23 ก.พ. เวลา 14:09 • ไลฟ์สไตล์

บทที่ 5

การให้ที่ไม่ยัดเยียด
พวกเธอเชื่อไหม
เราเคยรักใครคนนึงมาก
จนเราจัดการทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา
ให้โดยอัตโนมัติ
ไม่ทันได้ถามก่อนว่า
เขาต้องการแบบนั้นจริง ๆ หรือเปล่า ?
งานที่เราทำ
โจทย์จะมีแค่หัวข้อ
เพื่อให้เราไปต่อเอง
ให้กลับไปหาข้อมูลเพิ่ม
ให้เรียบเรียงขั้นตอน
ให้สรุปทางเลือก
ให้เตรียมทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อย
มันเป็นวิธีทำงานของเรา
และเราเอามันมาใช้ในความสัมพันธ์
แบบไม่รู้ตัว
นิสัยนี้
เราไม่ได้ใช้กับทุกคน
แค่กับคนที่เรารัก
และคนที่เรารัก
เขาต้องได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น
ต้องได้รับการดูแลที่ดีที่สุด
ต้องได้รับความใส่ใจที่ดีที่สุด
ต้องได้รับความรักที่ดีที่สุด
เราจะให้เต็มที่
โดยไม่รู้สึกเลยว่ามันมากเกินไป
และถ้าเริ่มแล้ว
เราจะทำให้ถึงที่สุด
เราอยากเล่าอะไรให้พวกเธอฟัง
เธอจะอ่านมันเพลิน ๆ ก็ได้
หรือจะเรียนรู้จากมันก็ได้
มาเริ่มกันเลย :)
มีวันหนึ่ง
เขาบอกว่าเท้าเขาเจ็บมาก
แล้วก็ส่งรูปเท้าที่บวมมาให้เราดู
เขาบอกแค่ว่า
กลัวว่าจะเป็นเก๊า
และประโยคนั้น
ทำให้เราไปต่อทันที
ด้วยความเป็นห่วง
เราเริ่มหาข้อมูลว่า
อาการแบบนี้
มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นโรคอะไรบ้าง
และถ้าเป็นเก๊าจริง
ต้องระวังอะไร
ควรกินอะไร
ควรเลี่ยงอะไร
ควรดูแลตัวเองยังไง
เราไม่ได้แค่ให้กำลังใจ
และคอยคุยกับเขา
เราสรุป research
ลงใน note เป็นข้อ ๆ ให้เขาด้วย
นี่ยังไม่รวมการนั่งเลือกเมนูอาหารในแต่ละวัน
ทำเป็น infographic
ส่งไปให้เขา
เราทำทุกอย่างต่อเนื่อง
จนเขาไปหาหมอ
บทสรุปคือ
แค่เท้าอักเสบ
อีก 3 วันก็หาย
ประโยคสั้น ๆ แค่ประโยคเดียว
“เจ็บเท้า”
แต่การตอบสนองของเรา
ต่อประโยคนั้น
มันไม่สั้นเลย
ตอนนั้นเราไม่ได้ทำ
เพราะกลัวว่าเขาจะไม่รัก
ไม่ได้ทำเพราะอยากให้ประทับใจ
แต่เราทำ
เพราะเรารักเขาจริง ๆ
และเป็นห่วงเขาจริง ๆ
อยากดูแลเขา
ให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
มันเป็นความตั้งใจที่จริงมาก
เรื่องราวมันมีเท่านี้
ดูธรรมดาใช่ไหม
เหมือนไม่มีอะไรใช่หรือเปล่า
แต่เรากลับเห็นอะไรบางอย่าง
ที่เขาอาจไม่ได้พูดออกมา :)
บางที
เขาอาจไม่ได้ต้องการทั้งหมดนั้น
บางทีในตอนนั้น
เขาอาจแค่ต้องการกำลังใจ
คำสั้น ๆ อย่างเช่น
อย่าเดินเยอะนะ
เดี๋ยวมันจะดีขึ้น
แค่นั้นเอง
และสิ่งที่เราทำให้ มันอาจทำให้เขาอึดอัด
เหมือนเขาไม่โต
เหมือนไม่มีพื้นที่ให้เขาหายใจ
เหมือนมีแม่คนที่สอง
แต่ในความสัมพันธ์
มันก็ไม่ได้แปลว่า
สิ่งที่เราทำผิด
และมันก็ไม่ได้แปลว่า
เขาผิด
ไม่มีคนผิด ในสมการของความรัก
มันแค่ไม่เท่ากัน
บางครั้งความรักของเรา มันเร็วเกินไป
และมากเกินไป ในเวลาเดียวกัน
และมันอาจหนักเกินไป
สำหรับบางคน
เราเริ่มคุยกับตัวเองแบบจริงจัง
ว่าการให้ที่ดีมันหน้าตาแบบไหนกันแน่ ?
และคำตอบที่เราได้
มันเรียบง่ายมาก
การให้ที่ดี
คือการให้ในแบบที่ผู้รับรู้สึกเบา
ไม่ใช่หนัก
บางครั้ง
สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับใครบางคน
ไม่ใช่ทั้งหมดที่เรามี
บางครั้ง
สิ่งที่ดีที่สุด
คือการค่อย ๆ ให้
ให้ในจังหวะที่เขารับไหว
ให้ในรูปแบบที่เขาต้องการจริง ๆ
และบางครั้ง
สิ่งที่ดีที่สุด
คือการอยู่ตรงนั้น
โดยไม่ต้องจัดการอะไรเลย
เพราะความรัก
ไม่ใช่งาน
และคนที่เราอยากดูแล
ก็เป็นผู้ใหญ่ของชีวิตตัวเองเหมือนกัน
เขาไม่ได้ต้องการ
ให้เราจัดการทุกอย่างให้
เขาอาจแค่ต้องการ
ให้เรานั่งอยู่ข้าง ๆ
เราไม่ได้เสียใจ
ที่เคยให้แบบนั้น
จริง ๆ แล้ว
เรายังภูมิใจด้วยซ้ำ
ที่ตอนนั้น หัวใจของเรา “จริง” ขนาดนั้น
มันไม่ได้เป็นความรัก
ที่มาจากการคำนวณ
แต่มันเป็นความรัก
ที่ออกมาจากใจทั้งหมด
และตอนนี้ถ้าเราจะให้อีกครั้ง
เราก็แค่ละเอียดขึ้นอีกนิด
รักเหมือนเดิม
ให้เหมือนเดิม
แต่ฟังความรักมากขึ้น
ความรัก
มันก็มีจังหวะของมัน
บางจังหวะคือการช่วย
บางจังหวะคือการถาม
และบางจังหวะ
คือการอยู่ตรงนั้น
โดยไม่ต้องทำอะไรเลย
— f 🌙
โฆษณา