19 ก.พ. เวลา 10:31 • ข่าวรอบโลก

อิหร่านอาจมีโอกาสเพียงรอบเดียว…

หลังการซ้อมรบร่วมกับจีนและรัสเซีย
เพื่อแผนควบคุมช่องแคบฮอร์มูส คาเมนาอีก็คงใจชื้น
ขึ้นมาบ้าง ว่ายังมีพรรคพวกหนุนหลัง
แต่ลึกๆ เขาเองก็รู้ว่ายากมาก ที่ทั้งจีนและรัสเซีย
จะร่วมรบด้วยจริงๆ เพราะทั้งสองชาติก็ใช่ว่าจะพร้อมนัก
รัสเซียติดหล่มยูเครน จีนเองก็ห่วงเรื่องน้ำมัน
การปิดช่องแคบ ว่ากันตามจริง มันก็ไม่ใช่เรื่องดีของจีน
เพราะหากทำแบบนั้น จีนเองอาจโดนย้อนเกล็ดปิดมะละกา
ทับไปอีกชั้น จากสหรัฐและพวกได้
ที่แน่ๆ ถ้าราคาน้ำมันพุ่ง เศรษฐกิจพังทั้งโลก
จีนที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด จะเกิดสภาวะ over supply
ของระบบการผลิตที่รุนแรงมาก พวกเขาจะเดือดร้อนที่สุด
ดังนั้น ทางระดับสูงของสหรัฐในสหรัฐจึงไม่มายด์อะไรนัก
โดยทาง Center for a New American Security (CNAS)
ก็บอกว่า พวกเขาคิดว่ามันจะยากขึ้นนิดหน่อยในทางการทูต
มากกว่าทางการทหารเท่านั้น
คือสหรัฐนั้นมองว่า การสนับสนุนจากจีนและรัสเซียต่ออิหร่าน
มีแน่ๆ แต่จะไม่ใช่การยกกำลังมาช่วยกันโดยตรง
ซึ่งก็คงไม่ส่วผลอะไรกับแผนปฏิบัติการ ในกรณีต้องรบ
ที่สหรัฐเตรียมไว้จริงๆ
…ซึ่งอาจตีความได้ว่า อิหร่านก็อาจโดดเดี่ยวเช่นเคย….
สหรัฐส่งกองกำลังขนาดใหญ่ที่สุดหลังสงครามอ่าวฯ
มาในครั้งนี้ การใช้เรือบรรทุกเครื่องบินนิวเคลียร์ถึงสองลำ
และเป็นระดับเรือธงรุ่นใหม่ทั้งคู่ ถือว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดา
ถ้าเทียบกับก่อนหน้านี้ อย่างในอัฟกานิสถาน หรือสงคราม
ต่อต้านการก่อการร้าย สหรัฐก็ไม่ได้ใช้กำลังขนาดนี้
มันค่อนข้างชัดเจน ว่าการทูตเรือปืนของสหรัฐรอบนี้
ถ้าอิหร่านพูดไม่รู้เรื่องแบบที่สหรัฐรับได้
ก็หมายความว่า จะเป็นการรบแบบจะเอาให้ตายจากฝั่งสหรัฐ
การเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด ให้กับพันธมิตรในพื้นที่ทั้งหลาย
ก็ดูเหมือนจัดเต็ม เพื่อป้องกันการสาดมั่วของอิหร่าน
เชื่อกันว่า สหรัฐและพันธมิตรอาหรับบางชาติ และอิสราเอล
น่าจะพร้อมมากพอสมควร กับการป้องกันตัวแล้ว
ทั้งจากจรวดและกองกำลัง proxy ของอิหร่าน
จึงคาดการณ์กันว่า เสาร์นี้สหรัฐและพวก
จะถึงจุดพร้อมแล้ว สำหรับปฏิบัติการทางทหาร
…ถ้ามันจำเป็น….
การเจรจา ไม่น่าจะสำเร็จได้
เนื่องจากสิ่งที่สหรัฐเสนอไป ทั้งการให้หยุดพัฒนานิวเคลียร์
และขอจำกัดทั้งพิสัยและจำนวนขีปนาวุธของอิหร่าน
มันไม่ใช่อะไรที่อิหร่านจะยอมรับได้แน่นอน
ซึ่งหากคุยกันไม่รู้เรื่อง และอิหร่านไม่ถอย ก็มีสิทธิ์โดน
ตอนนี้โลกกำลังจะต้องเผชิญกับสงครามครั้งนี้จริงๆ
มันมีโอกาสมากกว่า 90% ที่สุดท้ายจะจบด้วยสงคราม
มากกว่าการทูต
ทรัมป์เคยบอกทำนองว่า มันจะเป็นสงครามเพื่อเปลี่ยนระบอบ
ไม่ใช่สงครามเพื่อการยึดอิหร่าน
สหรัฐและทรัมป์ คงเชื่อว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจ
เกิดขึ้นในอิหร่าน เป็นพวกหัวสมัยใหม่ ไม่เคร่งศาสนา
มันน่าจะทำให้อะไรๆง่ายขึ้น สำหรับการแก้ปัญหานิวเคลียร์
ในตะวันออกกลาง
ถ้ามาทรงนี้ มีโอกาสมาก ที่เป้าการจู่โจม
จะเฉพาะมาก อาจเป็นลักษณะเดียวกับที่ทำร่วมกับอิสราเอล
ในสงคราม 12 วันในปีที่แล้วช่วงเดือนมิถุนายน
คือ โจมตีแต่เป้าที่เป็นส่วนของเครือข่ายกลุ่มที่ภักดี
กับผู้นำทางศาสนาจริงๆ และเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์
มากกว่าที่จะถล่มเตหะรานให้ราบ เหมือนที่อิสราเอลและรัสเซีย
ทำในสงครามของตน
…แผนของสหรัฐ อาจไม่ต่างกับเวเนซุเอลานัก คือโจมตี
ส่วนที่จะขัดขวางการเปลี่ยนแปลงโดยประชาชนจากภายใน
ด้วยการริดคนมีอำนาจในปัจจุบันให้หมดเสียก่อนมากกว่า…
…เมื่อกองกำลังของคาเมนาอีอ่อนแอ ก็ย่อมจะง่ายขึ้น
ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยกลุ่มตรงข้าม…
…หรือกระทั่งคนใน IRGC เองก็ตาม เพราะสหรัฐนั้นรู้ดี
ว่าในกลุ่มนี้ ก็มีคนอยากใหญ่ไม่น้อย ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือได้
และคนกลุ่มที่ว่านี้ ก็คือคนในกองทัพอิหร่านเองนั่นแหละ
…ทรัมป์ไม่ได้สน ว่าหากโค่นระบอบอยาตอลาห์ลงไป
แล้วอิหร่านจะเป็นประชาธิปไตยแบบที่ปาลาวีเสนอหรือไม่
…ต่อให้เป็นเผด็จการ ทรัมป์ก็ไม่มีปัญหา แค่ไม่เคร่งศาสนา
แต่มองผลประโยชน์ที่สหรัฐจะหยิบยื่นให้ จนควบคุมได้
หรือคุยด้วยได้ง่าย นั่นก็พอแล้ว…
…และจากบทเรียนที่ผ่านมาในตะวันออกกลาง
สหรัฐจะไม่ยึด ไม่ครอบครอง ไม่ใช้กำลังภาคพื้นดิน
แต่จะใช้คนในพื้นที่เองนั่นแหละ ทำงานให้ ซึ่งก็มีหลายกลุ่ม
ที่พร้อมรบมากอยู่แล้ว ที่จะทำให้สหรัฐไม่ต้องใช้ทหารราบ
ให้เสียงสูญเสีย เหมือนที่เคยโดนมา…
เตหะราน ในส่วนของพลเรือน จึงน่าจะปลอดภัยเป็นส่วนมาก
นอกจากพื้นที่ทางการทหาร หรือศูนย์อำนาจของ IRGC
เท่านั้นแหละ ที่คงโดนหนัก
แน่นอน ว่าจะอย่างไรชาวอิหร่านก็คงเดือดร้อน
แต่คงไม่ใช่การโดนแบบเคียฟ หรือกาซ่าค่อนข้างแน่
มันจะไม่มีความราบพนาสูร ในรูปแบบนั้น
เพราะโมเดลและแผนของสหรัฐนั้นต่างออกไป
พวกเขายังหวังพึ่งชาวอิหร่านเอง ให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
การโจมตีเป้าหมายพลเรือน มีแต่จะทำให้ชาวอิหร่าน
กลับไปสนับสนุนระบอบอยาตอลาห์ มันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในแผน
สหรัฐหวังว่า หากเขาเด็ดหัวคนในระบอบอยาตอลาห์ได้หมด
ภาพการออกมาฉลองกันแบบในเวเนซุเอลาจะเกิดขึ้น
ซึ่งหากแผนสหรัฐเป็นแบบนั้น ก็คงเป็นข่าวดีกับประชาชน
ชาวอิหร่านอยู่พอสมควรเลยทีเดียว
แต่ที่จะหนักที่สุด น่าจะเป็นในทะเล
และพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมักเป็นฐานจรวด
หรือศูนย์นิวเคลียร์
สหรัฐรอบนี้นั้น ดูค่อนข้างชัดเจน ว่าพยายามล่ออิหร่าน
ออกมาเล่นในทะเล ที่ไกลผู้คน เพื่อเก็บให้หมด
ก่อนที่จะรุกคืบเข้าไป
เรือสหรัฐตอนนี้ ส่วนมากรักษาระยะปลอดภัยไว้
ที่การห่างจากอิหร่านราวๆ 1,000 กิโลเมตร นอกช่องแคบ
โดยที่พวกเขาระวังที่สุด คือขีปนาวุธจำพวก
ไฮเปอร์โซนิคมิไซล์ เนื่องจากสหรัฐมองว่า
ระยะ 1,000 กิโลเมตร พวกเขายังพอมีเวลารับมือได้ทัน
ในทางกลับกัน ที่ระยะนี้ สหรัฐยังได้เปรียบมาก
เพราะเป็นระยะทำการรบของเครื่องบินรบของพวกเขา
ที่สามารถไปกลับได้ และยังอยู่ในพิสัยของ Tomahawk
และขีปนาวุธเรือดำน้ำอีกหลายชนิด
ที่บอกว่าอิหร่านมีโอกาสแค่ครั้งเดียว ก็คือสิ่งนี้แหละ
เพราะทันทีที่สงครามเริ่ม สิ่งแรกที่สหรัฐจะทำ
ไม่ใช่การล่าเรืออิหร่าน หรือจรวดอิหร่าน
แต่เป็นการถล่มท่าเรือ แท่นยิง และคลังแสง
เพื่อตัดกำลังบำรุง และปล่อยให้เรือเล็กอิหร่านเคว้งนั่นเอง
อิหร่านโฆษณาเรื่องกองเรือขนาดเล็กมาก ว่าสู้ได้
แต่ด้วยอาวุธของมัน พิสัยสั้น และโหลดได้น้อยมาก
เพียง 1-2 ลูกเท่านั้น และสำรองเชื้อเพลิงก็ได้น้อย
สำหรับกองเรือพวกนี้ ถ้าเสียท่าเรือ หรือการเติมเชื้อเพลิง
มันจะหมดประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วมาก และกลายเป็นเหยื่อ
ของเฮลิคอปเตอร์จู่โจมทางทะเล และเครื่องบินต่างๆ
ของสหรัฐและพวกอย่างง่ายดาย
หมายความว่า ถ้าสงครามเปิดฉากขึ้นจริงๆ
การตอบโต้ระรอกแรกๆของอิหร่าน ถ้าไม่ประสบความสำเร็จ
ไล่เรือสหรัฐออกไปได้บ้าง ก็คือนับถอยหลังสู่หายนะได้เลย
เพราะหากสหรัฐยึดครองน่านน้ำ และน่านฟ้าได้สำเร็จ
อิหร่านก็จะเป็นเป้านิ่งทั้งประเทศ
แม้จรวดอิหร่านจะมากมาย และน่ากลัว
แต่ทุกครั้งที่ยิง นั่นคือการเปิดเผยตำแหน่งในทันที
ซึ่งหากเสียการควบคุมน่านฟ้า และน่านน้ำไป
โอกาสโดนสวนไปที่ไซโล แท่นยิง หรือกระทั่งคลังแสง
จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งสหรัฐขึ้นชื่อมาก กับความแม่น
สหรัฐไม่ได้ปัญญาอ่อน ที่จะไปไล่ยิงจรวดอิหร่านทีละลูกแน่
พวกเขารอการเปิดเผยตำแหน่งพวกนี้นี่แหละ ก่อนสวนออกไป
ให้หนักที่สุด และใข้ระเบิดอิหร่านเองให้เป็นประโยชน์
จากปฏิกิริยาลูกโซ่ในคลังแสง เพื่อทำลายฐานให้ราบ
วิธีนี้ ก็ไม่ต่างกับที่อิสราเอลใช้จัดการกับฮิชบอลาห์
แล้วประสบความสำเร็จมาแล้วนั่นเอง
จากสงคราม 12 วันจนถึงตอนนี้ แม้ผ่านมาประมาณครึ่งปี
อะไรๆจะเปลี่ยนแปลงได้มากมายก็ตาม
แต่เชื่อกันว่า หลังจากทดลองทางยุทธวิธีไปแล้วครั้งนั้น
ทั้งสองฝ่ายแม้จะหาทางแก้ทางกันทั้งคู่
แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าของฝั่งสหรัฐและพวก
มันยากมากที่อิหร่านจะตามเกมส์ได้ทัน
สหรัฐเองก็มีอาวุธที่ไม่เปิดเผยมากมาย ที่เป็นข่าวมา
ว่ามีการใช้ในเวเนซุเอลา ซึ่งยังไม่มีใครรู้ชัดเจนว่าคืออะไร
ดังนั้นการหาทางรับมือจึงยากมาก
แม้กระทั่งการจัดการกับโดรน สหรัฐก็ขนของเล่นใหม่
มาใช้แบบรัวๆ และทดลองแล้วว่าได้ผล เช่น
ปืนแบบใหม่บนเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งมีราคาถูกมาก
ในการเก็บโดรน เพื่อตอบสนองสงครามคณิตศาสตร์
ทางงบประมาณ ที่จะต้องเจอในครั้งนี้
อาวุธที่สหรัฐขนไปรอบนี้ ค่อนข้างชัดเจนกับจุดมุ่งหมาย
ในลักษณะที่เฉพาะเจาะจง การขนเครื่องบินชี้พิกัด
และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์เข้าพื้นที่มีมากกว่าครั้งไหน
มันบอกเราได้ชัดเจนเรื่องนั้น
อิหร่าน อาจไม่ใช่หมูให้เชือดง่ายๆ
สหรัฐและพวก ยังไงก็คงมีการเจ็บตัวบ้างอย่างแน่นอน
การประเมินความสูญเสียนั้น เชื่อว่าสหรัฐและพวก
คงมองแล้ว ว่าคุ้มค่า ที่จะเปิดสงครามได้
และเชื่อเถอะ สหรัฐไม่ได้โดดเดี่ยว โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ
คนอย่างทรัมป์ มันไม่ควักเองหรอก ถ้าไม่ได้ประโยชน์
จริงๆ สหรัฐไม่ได้อะไรนัก หากจะทำสงครามนี้เพื่อตัวเอง
แต่สปอนเซอร์ตัวจริง ที่แอบข้างหลังและร่ำรวยล้นฟ้า
หลายชาติต่างหาก ที่ได้ประโยชน์เต็มๆ
คนทั่วไปอาจมองที่อิสราเอลมากที่สุด ว่าเป็นตัวเสี้ยม
แต่ความจริง สงครามที่สหรัฐทำในตะวันออกกลาง
แทบทุกรอบ ผู้สนับสนุนจริงๆ กลับไม่ใช่อิสราเอล
แต่เป็นบรรดาเศรษฐีน้ำมันค่ายสุหนี่เสียมากกว่า
โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย และ UAE ที่เบื่อหน่ายกับ
การตัองตามแก้ปัญหาจากกลุ่มลิ่วล้อสารพัดของอิหร่าน
1
ถ้าจำกันได้ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา
ก็ซาอุฯนี่แหละ ที่ลงทุนในสหรัฐด้วยเม็ดเงินมหาศาล
เป็นสถิติโลก ในแทบทุกด้าน
ซาอุจ่ายแล้ว สหรัฐรับเงินมาแล้ว
…มันก็ต้องทำงานให้เขาสิ จะรอจนอิหร่านมีนิวเคลียร์ได้ไง…
…สปอนเซอร์กระเป๋าหนักเล่นเองแบบนี้ ทรัมป์มันถึงเอาไง…
อย่างไรก็ตาม
หากผลของสงครามเป็นไปแบบที่สหรัฐคาดไว้
คือ ระบอบอยาตอลาห์ล่มสลาย
มันอาจแย่ลงก็ได้ จากความเจ็บแค้นของชาวชีอะห์ทั่วโลก
เพราะระบอบอยาตอลาห์ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กับอิหร่าน
แต่พวกเขาคือกล่องดวงใจของชาวชีอะห์ทั่วโลก
การโค่นคาเมนาอี หรือกระทั่งส่งเขาไปหาพระเจ้าสำเร็จ
…ย่อมสร้างความเคียดแค้นชิงชิง และอาจมีปัญหา
การก่อการร้าย ที่ยิ่งกระจายตัวไปได้ทั่วโลกนั่นเอง….
…กับชาวโลกแล้ว ผลจากสงครามนี้ มันจึงไม่ใช่แค่น้ำมันแพง
และเศรษฐกิจโลกพังเพียงเท่านั้น …
…แต่มันอาจเป็นเรื่องของความปลอดภัยของทุกคนจริงๆ…
…แม้เราจะอยู่ในประเทศที่ไม่เกี่ยวด้วยเลยก็ตาม….
อ้างอิง
โฆษณา