22 ก.พ. เวลา 01:57 • สิ่งแวดล้อม
สวนป่าตื่น

EP3 🌾 When Agriculture Sits Between Two Waters

F2 เกษตรกรรม กับ Water Variability Risk
ถ้าต้นน้ำคือผู้กำหนดจังหวะของน้ำ
พื้นที่เกษตรกรรม (F2) คือผู้รับผลโดยตรง
ตามหน้าที่เชิงระบบ
F2 ทำหน้าที่
• 🌾 ผลิตอาหาร
• 💧 ใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูก
• 📈 สร้างรายได้ให้ครัวเรือน
• 🔄 เชื่อมเศรษฐกิจชนบทกับเมือง
นี่คือ “Functional hypothesis” ของ F2
แต่เมื่อวาง RBC ทับลงไป
เราจะเห็นว่าความเสี่ยงใน F2 ไม่ได้มีเพียงมิติเดียว
⚠ RBC ที่ซ้อนอยู่ใน F2
1️⃣ 🌵 Irrigation Shortage
• ฝนมาช้า
• น้ำต้นทุนลด
• รอบเพาะปลูกคลาดเคลื่อน
2️⃣ 🌊 Seasonal Flood Damage
• น้ำมาเร็ว
• เก็บเกี่ยวไม่ทัน
• ทุ่งรับน้ำถูกใช้งานก่อนแผน
3️⃣ 📉 Income Volatility
• ผลผลิตเสียหาย
• ราคาผันผวน
• หนี้ครัวเรือนสะสม
นี่คือ “water–income coupling risk”
น้ำแปรปรวน = รายได้แปรปรวน
🧭 จาก RBC → Scenario Design
ถ้าเราบอกเพียงว่า
“เกษตรกรรมเสี่ยงน้ำไม่พอ”
เรายังไม่ได้ออกแบบการลดความเสี่ยง
ดร.กอบเกียรติจึงเสนอให้แยก Scenario อย่างชัดเจน
Scenario A: Delayed Monsoon
• ฝนเริ่มช้า 3–4 สัปดาห์
• น้ำต้นทุนอ่างต่ำ
• พื้นที่เพาะปลูกเริ่มล่าช้า
คำถาม
เราจะปรับ crop calendar อย่างไร?
Scenario B: Early Flood Arrival
• น้ำมาเร็วในช่วงก่อนเก็บเกี่ยว
• ทุ่งยังมีพืชยืนต้น
• ความเสียหายกระจุกตัว
คำถาม
มี trigger แจ้งเตือนล่วงหน้าหรือไม่?
มี staged inundation plan หรือยัง?
🔎 กระบวนการที่ต้องทำก่อนสรุป F2–RBC
• irrigation demand analysis
• crop water requirement modelling
• flood arrival timing analysis
• household income sensitivity study
ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้
การประกาศว่า “F2 เสี่ยงสูง”
จะเป็นเพียงการประเมินด้วยสายตา
🎯 บทเรียนจาก EP3
F2 คือพื้นที่ที่ climate variability
ถูกแปลเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจทันที
ดังนั้น Scenario สำหรับ F2
ต้องไม่ใช่แค่ hydraulic scenario
แต่ต้องเป็น socio-economic scenario ด้วย
ใน EP ต่อไป
เราจะลงไปที่ F3 — เมืองเศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว
ซึ่งความเสี่ยงจะซับซ้อนขึ้นอีกขั้น
เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งน้ำเค็ม น้ำท่วม และคุณภาพน้ำ 🏙🌊
โฆษณา