Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องสั้นประจำส้วม
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 10:51 • นิยาย เรื่องสั้น
สงครามป่ากล้วย ตอนที่ 1
เป็นนิทานเฮฮาป่ากล้วย หาสาระไม่ค่อยได้ เชิญอ่านกันเพลินๆจ้า
เช้าวันหนึ่งในวันที่อากาศตามท้องถนนข้างนอกอบอ้าวและมัวซัวตามปกติ แต่ภายในห้องปรับอากาศเย็นฉ่ำจนไอน้ำบางๆฉาบกระจกหน้าต่างด้วยอุณหภูมิที่ตั้งไว้ในระดับเลขตัวเดียว
‘ดั๊ก’ ที่เพื่อนๆ เรียก หรือชื่อเต็ม คือ ‘ดั๊กลาส’ พ่อหนุ่มเนื้อหอม(ในอดีต) ของสาวๆ เขาลืมตาตื่นขึ้นมา กวาดตาไปรอบๆห้องเพื่อปรับสายตา พร้อมกับความงุนงงระดับสิบ ‘นี่เขาอยู่ที่ไหนกัน’ เมื่อคืนเขายังบัญชาการรบอยู่เลยนี่นา..
ใช่ คุณฟังไม่ผิด เขาทำหน้าที่ ‘บัญชาการรบ’ ด้วยตัวเองเมื่อคืนนี้ และได้รับรายงานยืนยันจากมือเอกในกองกำลังฝ่ายติดอาวุธของเขาว่าเพิ่งลงมือสังหารคู่อริตัวเขื่องจมกองเลือดไปต่อหน้าต่อหน้าผ่านเว็บแคมที่ถ่ายทอดสดตรงมายังมือถือของเขา เขาดีใจพลางนึกภาพที่โซเชียลจะประโคมข่าวความสำเร็จของเขาอย่างถล่มทลายจนถึงกับลงไปชักดิ้นกะแด่วๆ ต่อหน้าผู้คนในสถานที่บัญชาการรบ ด้วยว่าสมองของเขาคงทนรับความปลื้มปิติไม่ไหวจนเกิดกระตุกชักอย่างต่อเนื่อง
เขาถูกหามไปส่งโรงพยาบาลส่วนตัวที่สร้างขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะเพื่อปฐมพยาบาลและพักรอดูอาการ ดั๊กลาสค่อยๆ นึกเรียบเรียงเรื่องราวในสมองช้าๆ เริ่มจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดในเวลาไม่นาน
อันที่จริง เขาเป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่เด็ก เมื่อเขาแสดงอารมณ์ดีใจ หรือโกรธถึงขีดสุด ตาเขาจะเริ่มกลับเอาตาดำขึ้นไปไว้ด้านบนจนเห็นแต่ตาขาว หน้าและใบหูเริ่มแดง ปากจะเริ่มเบี้ยวเหยเก น้ำลายไหลบ่าจนฟูมปาก และชักกระตุกถี่ๆอย่างต่อเนื่อง หมอเคยวิเคราะห์ว่าอาจเกิดจากการกระทบกระเทือนทางสมองหรือเกิดจากปมในความทรงจำวัยเด็กที่เขามี เขาคงต้องอยู่กับโรคชักนี้ต่อไป แต่เขาชินแล้ว เขามองว่ามันทำให้เขาดูมีเอกลักษณ์ มีเสน่ห์มากขึ้นเสียด้วยซ้ำไป
เขาลุกพรวดขึ้นมานั่งตัวตรงบนเตียงอย่างนึกอะไรได้ กดปุ่ม 2 ทีบนรีโมทอันจิ๋ว ไม่เกิน 3 วินาที บอดี้การ์ดประจำตัวก็ถึงตัวเขา
“ครับนายท่าน” เขาสั่งงานลูกน้อง “เปิดข่าวให้ฉันหน่อยซิ” จบคำสั่งนาย บอดี้การ์ดหนุ่มเอื้อมแขนที่มีขนยาวๆสีน้ำตาลเข้มๆไปกดปุ่ม 1 ครั้งที่ผนัง “พรึ่บ” หน้าจอขนาดเท่าผนังห้องประมาณ 3 -4 เมตรก็สว่างวาบขึ้นพร้อมด้วยช่องข่าวนับสิบ ทุกช่องโฆษกต่างกำลังรายงานเรื่องที่หัวหอกตัวสำคัญของขั้วการเมืองตรงข้ามกับเขาถูกสังหารเมื่อคืนนี้
เขายิ้มแฉ่งดีใจกับตัวเอง โอว..นี่เราทำสำเร็จไปอีกก้าวแล้ว นี่ถ้าพ่อยังอยู่ พ่อคงจะภูมิใจในตัวเรามากแน่ๆ รวมถึงบรรพบุรุษของเราเมื่อ 2 ล้านกว่าปีก่อนด้วย นับตั้งแต่ที่มีคนออกมาบอกว่าเราเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด ตั้งแต่รูปร่าง นิสัยใจคอ การกินอยู่ การเดินเหิน หรือแม้แต่มันสมอง!
ใช่ เขาภูมิใจในความเป็นตัวเขาที่สุดเพราะมันสมองที่เขาได้มา มีคนเถียงกันอยู่บ่อยๆว่าระหว่างชิมแปนซี กับ อุรังอุตัง ใครฉลาดกว่ากัน เถียงกันจนเกิดเป็นขั้วการเมืองชัดเจนเพื่อแบ่งฝ่าย และพื้นที่ปกครอง จริงอยู่ ตระกูลฝั่งเขา คือลิงชิมแปนซีผู้งามสง่า ร่ำรวย และเฉลียวฉลาด จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวในตระกูล คือ การชอบเดินก้มตัว แต่เขาแตกต่าง เพราะเขาฝึกฝนตัวเองจนเดินหลังตรงได้เหมือนมนุษย์จนแทบจะแยกไม่ออก
ในวัยเด็กเขามีนิสัยดื้อรั้น และขี้สงสัยแบบเด็กฉลาด เมื่อตอนสิบขวบเขาเคยทดลองทำระเบิดเองแล้วเอาไปถล่มป่ากล้วยของคุณปู่จนราบคาบไปหลายร้อยเอเคอร์
บิดาของเขาเห็นแววในความฉลาดของเขาจึงส่งเขาไปเรียนในโรงเรียนประจำทหารลิงที่ดีที่สุดในโลก เพื่อว่าวันหนึ่งเขาจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างที่บิดาใฝ่ฝัน กว่าจะมาถึงวันนี้ เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายนับไม่ถ้วน แต่น่าเสียดายเหลือเกินในวันที่เขาสำเร็จการศึกษา บิดาได้จากเขาไปเสียแล้วด้วยโรคร้าย เขาเสียใจมาก ตอนท่านเสียใหม่ๆ จนต้องไปสิงตัวอยู่ในห้องทำงานของท่าน
เขาบังเอิญเจอบันทึกหนึ่งที่ท่านเขียนถึงลิงสาว นามว่า โรซาน่า ว่า “โรซาน่าที่รัก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ผมจะดูแลลูกของเราให้ดีที่สุด” ด้วยความสงสัยถึงขีดสุด ดั๊กลาสจึงรื้อค้นกองหนังสือและข้าวของของบิดาในห้องนั้นทั้งหมด จนเจอหลักฐานทั้งรูปถ่ายและบันทึกที่บอกว่าที่แท้ โรซาน่า คือ แม่แท้ๆ ของเขานั่นเอง เขาไม่รู้เลยว่าแม่ของเขาเป็นลิงอุรังอุตังขนยาวรุ่มร่าม เขาเพ่งมองรูปถ่ายของลิงสาวขนยาวเนิ่นนาน ที่แท้ดวงตาของเขาถอดแบบมาจากแม่นั่นเอง ดวงตาขี้เล่น ซุกซน และเปี่ยมเสน่ห์อย่างที่ใครๆชอบเอ่ยชมเขา
ในสมุดบันทึกพ่อของเขาระบายความอัดอั้นที่มีต่อรักที่ไม่สมหวังอย่างฟูมฟาย เพราะถูกคุณปู่ของเขากีดกันเนื่องจากพ่อมีรักต่างสายพันธุ์ แต่อะไรก็ห้ามความรักไม่ได้ ดั๊กลาสจึงถือกำเนิดขึ้นอย่างเงียบๆในบ้านเช่าหลังหนึ่งที่พ่อของเขาเอาโรซาน่าไปแอบไว้ ในที่สุดความลับก็ไม่มีในโลก คุณปู่ตามไปสืบรู้จนได้ตั้งแต่ดั๊กลาสยังแบเบาะ ตั้งแต่นั้นมาโรซาน่าลิงสาวชาวอุรังอุตังก็หายสาบสูญไป
ทิ้งไว้แต่หนูน้อยดั๊กลาส เขาจึงได้กลายมาเป็นคุณหนูดั๊กลาส ผู้มีทะเบียนเกิดเป็นสัญชาติลิงชิมแปนซีแท้ 100% และมีแม่ปัจจุบันผู้มีเชื้อสายชิมแปนซีผู้ดีเก่าที่เลี้ยงดูเขามาภายใต้การสนับสนุนของคุณปู่
นับตั้งแต่รู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดและเชื้อสายของแม่แท้ๆ ดั๊กลาสเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขากลายลิงดุดัน โผงผาง ไม่เกรงใจใคร เขาเป็นหนึ่งลิงที่ขึ้นชื่อว่าฝักใฝ่ในอุดมการณ์ชิมแปนซีนิยมแบบสุดโต่ง ทันทีที่เขาจบจากโรงเรียนทหารสามเหล่าลิง เขาก็ตั้งเป้าที่จะเป็นนักการเมืองเหมือนบรรพบุรุษ
ในการหาเสียงครั้งแรกของเขาเพื่อเลือกตั้งผู้นำลิงเขตใต้ ด้วยภาพลักษณ์ลิงหนุ่มชิมแปนซีผู้ร่ำรวยและมั่นอกมั่นใจ เขาชูนโยบายชาตินิยมลิง รักษาผลประโยชน์ให้ลิงชิมแปนซีแบบเข้มข้น จนได้รับคะแนนเลือกตั้งอย่างท่วมท้นจนเป็นเอกฉันท์
เขาได้กลายเป็นผู้นำลิงเขตใต้ที่หนุ่มที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติลิง
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ดั๊กลาสสั่งสมฝีมือทางการเมืองพอๆกับสะสมศัตรู ขั้วตรงข้ามตัวฉกาจของเขา คือ ลิงอุรังอุตัง ขนยาวตัวเขื่อง อายุมากกว่าเค้านิดหน่อย นามว่า “โมน่า” ซึ่งลือกันว่าเป็นลิงที่ฉลาดและสุขุมมาก (แต่น้อยกว่าเขา ... อืม อันนี้เขาคิดเอง) โมน่าสืบทอดทางการเมืองจาก “มาเน่” ผู้เป็นพ่อที่ปกครองชาติพันธุ์ลิงอุรังอุตังในป่าเขตเหนืออย่างยาวนาน โมน่ามีความฉลาด สุขุม สมถะ รักสันโดษ และอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง
ตลอดการปกครองลิงเขตเหนือมายาวนานเกือบสามสิบปี บ่อยครั้งที่เกิดการลุกฮือของลิงเขตเหนือหัวสมัยใหม่ เพราะต้องการต่อต้านโมน่าที่ห้ามทำไปเสียทุกอย่าง โมน่าห้ามลิงอุรังอุตังวัยรุ่นกัดสีขน ห้ามกระทั่งการเล็มขนรุงรังออก ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการฝืนธรรมชาติลิง การลุกฮือของประชากรลิงเขตเหนือเกิดขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดของดั๊กลาส
อันที่จริง ป่าเขตเหนือในโลกกินบริเวณพื้นที่แทบจะน้อยกว่าพื้นที่ป่าเขตใต้ที่ดั๊กลาสปกครองอยู่เสียอีก ประชากรลิงในป่าเขตเหนือนั้นก็มีมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ แต่ไม่มากเท่ากับทรัพยากรป่ากล้วย และผลไม้อื่นๆที่ป่าเขตเหนือมีอย่างมากมาย ทำให้ป่าเขตเหนือเรียกได้ว่าร่ำรวยกว่าเขตใต้ของเขามากที่เดียว ซึ่งเขาก็แอบอิจฉาอยู่ลึกๆ
ส่วนในป่าเขตกลาง ประชากรลิงไม่ได้แบ่งแยกชัดเจนว่าเป็นลิงประเภทไหน ส่วนมากเป็นพวกลิงอินดี้ ไม่อยากยุ่งกับใคร หรือพวกอพยพมาเพราะลืมฝูงไปแล้ว ทรัพยากรในป่าเขตกลางก็มีพอถูไถ ไม่ถึงกับร่ำรวย บางพื้นที่ก็กันดาร ยังไม่ได้รับการพัฒนา รวมทั้งมีผู้นำเป็นลิงกอริลลาสูงอายุหัวอ่อน ชื่อจอห์น แต่ได้ข่าวว่าเวลาโกรธจริงแล้ว จอห์นก็ดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน
แผนการเมืองที่ดั๊กลาสวางไว้อย่างโจ๋งครึ่ม คือ เขาพยายามญาติดีกับพันธมิตรลิงป่าเขตกลาง ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ดูเผินๆใครๆก็ว่าเขาใจดีกับพวกลิงป่าเขตกลางมาก ดูเหมือนเป็นพี่ใหญ่ที่มีแต่ให้ จนพวกลิงป่าเขตกลางก็ไม่มีใครกล้าหือกับเขา เขาอาศัยความไว้ใจบวกเกรงใจเข้าไปวางโครงการสำรวจทรัพยากรในป่าเขตกลางมาเนิ่นนานหลายปี มีบางโครงการที่เป็นโครงการลับ นัยๆว่าเป็นโครงการให้ความช่วยเหลืออย่างลับๆของดั๊กลาส
กลับมาที่ฝั่งลิงป่าเขตเหนือภายใต้การนำของโมน่า เกิดการลุกฮือของลิงอุรังอุตังในเขตเหนืออยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากภาวะเรือนกระจก โลกร้อนขึ้น แต่โมน่าที่เป็นผู้นำสั่งห้ามไม่ให้ลิงอุรังอุตังที่มีขนยาวอาบน้ำบ่อย เพราะอ้างว่าธรรมชาติลิงไม่ควรอาบน้ำบ่อย รวมทั้งไม่ให้บรรดาลิงสาวกำจัดขนและตัดแต่งทรงขนด้วย โดยมีการลงโทษอย่างเด็ดขาดออกสู่สายตาสาธารณชน ทำให้ลิงอุรังอุตังรุ่นใหม่ต่างโกรธแค้น พากันลุกฮือจนลุกลามเป็นสงครามกลางเมืองลิงเขตเหนือ มีลิงรุ่นใหม่เขตเหนือจำนวนมากเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้
ดั๊กลาส ในฐานะผู้นำลิงชิมแปนซีรุ่นใหม่เขตใต้ได้ออกสื่อประณามการกระทำของโมน่าที่มีต่อประชาชนลิงเขตเหนือ รวมทั้งชักชวนผู้นำลิงเขตกลางให้ร่วมประณามด้วยกัน จนเกิดกระแสการคว่ำบาตรโมน่ารวมทั้งกลุ่มอนุรักษ์นิยมลิงอุรังอุตังในเขตเหนือไปทั่วชาติพันธุ์ลิงสากล
แม้จะโดนปล่อยให้โดดเดี่ยวทางการเมือง กระนั้นโมน่ายังปกครองลิงเขตเหนืออยู่ต่อไปแบบระแวดระวังภัย เขาเริ่มสะสมและประดิษฐ์อาวุธใหม่ๆมากขึ้น เพื่อป้องกันประเทศ
ถึงจุดเปลี่ยนเมื่อครั้งเกิดไฟป่าครั้งสำคัญในพื้นที่ป่าของลิงเขตกลางโดยกินบริเวณกว้างมาก สร้างความเสียหายครั้งใหญ่ทั้งในแง่ผลผลิตและชีวิตพลเมืองลิงเขตกลาง มีข่าวลือหนาหูบินมาเข้าหูผู้นำกอริลลาอาวุโสของลิงเขตกลางว่าต้นตอ คือโมน่า เป็นตัวร้ายที่ลอบส่งสายลับลิงมาวางเพลิงถึงในเขตกลาง เพื่อหวังทำลายเขตกลางให้อ่อนแอและยึดเขตกลางไปเป็นของเขตเหนือเสียเอง กอริลลาจอห์นฟังแล้วทุบอกสามที คำรามสนั่นแยกเขี้ยวว่า ‘โมน่า ต่อไปนี้เราจะได้เห็นดีกัน’
ดั๊กลาสที่เปรียบเสมือนพี่ใหญ่ใจดีของลิงเขตกลางได้ยื่นมือมาช่วยเขตกลางฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่เสียหาย รวมทั้งให้ยืมข้าวของมากมายรวมทั้งอาวุธให้ลิงเขตกลางเอาไว้ป้องกันตัวด้วย ดั๊กลาสออกตัวกับประชาคมลิงทั้งหมดว่าในฐานะที่ตนร่ำรวยกว่า มีความพร้อมกว่า ตนยินดีจะช่วยลิงเขตกลางรับมือกับโมน่าและกลุ่มอนุรักษ์นิยมลิงเขตเหนือเอง ดั๊กลาสเริ่มตั้งฐานทัพกระจายไปทั่วทั้งเขตกลาง และนำกระสุนหัวปลีที่ยิงได้ไกลและมีอานุภาพทำลายล้างสูงมาให้ลิงเขตกลางใช้
ทางฝั่งลิงเขตเหนือได้รับรายงานข่าวว่าผู้นำกอริลลายักษ์และเขตกลางได้รับความช่วยเหลือทางด้านอาวุธจากดั๊กลาสก็ไม่สบายใจ จึงรีบเร่งพัฒนาอาวุธที่รุนแรงกว่ากระสุนหัวปลีอย่างลับๆเพื่อหวังเอาไว้ตอบโต้ยามจำเป็นต้องรบกัน ข่าวการพัฒนาอาวุธรุนแรงของโมน่านี้แพร่ไปถึงหูลิงเขตกลางและดั๊กลาสจนได้ ลือกันจนถึงขั้นถ้าโมน่าสั่งยิงขึ้นมา ป่ากล้วยของทั้งเขตกลางได้ราบสนิทแน่ๆ และประชาชนลิงเขตกลางจะต้องอดอยากเพราะขาดกล้วยในที่สุด
สมัยโมน่าขึ้นปกครองลิงเขตเหนือใหม่ๆ เมื่อสัก 20 กว่าปีก่อน เขาเคยประกาศว่าอาวุธที่รุนแรงยิ่งกว่ากระสุนหัวปลีเป็นสิ่ง "ขัดต่อหลักอนุรักษ์นิยมลิง" และออกประกาศห้ามการพัฒนาอาวุธนี้ด้วยซ้ำ แต่ต่อมาภายใต้การปกครองของเขา ลิงทุกเขตต่างก็เชื่อว่าเขากำลังพยายามพัฒนาศักยภาพอาวุธรุนแรงนี้อยู่อย่างลับ ๆ
การคว่ำบาตรที่โมน่าและลิงเขตเหนือเผชิญนั้น ทำให้เขตเหนือซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกกล้วยรายใหญ่ที่สุดของโลก ต้องตกอยู่ในสภาพยากลำบาก และอัตราการว่างงานที่สูงขึ้นก็ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชากรลิงเขตเหนือ
เพื่อแลกกับการผ่อนปรนการคว่ำบาตร เคยมีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างประชาคมลิงทั้งเหนือ กลาง และใต้ ว่าด้วยเรื่องข้อตกลงซึ่งจำกัดกิจกรรมการทดลองอาวุธรุนแรงยิ่งกว่ากระสุนหัวปลีของโมน่าและเขตเหนือ แต่เขาแสดงความสงสัยว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นแค่ละครตบตาแค่สั้นๆของดั๊กลาสและบรรดาลิงเขตใต้
สิ่งที่โมน่าสังหรณ์ใจเริ่มเป็นจริง ในปี 2018 ดั๊กลาสละทิ้งข้อตกลงดังกล่าวและนำมาตรการคว่ำบาตรต่อโมน่าและลิงเขตเหนือกลับมาใช้ใหม่เพื่อบีบให้เขาเจรจาข้อตกลงฉบับใหม่
2 ปีต่อมา นายพลลิงระดับสูงคนสนิทของโมน่าถูกลอบสังหารระหว่างเดินทางไปตรวจเยี่ยมป่ากล้วย ข่าวแว่วมาว่าเป็นฝีมือสั่งการของดั๊กลาส
โมน่าเดือดดาลจนสาบานว่าจะล้างแค้นดั๊กลาสให้ได้!
ความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ลิงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสมรภูมิข่าวลือ จนเมื่อประมาณกลางปี 2025 ทางเขตกลางเกิดความคิดว่าจะต้องรีบตัดกล้วยแต่เสียแต่ต้นตอ เอ้ย! ตัดไฟเสียแต่ต้นลม ด้วยการทำลายฐานทัพของโมน่าและโครงการอาวุธลับของเขตเหนือนี้เสียให้ราบคาบ
ผู้นำกอริลลายักษ์แห่งเขตกลางจึงสั่งรวมพลภายใต้การสนับสนุนของดั๊กลาส เปิดฉากโจมตีโมน่าและลิงเขตเหนือ โมน่าเดือดจัดยิงโต้ด้วยกระสุนหัวปลีเป็นชุด ๆ ใส่หลายพื้นที่ของเขตกลางจนเสียหายเป็นวงกว้าง ดั๊กลาสไม่รอช้าเข้าร่วมสงครามด้วยทันที โดยโจมตีที่ตั้งแหล่งผลิตอาวุธรุนแรงของโมน่า 3 แห่ง ส่วนโมน่าให้คำมั่นว่าจะไม่ยอมจำนนเด็ดขาด
ในเดือน ม.ค. 2026 พายุการเมืองภายในของลิงเขตเหนือโหมกระหน่ำอีกครั้ง เมื่อเกิดการประท้วงบนผืนป่าครั้งใหญ่ที่ก่อตัวจากความล้มเหลวของเศรษฐกิจเขตเหนือ และรัฐบาลโมน่าตอบโต้ด้วยการปราบปรามประชาชนลิงอย่างโหดเหี้ยม กลุ่มสิทธิวานรเปิดเผยว่ามีลิงที่ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 6,488 ลิง และอีก 53,700 ลิง ถูกควบคุมตัว
ในสัปดาห์ถัดมา ดั๊กลาสสั่งเพิ่มกำลังทหารเสริม และขู่ที่จะโจมตีเขตเหนือหากโมน่าไม่ยอมตกลงทำข้อตกลงอาวุธรุนแรงยิ่งกว่ากระสุนหัวปลีฉบับใหม่ รวมถึงต้องละทิ้งสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น ‘แผนชั่วร้ายของโมน่า’ เสีย
แน่นอนว่าโมน่าปฎิเสธหนักแน่น!
และแน่นอนว่าดั๊กลาสกดปุ่มสั่งการลูกน้องคนสนิททันที!
สหรัฐอเมริกา
ข่าวรอบโลก
การเมือง
1 บันทึก
1
8
1
1
8
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย