Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
9Forwards
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 05:15 • หนังสือ
สรุปหนังสือ “MANIFEST 7 ขั้นตอน สู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา”
ผู้เขียน Roxie Nafousi
สำนักพิมพ์ AMARIN HOW-TO
ควอนตัมฟิสิกส์ สอนเราว่า ทุกสิ่งในจักรวาลล้วนประกอบขึ้นจากพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ ความรู้สึก ความคิด อารมณ์ โต๊ะ เก้าอี้ ท้องฟ้า สิ่งที่แบ่งแยกความแตกต่างของสิ่งต่างๆ เหล่านี้ คือ คลื่นความถี่ของพลังงาน สิ่งของต่างกันย่อมมีคลื่นความถี่ต่างกัน
2
กฎแรงดึงดูด กล่าวว่า สิ่งที่เหมือนกันย่อมดึงดูดกัน คลื่นความถี่ที่เหมือนกันย่อมดึงดูดกัน สิ่งที่มีคลื่นความถี่สูงจะดึงดูดสิ่งที่มีคลื่นความถี่สูงเข้าหากัน
ดังนั้น ภาวะอารมณ์ที่มีคลื่นความถี่สูง (High Vibe) จะดึงดูดสิ่งดีเข้าหาเรา ขณะที่ภาวะอารมณ์ที่มีคลื่นความถี่ต่ำ (Low Vibe) ก็ย่อมดึงดูดสิ่งที่ไม่ดีเช่นกัน
ขั้นตอนที่ 1 : มองภาพให้ชัดเจน
1. มองเห็นจุดหมายปลายทางที่เราต้องการให้ชัดเจน สิ่งที่คิดต้องเฉพาะเจาะจงและชัดเจน มีรายละเอียดครบถ้วน ยิ่งชัดเจนยิ่งเกิดความรู้สึกในใจ
2. เราจะดึงดูดสิ่งที่เรารู้สึก
3. การทำ Vision Board เครื่องมือที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพที่เราต้องการให้ชัดเจนมากที่สุด
ขั้นตอนที่ 2 : ขจัดความกลัว และความกังขา
1. ความกลัว และความกังขา เป็นความรู้สึกที่คอยบั่นทอนเรา ความไม่มั่นใจจนเราไม่กล้าแสดงออกถึงสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ออกมา เพราะความกลัวคอยบอกว่า เราไม่ดีพอ เรามันฝันสูงเกินไป
2. วิธีการขจัดความกลัวและความกังขา : สิ่งที่ต้องทำทุกวัน
2.1 จัดการความคิด = คำพูดที่เราเลือกใชัเป็นสิ่งที่จะคอยส่งเสริมหรือบั่นทอน
2.2 ระวังภาษาที่ใช้
1) ใช้ภาษาที่แสดงออกถึงความมั่นใจ เช่น เปลี่ยนคำว่า “ถ้า” เป็น “เมื่อ” เช่น ถ้าฉันได้งานใหม่ (ถ้า = เราไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง) เปลี่ยนเป็น เมื่อฉันได้งานใหม่
2) พูดถึงสิ่งที่ “ต้องการ” อย่าพูดในสิ่งที่ “ไม่ต้องการ” = การที่เราพูดถึงสิ่งไหนบ่งบอกว่าเรากำลังคิดถึงสิ่งนั้นอยู่
3) ใช้คำพูดที่ส่งเสริมให้เกิดภาวะ High Vibe
4) ไม่ปฏิเสธคำชม
2.3 เสียงยืนยันเชิงบวก = พูดคำที่คอยเสริมพลังกับตนเองทุกวัน ฟังเสียงยืนยันเชิงบวก
2.4 ฝึกการนึกภาพ = นึกภาพว่าเราเอาชนะความกลัวและความกังขาได้ นึกถึงเหตุการ Best Case ไม่ตอกย้ำตัวเองด้วย Worst Case
ขั้นตอนที่ 3 : ปรับพฤติกรรม
1. การปรับพฤติกรรม เป็นการดำเนินการเชิงรุก การปรับกิจวัตรประจำวันให้มีรูปแบบสอดคล้องกับตัวตนที่เราอยากเป็นโดยเฉพาะการนำ High Vibe มาประยุกต์เข้ากับกิจวัตรของเรา
2. ความกลัวและความกังขา ส่งผลให้เราเกิดข้ออ้าง และเกิดการผัดวันประกันพรุ่ง
3. ความรู้สึกจากขั้นตอนที่ 1 จะเป็นแรงส่งให้เราลงมือทำแม้ในวันที่เราไม่อยาก ความรู้สึกเมื่อเราทำมันสำเร็จ
4. Safe zone คือ สิ่งที่จิตใต้สำนึกเรารู้สึกคุ้นเคย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งดีหรือไม่ดี การเดินออกมาจากสิ่งที่คุ้นเคย ย่อมเกิดความรู้สึกอึดอัด เพราะจิตใต้สำนึกไม่ชอบสิ่งที่ไม่คุ้ยเคย วิธีการเดินออกมาจาก Safe zone
4.1 มีเหตุผลชัดเจนหรือเป้าหมายชัดเจน
4.2 ขจัดคำแก้ตัว
4.3 อย่ายอมแพ้เมื่อเผชิญสิ่งที่ท้าทาย
4.4 กฎ 5 วินาที ลงมือทำทันทีก่อนจะนับถึงศูนย์
ขั้นตอนที่ 4 : เอาชนะบททดสอบของจักรวาล
1. บททดสอบของจักรวาล คือ อุปสรรคที่เข้ามาทำให้เกิดความไขว้เขว ความลังเลใจ เกิดได้จากทั้งปัจจัยภายใน (ตัวเราเอง) และปัจจัยภายนอก (คนอื่น)
ขั้นตอนที่ 5 : โอบรับความสำนึกรู้คุณ (โดยปราศจากเงื่อนไข)
1. ความรู้สึกขอบคุณอย่างแท้จริง ช่วยปรับอารมณ์เข้าสู่ภาวะ High Vibe โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอบคุณกับทุกสิ่งที่เรามีหรือสิ่งที่พบเจอ
2. ความสำนึกรู้คุณ 3 หมวด
2.1 ตัวเอง = การขอบคุณตนเอง ขอบคุณที่มีแขนขา ขอบคุณความพยายาม
2.2 ชีวิต = การขอบคุณสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ขอบคุณหน้าที่การงานที่จ่ายเงินเดือนให้เรา
2.3 โลก = การขอบคุณในความเป็นธรรมชาติและความเป็นไปของโลกใบนี้ ขอบคุณแสงแดด ขอบคุณสายลม
3. เทคนิคการบ่มเพาะความสำนึกรู้คุณ
3.1 เขียนบันทึก = การฝึกให้สมองนึกถึงแต่สิ่งดี
1) จดสิ่งที่เรารู้สึกขอบคุณ
2) บันทึกความประทับใจที่พบเจอ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กประติ๋วสักเพียงใด
3.2 ไล่เรียงสิ่งดีงามที่เราพบเจอ
3.3 เปลี่ยนจากความ “จำเป็น” เป็นสิ่งที่เรา “สามารถ” ทำได้ = ความจำเป็น เปรียบเหมือน "การบังคับ" ให้ตัวเองต้องลงมือทำ แต่ถ้าเราสามารถทำได้ นั่นคือเราเป็นผู้เลือกเองที่จะทำในสิ่งนั้น เราเลือกทำเพราะเราสามารถทำมันได้ เรามีมือที่จะเขียน เรามีขาที่จะเดิน
3.4 การฝึกสติ ให้อยู่กับปัจจุบัน จดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าอย่างเต็มร้อย
3.5 พยายามสังเกตสิ่งเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
ขั้นตอนที่ 6 : เปลี่ยนความริษยาเป็นแรงบันดาลใจ
1. ความริษยาเกิดจากความรู้สึกที่ยึดโยงกับความขาดแคลน ทุกสิ่งไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน ชอบเปรียบเทียบกับผู้อื่น ในบางครั้งสิ่งที่เราริษยา เราก็ไม่ได้ต้องการมันด้วยซ้ำ
2. Social Media คือ สถานที่อวดภาพความสำเร็จ ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบแบบไม่รู้ตัว
3. แรงบันดาลใจ เป็นขั้วตรงข้ามของความริษยา เกิดจากความรู้สึกที่ยึดโยงกับความอุดมสมบูรณ์ ทุกสิ่งมีพอสำหรับทุกคน คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้
ขั้นตอนที่ 7 : ไว้วางใจในจักรวาล
1. การไว้วางใจ คือ การรู้จักรอให้เกิดผลลัพธ์จากความทุ่มเทพยายามของเรา ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่จะค่อยๆ นำทางไปสู่จุดหมายที่เราต้องการในที่สุด จงมีสติอยู่กับปัจจุบันระหว่างทาง แทนที่จะมัวกังวลถึงปลายทางที่ยังมาไม่ถึง
2. การรอคอยอะไรสักอย่างจะเป็นช่วงที่ความคิดเชิงลบแทรกซึมเข้ามา หากเราไม่มีความเชื่อมั่น ส่งผลให้เกิดการบั่นทอนตนเอง
3. การปล่อยวางการรอคอย ไม่ต้องรู้สึกว่าเรารออะไรอยู่ แค่อยู่กับปัจจุบันและทำให้ดีที่สุด
ขั้นตอนพิเศษ : การบ่มเพาะและการฝึกฝนการรักตนเอง
1. การรักตนเอง คือ ความเคารพตนเอง กล้าปฏิเสธในสิ่งที่เราไม่ต้องการพฤติกรรมที่เราทำคือสิ่งที่แสดงออกถึงความรักตนเอง
2. การบ่มเพาะความรักตนเอง
2.1 มีสติตระหนักรู้ รู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร ใช้เวลาพินิจพิจารณาก่อนลงมือตัดสินใจ
2.2 เคารพความรู้สึกของตนเอง = เราไม่ได้มีพลังเต็มเปี่ยมในทุกๆ วัน วันใดที่หมดแรงก็พักบ้าง ขอแค่ทำให้ดีที่สุด ตามสภาพของเราในแต่ละวัน
2.3 เคารพจุดหมายในวันพรุ่งนี้ = ชีวิตเราคือผลรวมทางเลือกต่างๆ ที่เราได้เลือกทำ มองถึงผลกระทบในอนาคตมากกว่าที่จะตอบสนองแค่เพียงวันนี้
3. ให้อภัยกับสิ่งที่ได้ผ่านไปแล้วในอดีต ยอมรับสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว และเรียนรู้ที่จะเติบโตจากอดีต
***************************************************************
สนใจสั่งซื้อหนังสือได้ที่ :
https://s.shopee.co.th/5An7PjlLHQ
ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.facebook.com/9Forwards
พัฒนาตัวเอง
พัฒนาตนเอง
หนังสือ
43 บันทึก
20
2
46
43
20
2
46
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย