวนวันที่ปวดหัวลดลง: กลุ่มที่ได้รับการ "ฝังเข็มจริง" มีจำนวนวันที่ปวดหัวไมเกรนต่อเดือนลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับกลุ่มฝังเข็มหลอก
2. ความรุนแรงลดลง: ไม่ใช่แค่ปวดน้อยวันลงนะครับ แต่อาการปวดก็น้อยลงด้วย
3. กินยาน้อยลง: ข้อนี้ผมในฐานะเภสัชกรชอบมากครับ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ใช้ยาแก้ปวดน้อยลง ซึ่งดีต่อตับและไตในระยะยาวแน่นอน
4. คุณภาพชีวิตดีขึ้น: พอไม่ปวดหัว ก็กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ มีความสุขมากขึ้น
ความลับในสมอง: ใครบ้างที่ "ฝังเข็ม" แล้วจะเวิร์ค?
ความเจ๋งของงานวิจัยนี้ไม่ได้หยุดแค่ว่า "ฝังเข็มแล้วหาย" ครับ แต่มันอยู่ที่ "การสแกนสมอง fMRI" ร่วมกับการใช้ AI วิเคราะห์ความเชื่อมโยงในสมอง (Connectome-based Predictive Modeling - CPM)
เขาค้นพบว่า สมองของคนเรามีการเชื่อมต่อที่ซับซ้อน แต่มี 2 รูปแบบ ที่สามารถทำนายได้ว่า ใครจะตอบสนองต่อการฝังเข็มได้ดีที่สุด
1. ทีมบรรเทาปวด: คนที่มีการสื่อสารระหว่าง "สมองส่วนที่รับรู้เกี่ยวกับตัวเอง (Self-reflection centers)" กับ "สมองส่วนประสานงาน (Coordination centers)" อ่อนแอ (Weaker communication) กลับพบว่ากลุ่มนี้จะได้รับผลดีในเรื่อง การลดความเจ็บปวด ได้มากที่สุด
2. ทีมฟื้นฟูร่างกาย: คนที่มีการเชื่อมโยงระหว่าง "สมองส่วนประสานงาน (Coordination centers)" กับ "สมองส่วนสั่งการเคลื่อนไหว (Movement centers)" แข็งแรง (Stronger links) กลุ่มนี้จะมีแนวโน้มที่ กลับมาทำกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน ได้ดีขึ้นมาก
พูดง่ายๆ คือ สภาพการเชื่อมต่อของสมองเรา "ณ ตอนต้น" อาจเป็นตัวบอกได้ว่า การฝังเข็มจะคุ้มค่าสำหรับเราแค่ไหนครับ
จากงานวิจัยนี้ เราได้ข้อสรุปที่น่าสนใจ 2 ข้อครับ
1. การฝังเข็มเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ป่วยไมเกรนแบบไม่มีออร่า ช่วยลดปวด ลดการใช้ยา และปลอดภัย (เมื่อทำโดยผู้เชี่ยวชาญ)
2. อนาคตของการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ใกล้เข้ามาแล้ว การใช้ภาพสแกนสมองอาจช่วยให้หมอเลือกวิธีรักษาที่ "เป๊ะ" ที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละคนได้ ไม่ต้องลองผิดลองถูก
หากคุณกำลังทรมานกับไมเกรนและรู้สึกว่าการกินยาเริ่มไม่ตอบโจทย์ หรือกังวลเรื่องผลข้างเคียงของยา การปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณา "การฝังเข็ม" ร่วมด้วย ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากครับ แต่ ห้ามหยุดยาเองโดยพลการนะครับ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ เพื่อการปรับเปลี่ยนแผนการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด
สุขภาพดีไม่มีขาย แต่เราเลือกวิธีดูแลตัวเองได้ครับ ไว้พบกันใหม่บทความหน้าครับ
อ้างอิงข้อมูลจาก:
- Arnold, P. (2026, February 13). Acupuncture can reduce migraine pain, and brain scans reveal who might benefit. Medical Xpress.
- Zhang, X., et al. (2026). Acupuncture for Migraine Without Aura and Connection-Based Efficacy Prediction. JAMA Network Open. DOI: 10.1001/jamanetworkopen.2025.55454
โฆษณา