28 ก.พ. เวลา 14:06 • ประวัติศาสตร์

"ราคาของหัวใจ: เมื่อการ 'ขายเมีย' เคยเป็นเรื่องถูกกฎหมายในแผ่นดินสยาม"

การ "ขายเมีย" อาจฟังดูเป็นเรื่องที่โหดร้ายและเหลือเชื่อในมาตรฐานศีลธรรมปัจจุบัน แต่หากย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ไทยและสากล เรื่องนี้เคยเป็น "ความจริง" ที่มีกฎหมายรองรับและเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเส้นทางจากยุคที่ผู้หญิงถูกตีค่าเป็น "ทรัพย์สิน" สู่ยุคแห่ง "ความเสมอภาค"
1. ยุคโบราณ: เมื่อเมียคือ "ทรัพย์สิน" ของสามี
ในสังคมไทยสมัยอยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ กฎหมายที่ใช้ปกครองบ้านเมืองคือ กฎหมายตราสามดวง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานะของสตรีในยุคนั้นถูกจัดให้อยู่ภายใต้อำนาจของชาย (บิดาหรือสามี) อย่างเบ็ดเสร็จ
• สิทธิของสามี: ตามกฎหมายโบราณ สามีถือเป็น "เจ้าของ" ชีวิตของภรรยา มีสิทธิลงโทษ หรือแม้แต่ "ขาย" ภรรยาเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ได้โดยที่ฝ่ายหญิงไม่มีสิทธิคัดค้าน
• ประเภทของเมีย: ในสมัยนั้นมีการแบ่งประเภทภรรยาไว้อย่างชัดเจน เช่น
- เมียกลางเมือง (เมียหลวง): พ่อแม่ตบแต่งให้
- เมียกลางนอก (เมียน้อย): ชายเลี้ยงดูเป็นอนุ
- เมียกลางทาสี (เมียทาส): ไปซื้อตัวมา หรือช่วยมาจากการขายทอดตลาด เมียประเภทนี้มักถูกขายต่อได้ง่ายที่สุด
2. จุดเปลี่ยนสำคัญ: คดี "อำแดงเหมือน"
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เมื่อมีสตรีชื่อ "อำแดงเหมือน" ลุกขึ้นมาถวายฎีกา เนื่องจากเธอถูกบิดามารดาบังคับให้แต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก และถูกปฏิบัติราวกับเป็นสิ่งของ
"หญิงนั้นใช่ว่าจะเป็นสัตว์เดรัจฉาน... จะได้ลากเข็นไปตามชอบใจ"
คำตัดสินของรัชกาลที่ 4 ในคดีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปสิทธิสตรีในไทย ทรงมีพระบรมราชโองการว่า "การจะขายลูกเมียต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวก่อน" หากเจ้าตัวไม่ยินยอม สามีหรือบิดาไม่มีสิทธิขายอีกต่อไป
1
3. ยุคปรับปรุงกฎหมาย: สู่ความเป็นสากล
เมื่อเข้าสู่รัชสมัยของ รัชกาลที่ 5 การยกเลิกทาสทำให้ระบบการ "ขายตัวเป็นทาส" หรือการขายลูกเมียค่อยๆ หมดไปจากสังคมไทยอย่างเป็นทางการ และมีการนำเอากฎหมายลักษณะอาญาและการจดทะเบียนสมรสแบบสากลมาใช้ในเวลาต่อมา
1
• พ.ศ. 2478: มีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 (ว่าด้วยครอบครัว) ซึ่งกำหนดให้ชายไทยมีภรรยาได้เพียงคนเดียว (ในทางกฎหมาย) และให้สิทธิสตรีเท่าเทียมกับบุรุษมากขึ้นในการจัดการทรัพย์สินและฐานะทางสังคม
4. ปัจจุบัน: จากการขาย "ทางกฎหมาย" สู่ "อาชญากรรม"
ในปัจจุบัน การขายเมียไม่มีอยู่ในกฎหมายอีกต่อไป และถือเป็นความผิดทางอาญาร้ายแรง แต่ปัญหาเรื่องการ "ซื้อขายมนุษย์" ยังคงแฝงตัวอยู่ในรูปแบบใหม่ๆ:
1. การค้ามนุษย์ (Human Trafficking): การหลอกลวงสตรีไปขายบริการทางเพศหรือแรงงานทาส ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง
2. สินสอด: ความหมายที่เปลี่ยนไป: แม้บางคนจะเปรียบเทียบ "สินสอด" ว่าเป็นการซื้อขายลูกสาว แต่ในทางวัฒนธรรมปัจจุบัน สินสอดมักถูกมองว่าเป็นค่าน้ำนมหรือทรัพย์สินตั้งตัว มากกว่าการโอนกรรมสิทธิ์ในตัวบุคคลเหมือนในอดีต
3. ความเสมอภาคทางกฎหมาย: ปัจจุบันทั้งสามีและภรรยามีสิทธิเสมอกันตามรัฐธรรมนูญ การทำร้ายร่างกายหรือบังคับขืนใจกันในครอบครัวมีกฎหมายคุ้มครองเฉพาะ (พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว)
ประวัติศาสตร์การขายเมียสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของความยุติธรรม จากยุคที่ความแข็งแกร่งทางกายภาพและอำนาจกำหนดคุณค่าคน สู่ยุคที่ "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" สำคัญที่สุด แม้ในทางกฎหมายเรื่องนี้จะหมดไปแล้ว แต่การสร้างความเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในใจคนยังคงเป็นภารกิจที่ต้องทำกันต่อไป
โฆษณา