Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Vate's Pharma Scope
•
ติดตาม
22 ก.พ. เวลา 07:37 • สุขภาพ
สายมาราธอนต้องอ่าน วิ่งโหดเกินไป ระวัง "เม็ดเลือดแดง" แก่ก่อนวัย
ยุคนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่คนรักสุขภาพ กิจกรรมฮิตติดลมบนคงหนีไม่พ้น "การวิ่ง" ใช่ไหมครับ? ตั้งแต่วิ่งสวนลุมชิลๆ ไปจนถึงฮาล์ฟมาราธอน ฟูลมาราธอน หรือสายฮาร์ดคอร์หน่อยก็ข้ามไป "อัลตร้ามาราธอน (Ultra-marathon)" หรือวิ่งเทรลข้ามเขาเป็นร้อยๆ กิโลเมตรกันเลย
เรามักจะเชื่อกันว่า "ยิ่งออกกำลังกายหนัก ยิ่งแข็งแรง" แต่เดี๋ยวก่อนครับ... วันนี้ผมมีข้อมูลจากวารสาร Blood Red Cells & Iron ที่อาจจะทำให้สายวิ่งอัลตร้าต้องหยุดคิดนิดนึง เพราะนักวิทยาศาสตร์เขาค้นพบว่า การวิ่งมาราธอนระยะไกลแบบสุดโหด อาจทำให้ "เม็ดเลือดแดง" ของเราพังและแก่ก่อนวัยได้
เรื่องนี้มันเป็นยังไง? ร่างกายเราเกิดอะไรขึ้นตอนวิ่งหนักๆ? ตามผมมาเลยครับ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ
เมื่อเม็ดเลือดแดง... หมดสภาพ
ก่อนอื่น ขอทวนความจำวิชาวิทยาศาสตร์ตอนเด็กๆ นิดนึงครับ "เม็ดเลือดแดง" (Red blood cells) ในร่างกายเรา มีหน้าที่สำคัญมากคือเป็น "รถบรรทุก" คอยขนส่งออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย และขนของเสียกลับมาทิ้ง ทีนี้ รถบรรทุกพวกนี้มันต้องมีความยืดหยุ่นสูงมากครับ เพื่อให้สามารถมุดลอดผ่านหลอดเลือดฝอยเล็กๆ ในร่างกายได้
แต่งานวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งนำทีมโดย ดร. Travis Nemkov จากมหาวิทยาลัย Colorado Anschutz เขาไปเจาะเลือดนักวิ่งมาราธอนระดับโลกจำนวน 23 คน ทั้งก่อนและหลังแข่ง เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเลือดบ้าง โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่วิ่งระยะ 40 กิโลเมตร และกลุ่มวิ่งสุดโหด 171 กิโลเมตร
ผลปรากฏว่า หลังจากการวิ่งอย่างหนักหน่วง รถบรรทุกหรือ เม็ดเลือดแดงของนักวิ่ง สูญเสียความยืดหยุ่นครับ แข็งทื่อขึ้น ทำให้การขนส่งออกซิเจนและของเสียทำงานได้แย่ลง แถมยังพบร่องรอยการ "พัง" ของเม็ดเลือดแดงอย่างชัดเจนด้วย
ทำไมวิ่งแล้วเลือดพัง? เข้าใจกลไกแบบง่ายๆ
นักวิจัยเขาอธิบายว่า การที่เม็ดเลือดแดงเสื่อมสภาพและตายเร็วขึ้นตอนเราวิ่งระยะไกลมากๆ เกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ ครับ คือ
1. พังเพราะแรงกระแทกทางฟิสิกส์ (Mechanical damage)
ลองจินตนาการว่า หลอดเลือดเราคือท่อน้ำ ตอนเราวิ่งมาราธอน หัวใจเราจะสูบฉีดเลือดแรงมาก ความดันของเหลวในร่างกายจะแปรปรวนสุดๆ เม็ดเลือดแดงที่ถูกปั๊มพุ่งไปตามหลอดเลือดด้วยความแรงและต้องวิ่งมาราธอนไปพร้อมกับเราเป็นสิบๆ ชั่วโมง มันก็เกิดการกระแทกและเสียดสีจนเซลล์บาดเจ็บได้ครับ
2. พังจากภายในด้วยเคมี (Molecular damage)
ข้อนี้สำคัญมากครับ เมื่อร่างกายถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงติดต่อกันนานๆ สิ่งที่ตามมาคือ "การอักเสบทั่วร่างกาย" และเกิดภาวะที่เรียกว่า Oxidative Stress (ภาวะเครียดออกซิเดชัน)
พูดภาษาชาวบ้านคือ ร่างกายเราจะมีของเสียหรือ "อนุมูลอิสระ" เกิดขึ้นเยอะมาก เยอะจน "สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)" ที่เปรียบเหมือนพนักงานทำความสะอาด ดึงของเสียพวกนี้ออกไปไม่ทัน ผลก็คือ อนุมูลอิสระพวกนี้จะเข้าไปทำลาย DNA และโครงสร้างภายในของเม็ดเลือดแดง ทำให้เซลล์แก่เร็วและแตกสลายในที่สุด
งานวิจัยพบเลยนะครับว่า ยิ่งวิ่งไกล ความเสียหายยิ่งชัดเจน คนที่วิ่ง 171 กิโลเมตร เม็ดเลือดแดงพังและหายไปจากระบบไหลเวียนเลือดมากกว่าคนที่วิ่ง 40 กิโลเมตรอย่างเห็นได้ชัด
ความเชื่อมโยงสุดว้าว: นักวิ่ง กับ ถุงเลือดบริจาค
มีอีกประเด็นนึงที่ผมในฐานะเภสัชกรอ่านแล้วรู้สึกว้าวมาก คือ ดร. Angelo D'Alessandro ผู้ร่วมวิจัย ได้เปรียบเทียบกลไกนี้ไว้อย่างน่าสนใจครับ
เขาบอกว่า กลไกที่ทำให้เม็ดเลือดแดงของนักวิ่งอัลตร้ามาราธอนแก่และพังเร็วเนี่ย มันเป็นกลไกเดียวกับ "ถุงเลือด" ที่เก็บไว้ในธนาคารเลือดเลยครับ
ปกติเลือดที่เราบริจาคกันไป พอเก็บไว้ในถุงราวๆ 6 สัปดาห์ มันจะเริ่มเสื่อมสภาพและใช้การไม่ได้ เพราะมันเผชิญกับความเครียดทางฟิสิกส์และเคมี (Oxidative stress) คล้ายๆ กัน นักวิจัยเลยหวังว่า การเข้าใจเลือดของนักวิ่ง จะนำไปสู่วิธีการยืดอายุถุงเลือดบริจาคในอนาคตได้ด้วย... ล้ำไปอีก
ท้ายสุด... ตกลงเรายังควรวิ่งอยู่ไหม?
อ่านมาถึงตรงนี้ สายวิ่งอย่าเพิ่งตกใจจนเอาหมวกเอาถุงเท้าไปทิ้งนะครับ 555
หมอและนักวิจัย ไม่ได้บอกให้เราเลิกวิ่ง นะครับ ดร. Nemkov ย้ำว่า ณ ตอนนี้ เรายังไม่รู้แน่ชัดว่า ร่างกายใช้เวลาซ่อมแซมความเสียหายของเม็ดเลือดแดงนี้นานแค่ไหน และผลกระทบระยะยาวมันดีหรือร้ายกันแน่ ร่างกายอาจจะปรับตัวให้เก่งขึ้นในอนาคตก็ได้ (ต้องรองานวิจัยในอนาคตมาตอบครับ)
แต่สิ่งที่งานวิจัยนี้พยายามจะบอกเราก็คือ "การออกกำลังกายแบบสุดโต่ง (Extreme exercise) นำมาซึ่งความเครียดของร่างกาย"
ในมุมมองของเภสัชกร ผมขอย้ำคำเดิมที่ใช้ได้เสมอคือ "เดินทางสายกลาง" ครับ การวิ่งระยะปกติ วิ่งเพื่อสุขภาพ ยังไงก็ส่งผลดีต่อหัวใจและร่างกายแน่นอน แต่ถ้าใครที่เสพติดการวิ่งระยะไกลมากๆ ระดับอัลตร้ามาราธอน คุณต้องตระหนักไว้เสมอว่าร่างกายกำลังรับภาระหนัก ดังนั้น "การพักฟื้น (Recovery)" และ "โภชนาการ (Nutrition)" เช่น การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่เพียงพอ จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดครับ
วิ่งให้สนุก และอย่าลืมฟังเสียงร่างกายตัวเองกันด้วยนะครับ
อ้างอิง
- American Society of Hematology. (2026, February 18). Ultra-endurance running may accelerate aging and breakdown of red blood cells. Medical Xpress.
- ravis Nemkov et al. (2026). Long-Distance Trail Running Induces Inflammatory-Associated Protein, Lipid, and Purine Oxidation in Red Blood Cells, Blood Red Cells & Iron. DOI: 10.1016/j.brci.2026.100055
การแพทย์
ข่าวรอบโลก
สุขภาพ
1 บันทึก
7
1
1
1
7
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย