21 ก.พ. เวลา 13:31 • ไลฟ์สไตล์

บทที่ 3

เราไม่ได้แข็งขึ้น เราแค่ละเอียดขึ้น
การที่เราไม่ร้องไห้เหมือนเดิม
แปลว่าเราเย็นชาขึ้นจริงหรือเปล่า
หรือจริง ๆ แล้ว
เราแค่ไม่ต้องวิ่งหนีความรู้สึกอีกต่อไป
พวกเธอเคยถามตัวเองแบบนี้ไหม?
ถ้าเธอถามเรา เราไม่เคยเลย :)
พอเลิกวิ่งตาม
โลกมันไม่ได้หายไป
แต่เรากลับมองเห็นมันชัดขึ้น
เสียงที่เคยตีกัน ดังจนเราปวดหัว
ค่อย ๆ เบาลงอย่างช้า ๆ
ไม่ใช่เพราะฝ่ายไหนชนะ
แต่เพราะเราเริ่มฟังทั้งคู่
โดยไม่รีบตัดสิน
แล้วเราก็เริ่มเห็น
สิ่งที่ตัวเองเคยทำโดยไม่รู้ตัว
เราเคยให้
โดยไม่ถามว่าเขาต้องการไหม
คิดว่านั่นคือ bare minimum ของความรัก
และเคยจัดการชีวิตเขา ทั้งที่เขาไม่ได้ร้องขอ
คิดว่านั่นคือการใส่ใจ
ในฝั่งของเรา
เราเคยพยายามเข้าใจ
โดยไม่ถามตัวเองว่าโอเคไหม
แค่คิดว่า “เขาก็เป็นแบบนี้แหละ”
เราทำสิ่งเหล่านั้นตามธรรมชาติ
และเรียกมันว่า “ความอ่อนโยน”
เวลาเดินไปเรื่อย ๆ
มันค่อย ๆ ขัดเกลาเรา
ให้มองอะไรชัดขึ้นโดยไม่ต้องฝืน
และพอมองย้อนกลับไป
เรายังคิดว่า ตอนนั้นเราไม่ได้ทำอะไรผิด
เราแค่ยังไม่ละเอียดพอ
เราเริ่มเห็นว่า
ความอ่อนโยน ถ้าไม่มีขอบเขต
บางครั้งมันอาจล้ำพื้นที่ของอีกคน
โดยที่เราไม่รู้ตัว
และการให้ที่มากเกิน
ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นพลังบวกเสมอไป
เราไม่ได้หยุดเป็นคนใจดี
เราแค่หยุดเป็นคนที่ต้องใจดีตลอดเวลา
เราไม่ได้หยุดเข้าใจใคร
เราแค่เพิ่มความเข้าใจตัวเองขึ้นอีกนิด
เราไม่ได้แข็งขึ้น
ไม่ได้สร้างกำแพง
และไม่ได้ปิดประตูใส่ใคร
เรายังรู้สึก
ทุกครั้งที่คิดถึง
มันไม่ร้อนแล้ว
ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขาในความทรงจำ
ใจเราไม่หล่นเหมือนเดิม
ไม่ใช่เพราะมันด้านชา
แต่เพราะเราเริ่มเลือกตอบสนอง
แทนที่จะปล่อยให้อารมณ์พาไป
เราให้อิสระกับความรู้สึกเต็มที่
แค่เปลี่ยนมุมมอง
พิจารณามันอย่างประณีต
แล้ววางมันลง
ในที่ที่ควรอยู่
ไม่ใช่ที่ที่มันอยากอยู่
ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ที่เราเริ่มอวยพรให้เขาได้
โดยไม่ต้องฝืนยิ้ม
เริ่มยอมรับความต่าง
โดยไม่ต้องหาคนผิด
เริ่มพัก
โดยไม่รู้สึกว่าต้องเป็นพลังให้ใครตลอดเวลา
เราแข็งแรงขึ้น
และละเอียดพอที่จะสังเกตตัวเอง
ว่าควรอยู่ตรงไหน
ควรถอยเมื่อไหร่
และควรยืนอยู่กับอะไร
เราเริ่มใช้ความอ่อนโยน
ไม่ใช่เพื่อแบกใคร
แต่เพื่อดูแลความจริงของตัวเอง
ทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม
แต่ครั้งนี้มันมีขอบเขตอยู่ข้างใน
ขอบเขตที่ไม่ได้สร้างกำแพง
แต่มันทำให้ความอ่อนโยนนั้น
ไม่ทำร้ายใครอีก
แม้แต่ตัวเราเอง
— f 🌙
โฆษณา