18 ก.พ. เวลา 14:00 • ข่าวรอบโลก
จีน

มนุษย์จะจางหายไป

การแสดงของหุ่นยนต์ในงานกาลาเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา มันแสดงให้เห็นถึงทิศทางของนโยบายอุตสาหกรรมของจีนในอนาคตเป็นอย่างมาก
เบื้องหลังรูปลักษณ์ที่สดใสของหุ่นยนต์ที่ในงานวิ่งมาราธอน การแสดงกังฟูและตีลังกา
แสดงให้เห็นว่าจีนได้วางหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ไว้เป็นแกนหลักของกลยุทธ์รุ่นต่อไปของ "AI + การผลิต"
โดยหวังว่าจะชดเชยแรงกดดันที่เกิดจากประชากรสูงวัยผ่านการปรับปรุงผลิตภาพที่เกิดจากระบบอัตโนมัติ
กลับไปเมื่อวันตรุษจีนที่ผ่านมา งานกาล่าตรุษจีนในปี 2026 ที่จัดขึ้นในเย็นวันจันทร์ (16 กุมภาพันธ์) โดยมีหุ่นยนต์จาก4 บริษัท
ได้แก่ Unitree Robotics, Songyan Power, Galaxy General และ Magic Atom เข้าร่วม
จำนวนรายการที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ที่เพิ่มขึ้นในงานกาล่าตรุษจีนในปี 2026 ได้สร้างปฏิกิริยาที่หลากหลายจากชาวเน็ต
หุ่นยนต์ของ Unitree Robotics แสดงศิลปะการต่อสู้ร่วมกับโรงเรียนศิลปะการต่อสู้
เหอหนานทาโกว หุ่นยนต์ของ Songyan Power แสดงละครสั้นร่วมกับไช่หมิงและหวังเทียนฟาง
หุ่นยนต์ของ Magic Atom ร่วมร้องเพลงกับเฉินเสี่ยวชุน เจอร์รี่หยาน และคนอื่นๆ
หุ่นยนต์ของ Galaxy General ปรากฏตัวในภาพยนตร์สั้นปีใหม่ร่วมกับเสิ่นเติ้งและหม่าหลี่
การเพิ่มขึ้นของรายการหุ่นยนต์ในงานกาล่าตรุษจีนจึงกลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย
ชาวเน็ตบางส่วนชื่นชมรายการเหล่านี้ที่แสดงให้เห็นถึงระดับผลิตภาพใหม่ของจีน โดยเรียกมันว่า
"เจ๋งและน่าทึ่ง"
ในขณะที่บางส่วนรู้สึกว่าเสน่ห์ของงานกาล่าตรุษจีนกำลังลดลง และการแสดงเทคโนโลยีจะดีกว่าการแสดงของมนุษย์
หุ่นยนต์กลายเป็นตัวละครหลักของงานกาลาเทศกาลตรุษจีน
แต่มันสุดเกินไปจริงๆครับ จนหลายคนบ่นว่า "รสชาติของปีใหม่และรสชาติของมนุษย์หายไป"
การเพิ่มขึ้นของโปรแกรมหุ่นยนต์ในงานกาลาเทศกาลตรุษจีนจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกลายเป็นหัวข้อที่ร้อนแรงบนแพลตฟอร์มโซเชียล
จากรายงานของ Morgan Stanley ที่ให้บริการทางการเงินระดับโลกรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า
ตำแหน่งผู้นำของจีนในด้านนี้เป็นผลมาจากการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากรัฐบาล
ขณะที่ชาวเน็ตบางส่วนเชื่อว่างานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีนี้ดูน่าสนใจน้อยลง แทนที่จะให้คนมาแสดง กลับเน้นการแสดงเทคโนโลยีมากกว่า
ชาวเน็ตหลายคนก็บ่นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยกล่าวว่า “เมื่อก่อนแค่ไม่มีบรรยากาศรื่นเริง แต่ตอนนี้กลับไม่มีความเป็นมนุษย์อยู่เลย”
อย่างฮาสุดก็บ่นว่า “นี่คืองานประชุมประจำปีของบริษัทเทคโนโลยีหรือไง”
1
และพวกเขาเมื่อได้เห็นหุ่นยนต์รำกังฟูและรำดาบก็ “รู้สึกน่ากลัวนิดหน่อย”
แน่นอนครับ ชาวเน็ตจำนวนมากต่างบ่นเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงนี้ และรู้สึกว่า "ประดิษฐ์หุ่นยนต์ขึ้นมาเพื่อแทนที่ความต้องการของฉันในฐานะสัตว์ใช้งาน เพื่อที่ฉันจะได้(ว่าง)ร้องเพลงและเต้นรำ แม้ตอนนี้มันก็ยังเป็นสัตว์ใช้งานได้(อยู่ดี) แต่นี่...เป็นสัตว์ใช้งานที่ร้องเพลงและเต้นรำได้"
บางคนถึงกับแชร์ภาพหน้าจอของวิดีโอของปาปี้ เจียง คนดังในโลกออนไลน์ของจีน ที่ถูกแบน เพื่อประกอบในวิดีโอที่วิจารณ์งานกาลานี่
ซึ่งปาปี้ เจียง ได้กล่าววิจารณ์การใช้งบประมาณในกาลาเทศกาลตรุษจีนตั้งแต่ก่อนเริ่มงานว่า "ทางการจะเพิ่มหุ่นยนต์อีก 100 ตัว" ซึ่งชาวเน็ตต่างชื่นชมว่าเป็น "การคาดการณ์ที่แม่นยำ"
สำทับกับสำนักข่าวของจีนที่อ้างคำพูดของคนวงในว่า บริษัทหุ่นยนต์แต่ละแห่งต้องจ่ายเงินจำนวนนึงเพื่อร่วมมือกับงานกาลาครั้งนี้
จะเห็นได้ว่า ปัญญาประดิษฐ์แบบฝังตัวถูกรวมอยู่ในรายงานการทำงานของรัฐบาลไว้เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว
ในข้อเสนอ "แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2026-2030)"
และสาขานี้ยังถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจอีกด้วย
จนผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้แอบเปิดเผยออกมาว่า
บริษัทหุ่นยนต์แต่ละแห่งต้องจ่ายเงินมากถึง 100 ล้านหยวน หรือ ประมาณ 450ล้านบาท
1
เพื่อร่วมมือกับงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน
ท้ายสุด งานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีนี้จึงถูกอธิบายโดยตลาดว่าเป็น “เวทีโรดโชว์ระดับสุดยอด” สำหรับบริษัทหุ่นยนต์
ในอนาคตการที่หุ่นยนต์ "ทำงานพาร์ทไทม์" ในงานอีเว้นท์ของจีนในลักษณะแบบนี้
ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่มองเห็นได้ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
แต่จากการพัฒนาทางเทคโนโลยีควรเป็นไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ไม่ใช่แย่งงานไปจากพวกเขา
เพราะในมุมของอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่า
อาจจะมีการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัทปัญญาประดิษฐ์(AI)จำนวนมากในปีนี้นั่นเอง
โฆษณา