Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อ่านดีกว่าไม่อ่าน? - สุวิจักร บิ๊ก
•
ติดตาม
25 ก.พ. เวลา 06:55 • ความคิดเห็น
ระยะทางพิสูจน์ม้า เวลาพิสูจน์คน?
คำคมชุดนี้ค่อนข้างเข้าใจยากสำหรับผม
ม้า กับ คน ยังไงก็ต่างกันอยู่แล้ว ยิ่งถ้าวิ่งแข่งกันยิ่งแล้วใหญ่ คนแพ้แน่ๆ 100%
แบบนั้นจะเปรียบเทียบกันทำไม
ผมใช้เวลาคิดเรื่องนี้อยู่นาน ทั้งจริงจังให้เวลากับมันมากอยู่หลายวัน หรือแม้กระทั้งไม่เข้าใจจนต้องทิ้งมันไปอยากวันเช่นกัน
จนผมลืมไปแล้วว่าตัวเองสงสัยเรื่องนี้
แต่ว่าอยู่ดีวันนึงระหว่างที่ผมกับลังเดินขึ้น "เขาฉลาก" เป็นภูเขาที่มีการทำถนนลาดยางมะตอยเพื่อให้เป็นทางเดินขึ้นได้ ด้านบนจะมีจุดชมวิวแบบพาโนราม่าที่เห็นทั่วทั้งตำบลบางพระยาวไปถึงกลางอำเภอศรีราชา และมีที่ประดิษฐานของพระประจำเขาฉลาก เรื่องว่า "ศาลเจ้าพ่อหมื่นผา"
โอเคนอกเรื่องไปไกลพอสมควร กลับมาเรื่องระยะทางพิสูจน์ม้า เวลาพิสูจน์คนกันครับ
ครั้งแรกที่ผมเดินขึ้นเขาฉลาก ผมเหนื่อยมาก เหนื่อยเหมือนจะตายเลยที่เดียว เพราะว่าทางเดินขึ้นเขามันจะชันขึ้นเรื่อยๆในทุกครั้งที่ก้าวเดิน ทีละนิดทีละนิด บางช่วงความชันก็โผล่มาชันมากเป็น 10 เมตร
เวลานั้นผมมีความคิดที่ลงเดินลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ไหวแล้ว พอๆ
และยิ่งมาทางข้างหน้านะ โห่ แบบว่าเห็นถึงความสูงชันได้ชัดเจน บางทีพยายามมองให้เห็นทางเดินต่อก็ไม่เห็นเพราะความชันมันบังหมดต้องเดินขึ้นไปก่อนถึงจะเห็นทางไปต่อ เวลาแบบนี้มันทำให้เราท้อจริงๆครับ และก็ท้อครับครั้งแรกผมขึ้นไปถึงยอดเขา
แต่ว่านะมันมีแรงอะไรไม่รู้ทำให้ผมยังอยากไปเดินขึ้นเขาอีกเรื่อยๆ
ผมเลยไปเดินขึ้นเขาต่อครับ ครั้งที่สองผมขึ้นถึงยอดแบบจะตาย
ครั้งที่สามผมก็ถึงยอดเขา แต่ก็จะตายเข่นกัน
ครั้งที่สี่ผมก็ถึง แต่จะตายน้อยลง 555555
ครั้งที่ห้าน่างกายผมเริ่มชิน แต่ว่าความท้อในใจมันก็ยังไม่หายไปไหน
ผมยังรู้สึกท้อทุกครั้งที่มองไปข้างหน้าไกลๆ เห็นความชันแล้วมันท้อใจมากเลยนะครับ
แต่แล้วระหว่างเดินขึ้นรอบที่ห้า ผมก็เริ่มวิ่งบ้าง และตอนวิ่งนี้แหละทำให้ผมค้นพบความลับที่จะทำให้ใจของเราไม่ท้อกลางทาง (แต่ไม่ใช้เพราะวิ่งแล้วเหนื่อยน้องลงนะครับ เหนื่อยมากกว่าเดินมาดเลย)
ซึ่งความลับนั้น คือ ตอนวิ่งขึ้นเขาเราต้องมองที่พื้นครับ
เพราะว่าเขามันชัน และทางบางทีก็เป็นหลุมบ้างไม่เรียบบ้าง ทำให้เราต้องมองเท้าตัวเอง มองในระยะสั้นๆ ด้านหน้าตัวเองเท่านั้น
เราไม่ได้เงยหน้าไปมองทางเดินที่ยาวไหล ที่ไม่เห็นว่าเราจะไปถึงมันได้ยังไงแบบนั้นมันบั่นทอนจิตใจมากเลยครับ
แต่พอเรามองเท้าตัวเอง มองด้านหน้าตัวเองสั้นๆ ไม่ได้มองไกลๆ ร่างกายเราไม่ได้เหนื่อยน้อยลงนะครับ แต่ว่าใจของเราที่เหนื่อยน้อยลง สมองเราทำงานกับภาพที่เห็นตรงหน้า
สมองจะบอกเราว่าถึงแล้วๆทุกครั้งที่เราก้าวเดิน เพราะเราเห็นเท้าตัวเองเหยียบพื้นเกือบตลอด
ความเชี่ยมโยงกับคำคมที่ว่า "ระยะทางพิสูจน์ม้า เวลาพิสูจน์คน"
ผมเลยเข้าเองว่า เวลาคนเราทำอะไรสักอย่างมันต้องใช้เวลากว่าจะถึงเป้าหมายเพราะคนเรามีความเร็วจำกัด ต่อให้เป็นนักวิ่งที่เก่งแค่ไหนเราก็มีขีดจำกัด เราไม่มีทางวิ่งได้เร็วและอึดเท่าม้า
ดังนั้นคนเราจึงต้องมองไกลเพียงเพื่อรับรู้ถึงเป้าหมายเป็นระยะๆเท่านั้น
และก็ปรับมามองไกลๆเพื่อมองเห็นว่าตัวเองกำลังเดินทางอยู่นะ
เพื่อเตือนตัวเองว่าถ้าไม่หยุดเดิน เราถึงเป้าหมายแน่ๆ
(ภาพประกอบ คือ ก๊วยเจ๋ง กับ ม้าเซ็คเธาว์หรือม้ากระต่ายแดง โดยก๊วยเจ๋งเกิดมาเป็นคนโง่งมต้องใช้เวลาในการฝึกฝนอยูานานหลายสิบปี โดนคนด่าดูถูกมากมายจนกลายเป็นก๋วยเจ๋งยอดวีรบุรุษได้ ส่วนม้าเซ็คเธาว์นั้น เกิดมาเป็นยอดอาชาวิ่งเร็วและอึดมากที่สุดเท่าที่คนเคยพบเห็น ทั้งสองใช้ทั้งระยะทาง และ เวลาในการพิสูจน์ตัว เมื่อมาพบกัน รับรู้ถึงตัวตนและความเก่งของกันและกัน จึงยอมรับกันและกันเป็นคู่หูที่เชื่อใจกัน)
อ่านดีกว่าไม่อ่าน?
สุวิจักร บิ๊ก
ไลฟ์สไตล์
พัฒนาตนเอง
พัฒนาตัวเอง
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย