เมื่อวาน เวลา 07:41 • ความคิดเห็น
เรื่องจิตตก ..เรานั้นมักมีอาการ ..เมื่อเดินเข้าไปในห้างตลาด.เจอะเจอ ..กลุ่มตุ๊กตา .ที่เค้่า ตั้งไว้ เปิดตัวช่วย หรือ คนที่เค้ามีเครื่องรางของขลัง พวกที่ท่องคาถาอาคม . เลี้ยงผี . ที่เป็นเรื่องไสยศาสตร์ .บางทีขับรถอยู่ๆ กายง่วงนอน สะลืมสะลือ ต้องจอดรถ ..เอาน้ำรด ราดหัว เปียกไปทั้งตัว . มีระยะหนึ่ง ที่ขับรถกลับจากวัด ..ผ่านมาใกล้เขตข้ามจังหวัด ก็มีอาการ สะลืมสะลือ ง่วง .จะหลับให้ได้
. เรื่องราวจิตตก ..ที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมา .ปัจจุบันทันด่วน ต้องมีสติสัมปชัญญะ ระลึกถึงพระให้เร็ว จะได้ไม่ไหลไปตามอารมณ์ต่างๆ มีมีตัวโยง .โยง เรื่องนั่นเรื่องนี้มา .ที่เค้าว่า พ่ายแพ้ทัพอับจนปัญญา .
เรื่องจิตตก .ก็ยังมีอีก เวลาพา หรือ เข้าเขตโรงพยาบาล .แหม ..มันไม่สบายตัวเลย .เหมือนจะเป็นไข้ .เคยเห็น เป็นเม็ดสาคูต้มไม่สุก ลอยไป ลอยมา ..ก็เห็น.อย่างนั้น ก็คิดว่า สายตาไม่ดี . ก็เห็นอย่างนั่นมานาน แต่ไม่รู้ว่า คือ อะไร มีช่วงระยะที่เราก็เจ็บป่วย ต้องพาคนไปโรงพยาบาล .พอเราเหยียบเข้าตึก ..ก็มีอาการปวดปัสสาวะ .ต้องเข้าๆออกๆห้องน้ำ ..ตอนหลังเรา ก็ไม่เจ้าไปในตึก จิตตัวไปนั่งรอ ที่ลานจอดรถ .เรื่องราวอย่างนี้ .มันก็บอกใครไม่ได้ คนส่วนมากก็ว่า อุปาทานคิด ไปอย่างนั้นอย่างนี้ .
. จนมาคราวหนึ่ง ไปงานศพ .ก็เห็นอย่างนี้อีก คราวนี้ ลอยมา เม็ดเดียว ..ลอยวนไปวนมาตรงหน้า .ไม่ไปไหน.. หลังกลีบจากงาน คราวนี้ เราก็เลยไปถามพระ ว่ามันคืออะไรแน่ ..หรือว่า เราผิดปกติอะไร .ท่านก็บอกว่า นั่นแหละ ที่เค้าเรียกว่า โอปปะติกะ . ก็บอกท่านว่า ผมเห็นมานาน ..แต่ไม่รู้จักว่า คือ อะไร . จากนั้นก็มีเริ่มสังเกตได้ ว่า เวลาที่มีสีเป็นเม็ดดำๆ จิตเค้ามีทุกข์มาก พอมาใกล้ ..เราก็รู้สึกร้อนแสบเนื้อแสบตัว เหมือนเค้ามาบอกว่า เค้าทุกข์มาก หากเป็นจิตโอปปติกะที่มีบุญเค้ามา เราก็เย็นสบาย .
เรื่องจิต .ตก ..ง่วงเหงาหาวนอน ..สะลืมสะลือ ..บางทีก็เกิดขึ้น ก่อนจะจะเจอะเจอ คนมาหา พกพา. จะว่าหนูมาด้วยก็ไม่ได้ เพราะมันไม่ตัวตน .บางที่ก็เกิดขึ้น หลังจากที่เค้ากลับไปแล้ว ส่วนเรื่องจิตตกอย่างอื่นไม่ค่อยมี ..มีแต่เรื่องราวทำนองนี้ ที่ก็พยายาม ตั้งสติสัมปชัญญะ สังเกตตัวเอง ..เพราะตอนแรกก็ไม่มั่นใจว่า มาจากสาเหตุ เรื่องราวอย่างนี้ เพราะเวลา .กระทบเรื่องราวเหล่านี้ บางทีก็ทำให้จิตอ่อนจับลมหายใจไม่ได้เลย เหมือนถูกปิดจมูก .ต้องอาศัยกั่นลมหายใจ ภาวนาพุทโธเร็วๆ หรือ พูดให้หูได้ยิน พุทโธๆ
พอตอนหลังก็ ค่อยเริ่มเข้าใจมากขึ้น .แต่ก็บอกใครเค้าไม่ได้ . เพราะมันไม่ได้เกิดเหตุกับเค้า เหมือนว่า การสัมผัสรับรู้ มันไม่เหมือนกัน . เช่น เรื่องราวการเห็นคนเดินตัดหน้ารถ ระยะกระชัดชิดยามกลางคืน
หรือ คนนอนขวางถนน .เห็นรกวิ่งทับผ่านไป เรื่องราวคนนั่งตัวแดงบนเส้นขาว . เห็นระยะกระชั้นชิด .เรื่องราวการนอนพักที่บ้าน เพื่อน .ตกกลางคืน เราก็สวดมนต์ ก่อนสวดก็บอกกล่าวแล้ว พอเราสวดเสร็จจะนอน ..ก็มาทำ.ยืนข้างเตียง ตาแดงกล่ำ จ้องมอง . เราก็กลับ. ก็มีโอกาสถามพระ ..ท่านก็บอกว่า เจ้าที่..ที่นั้น รับบุญกุศลไม่ได้เลย เรื่องการไปงานศพ .เอ้า พระหนุ่มกำลังสวด .อภิธรรม .คนตำดำ (ที่ไม่ใช่คน) .ยืนต่อเป็นระเบียบ .จากพระหนุ่มเป็นแถว.
เรื่องราวทำนอง .ก็ทำให้ไม่สบายเนื้อสบายตัว เครียดปวดหัว . เมื่อกลับบ้าน ก็ไปสวดมนต์ บางที่คิดว่า ไม่มีอะไร แต่พอไปนั่งหน้าพระ จะกราบพระ ก็เหมือนไปอยู่หน้าเตาไฟ .พอกราบพระ ..อาการนั้นก็หายไป
สรุป ก็กลับมา ที่เรื่องราวสติสัมปชัญญะ ..ต้องสังเกต ตัวเอง เรื่องราวของกาย อารมณ์ จิต สามคำนี้ดูเหมือนง่าย ก็ฝึกหัด มาเรื่อย แต่ก็เผลอสติ ออกบ่อยเมื่อต้อง ผจญเหตุ ที่มากระทบ สัมผัส .อารมณ์ก็ปรุงแต่งไปเรื่อย . ไม่รู้จักอารมณ์ .ที่ว่าเป็นศัตรูของจิต .มีอารมณ์อะไรเกิดขึ้น. ก็ใช้กายนั้นไปตามอารมณ์ เสียทีต่ออารมณ์กรรม ออกบ่อยๆ
โฆษณา