22 ก.พ. เวลา 01:55 • สิ่งแวดล้อม
สวนป่าตื่น

EP2 🌲 When Headwaters Carry Two Risks

F1 ต้นน้ำ กับ Drought–Flood Paradox
เมื่อเราเลือก “ลุ่มน้ำย่อย” มาเป็นตัวอย่างแล้ว
จุดที่ควรเริ่มพิจารณาก่อน คือพื้นที่ต้นน้ำ (F1)
ตามหน้าที่เชิงระบบ
F1 คือพื้นที่ที่ต้องทำหน้าที่
• 🌲 เก็บกักความชุ่มชื้น
• 🌧 ควบคุมการไหลบ่า
• 🌊 ลด peak flow
• 💧 รักษา baseflow ในฤดูแล้ง
นี่คือ “Functional hypothesis”
แต่เมื่อซ้อนชั้น RBC ลงไป
ภาพจะซับซ้อนขึ้นทันที
⚠ RBC ที่ซ้อนอยู่ใน F1
ในลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน
พื้นที่ต้นน้ำอาจเผชิญความเสี่ยง 2 แบบพร้อมกัน
1️⃣ 🌵 Drought Risk
• ฤดูแล้งยาวขึ้น
• ปริมาณฝนรวมลดลงบางปี
• streamflow ฤดูแล้งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
2️⃣ 🌊 Flash Flood Risk
• ฝนตกหนักระยะสั้น
• runoff สูงทันที
• soil saturation เกิดเร็ว
นี่คือ “paradox ของต้นน้ำ”
แห้งก็ได้ ท่วมก็ได้
ขึ้นกับลักษณะเหตุการณ์ฝน
🧭 จาก RBC → Scenario Design
ถ้าเราหยุดแค่การระบุว่า
“F1 เสี่ยง drought และ flood”
เรายังไม่ได้ออกแบบระบบ
ดร.กอบเกียรติจึงเสนอว่า
ต้องแยกอย่างน้อย 2 ฉากทัศน์
Scenario A: Extreme Rainfall Year
• ฝนตกหนักถี่
• soil saturation สูง
• peak discharge เพิ่ม
คำถาม
ต้นน้ำยังทำหน้าที่ buffer ได้หรือไม่?
Scenario B: Multi-year Dry Spell
• ฝนน้อยต่อเนื่อง
• ความชื้นดินต่ำ
• baseflow หายไปบางช่วง
คำถาม
ระบบสามารถรักษา minimum ecological flow ได้หรือไม่?
🔎 เครื่องมือที่ควรใช้ทดสอบ
• watershed retention assessment
• soil moisture monitoring
• runoff coefficient analysis
• long-term rainfall variability study
ถ้าไม่มีการทดสอบเชิงกระบวนการ
คำว่า “F1 คือพื้นที่รักษาต้นน้ำ”
จะเป็นเพียงป้ายชื่อ
🎯 บทเรียนจาก EP2
F1 ไม่ได้ปลอดภัยเพราะเป็นป่า
และไม่ได้เสี่ยงเพราะมีฝนมาก
ความเสี่ยงของต้นน้ำ
เกิดจาก interaction ระหว่าง climate variability
กับสภาพพื้นที่จริง
RBC จึงไม่ใช่คำเตือน
แต่เป็นตัวเปิดประตูสู่การออกแบบ Scenario
ใน EP ต่อไป
เราจะขยับลงมาที่ F2 — เกษตรกรรม
ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ climate variability แปลผลเป็นรายได้ทันที 🌾
โฆษณา