เมื่อวาน เวลา 06:00 • ข่าวรอบโลก

เลือกตั้งวันเดียวกัน ทำไมญี่ปุ่นรู้ผล-ได้นายกฯ เร็วกว่าไทย?

เปรียบเทียบการเลือกตั้งไทยกับญี่ปุ่น เลือกตั้งวันเดียวกัน ทำไมรู้ผลไม่เท่ากัน ญี่ปุ่นโหวตรับรองนายกฯ เสร็จพร้อมทำงาน ส่วนไทยผลคะแนนทางการเพิ่งออก
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทย ได้ประกาศผลคะแนนการเลือกตั้ง 2569 ครบทั้ง 400 เขตอย่างเป็นทางการ ขณะที่ในวันเดียวกันนั้นญี่ปุ่นโหวตรับรองนายกรัฐมนตรี ทาคาอิจิ ซานาเอะ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะทั้งไทยและญี่ปุ่นจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกัน คือ 8 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา และในระยะเวลา 10 วันเท่า ๆ กันนี้ ญี่ปุ่นได้นายกฯ แล้ว ส่วนไทยเพิ่งนับผลคะแนนครบอย่างเป็นทางการ
เลือกตั้งวันเดียวกัน ทำไมญี่ปุ่นรู้ผล-ได้นายกฯ เร็วกว่าไทย?
ความแตกต่างนี้ทำให้ยากที่จะไม่ถูกนำมาเปรียบเทียบ พีพีทีวีจึงชวนมาดูว่า ทำไมระบบการเลือกตั้งของญี่ปุ่นถึงได้ราบรื่นและรวดเร็วขนาดนี้?
การเลือกตั้ง 2569 ของไทย ใช้งบประมาณ 7,824 ล้านบาท สูงขึ้นเนื่องจากมีการโหวตลงประชามติด้วย ส่วนการเลือกตั้งของญี่ปุ่นใช้งบประมาณ 85,500 ล้านเยน (ราว 17,400 ล้านบาท) สูงขึ้นราว 4,000 ล้านเยน (ราว 813 ล้านบาท) เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ต้นทุนวัสดุที่เพิ่มสูงขึ้น
โดยไทยจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าเพียง 1 วัน คือในวันที่ 1 ก.พ. 69 ญี่ปุ่นเปิดให้ประชาชนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ยาวนานถึง 11 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ไปจนถึงวันสุดท้ายก่อนวันจริง ในที่นี้คือตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. – 7 ก.พ.
ญี่ปุ่นมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนกับไทย ใบหนึ่งสำหรับเลือก สส. แบบแบ่งเขต และอีกใบเลือก สส. แบบปาร์ตี้ลิสต์
แต่ในขณะที่บัตรเลือกของไทยใช้วิธีกาหรือทำเครื่องหมาย บัตรเลือกตั้งของญี่ปุ่นต้องเขียนชื่อผู้สมัครและพรรคการเมืองด้วยลายมือของตัวเอง แม้วิธีการนี้จะถูกวิจารณ์ว่าล้าสมัย และง่ายต่อความผิดพลาด เพราะหากเขียนชื่อผิดอาจกลายเป็นบัตรเสียได้ แต่ในขณะเดียวกันวิธีการนี้ก็โกงยาก ลายมือคนปลอมยาก จึงยังคงใช้อยู่
ทั้งนี้ แม้จะบอกว่าการเขียนชื่ออาจทำให้เกิดบัตรเสียง่ายกว่าการกา แต่การเลือกตั้งญี่ปุ่นครั้งนี้มีบัตรเลือก สส. แบ่งเขตเสีย 799,769 ใบ คิดเป็น 1.38% ของทั้งหมด ส่วนบัตรเลือก สส. ปาร์ตี้ลิสต์เป็นบัตรเสีย 1,614,994 ใบ คิดเป็น 2.88% ของทั้งหมด
ขณะที่ประเทศไทยที่ใช้วิธีการกานั้น มีบัตรเลือก สส. แบ่งเขตเสีย 1,234,047 ใบ คิดเป็น 3.56% ของทั้งหมด ส่วนบัตรเลือก สส. ปาร์ตี้ลิสต์เป็นบัตรเสีย 1,556,201 ใบ คิดเป็น 4.50% ของทั้งหมด
ในส่วนของบัตรเลือกตั้ง บัตรลงคะแนนญี่ปุ่นทำจากวัสดุพิเศษที่เรียกว่า “เรซินพอลิโพรพีลีน” (resin polypropylene) มีความทนทาน ฉีกขาดยาก พับแล้วเด้งออกทันทีถ้าไม่ถูกหนีบไว้ ทำให้เวลาคนไปโหวต แค่พับบัตรหย่อน บัตรจะคลี่ตัวออกเองในกล่อง ไม่ทับกัน เวลานับไม่ต้องเสียเวลาคลี่
ส่วนบัตรเลือกตั้งไทยนั้นบอบบาง ฉีดขาดง่าย ต้องพับ 3-4 ทบ ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะคลี่อ่านได้
การนับคะแนนก็แตกต่างกัน ที่ญี่ปุ่นจะนำบัตรใส่เครื่องสแกน นับจำนวนบัตรได้แม่นยำ สแกนอ่านชื่อผู้สมัครและชื่อพรรคการเมืองได้ โดยไม่ต้องมาขานทีละคน จากนั้นเครื่องจะคัดแยกบัตรไปลงตะกร้าผู้สมัครแต่ละคน และนับจำนวนบัตรซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตรงกัน
ในส่วนของบัตรที่อ่านยาก ก็จะใช้คนตรวจสอบอีกชั้น บัตรที่มีข้อโต้แย้ง จะให้กรรมการตัดสิน
นี่คือระบบการเลือกตั้งที่ออกแบบมาอย่างรอบคอบของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถนับคะแนน ประกาศผล และพาประเทศไปต่อได้อย่างรวดเร็ว
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/news/268913
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา