4 มี.ค. เวลา 04:28 • การเมือง

ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก EP.8 อิหร่านใกล้ถึงคราว END GAME?

"อิหร่านยังไม่เผชิญการโจมตีที่หนักหน่วงจากสหรัฐฯ ซึ่งปฏิบัติการระลอกใหญ่ยังไม่เกิดขึ้น แต่การโจมตีครั้งใหญ่กำลังจะมาถึงอย่างแน่นอนเร็ว ๆ นี้ เราขอย้ำว่าสหรัฐฯ กำลังกำจัดสิ่งสกปรกออกไปจากอิหร่าน"
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
"นี่ไม่ใช่สิ่งที่เรียกกันว่า 'สงครามเพื่อเปลี่ยนขั้วอำนาจ' แต่ขั้วอำนาจนั้นก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว และโลกใบนี้ก็ดีขึ้นเพราะเหตุนั้น ... ภารกิจของปฏิบัติการ Epic Fury นั้นชัดเจนมาก นั่นคือการทำลายขีปนาวุธ ฐานการผลิตขีปนาวุธ กองทัพเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงอื่นๆ ของอิหร่าน และพวกเขาจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ นี่ไม่ใช่อิรัก และไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น ผมเคยผ่านทั้งสองอย่างนั้นมาแล้ว”
พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ
" พื้นที่อิหร่านสามารถใช้คำว่าอพยพได้แล้ว ขณะที่ประเทศอื่นเป็นการอำนวยความสะดวก สำหรับสถานเอกอัครราชทูตไทยในอิหร่านมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 คน อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโจมตี แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้รับผลกระทบ และมีความระมัดระวังสูง ทั้งนี้จะประเมินความจำเป็นในการอพยพเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังภารกิจนำคนไทยออกจากพื้นที่เสร็จสิ้น"
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน "ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก" ตอนที่แล้วมีการนำเสนอความรุนแรงของสงครามอิหร่านและขีดความสามารถของกองทัพสหรัฐฯในการเด็ดหัวผู้นำทางการเมืองและผู้นำทางการทหาร เนื้อหาที่จะนำเสนอเพิ่มเติมในวันนี้ขอนำมาต่อยอดต่อจากบทความก่อนหน้าที่มีเวลาอันจำกัด วันนี้ทุกท่านจะได้เห็นเรื่องราวของสงครามนี้เพิ่มขึ้นจากตอนที่แล้ว
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย
สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมกับอิสราเอล เปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งมโหฬารภายใต้ชื่อยุทธการ Epic Fury หรือยุทธการพิโรธสะท้านฟ้า ซึ่งมุ่งเป้าทำลายล้างโครงสร้างอำนาจและจำกัดขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอย่างถอนรากถอนโคน
หัวใจสำคัญของปฏิบัติการนี้คือการทำลายสมอง สั่งการของอิหร่าน คุณสุทธิชัย หยุ่นระบุว่าสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการสังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านไปแล้วกว่า 49 คน รวมถึงผู้นำสูงสุดของอิหร่านอย่าง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมไนอี
นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับการเสียชีวิตของตัวเต็งผู้สืบทอดอำนาจหลายคน เช่น อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี รักษาการผู้นำคนใหม่ และนายมามุด อามาดิเนจาด อดีตประธานาธิบดีสายแข็ง แม้บางรายจะยังเป็นเพียงข่าวลือที่รอการยืนยัน แต่ทรัมป์ได้ประกาศอย่างมั่นใจว่า ไม่มีแคนดิเดตคนใดเหลืออยู่ ที่จะก้าวขึ้นมาแทนที่
ไม่ใช่แค่การสูญเสียบุคลากรระดับหัวกะทิทั้งในแวดวงการทหารและแวดวงการเมืองพร้อมกันเกือบทั้งหมด แต่ยังมีความล้มเหลวของระบบป้องกันภัยทางอากาศ จากรัสเซียอย่าง S-300 จากจีนเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศ HQ-9B และระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ผลิตเองอย่าง Bavar-373 กลับล้มเหลวในสถานการณ์จริงโดยสิ้นเชิง
สหรัฐฯและอิสราเอลส่งกำลังทางอากาศโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในอิหร่าน
History World ให้ข้อมูลว่าอาวุธยุทโธปกรณ์จากหลากแหล่งที่มาไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เรดาร์จากระบบหนึ่งไม่สามารถส่งต่อข้อมูลเป้าหมายไปยังอีกระบบหนึ่งได้ ทำให้เกิดจุดบอดทั่วพื้นที่น่านฟ้าที่กว้างใหญ่ ประกอบกับน่านฟ้าอิหร่านถูกเจาะด้วยการใช้สายลับและโดรนขนาดเล็กเข้าทำลายเรดาร์แจ้งเตือนล่วงหน้าและเรดาร์จับเป้าหมายจากระยะประชิด ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศตาบอดตั้งแต่นาทีแรกๆ
ในสงครามอิหร่าน เรดาร์รุ่นเก่าไม่สามารถตรวจจับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 อย่าง F-22 และ F-35) ที่มีเทคโนโลยี Stealth ได้ เนื่องจากหน้าตัดเรดาร์ (Radar Cross Section) ของเครื่องบินรบเหล่านี้ต่ำมากจนเรดาร์มองเห็นเป็นเพียงแมลงหรือก้อนกรวด ในการ Surprise Attack นี้กองทัพอิหร่านล้มเหลวในการรับมือกับปริมาณการโจมตีที่มหาศาล สหรัฐฯและอิสราเอลใช้ยุทธวิธี "Swarming" หรือการระดมยิงเป้าลวง โดรนติดขีปนาวุธ (UAV) และขีปนาวุธนำวิถีเข้ามาพร้อมกันในจำนวนมาก
ในขณะที่มีการบุกเข้ามาของทั้ง 2 ชาติโลกเสรี ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอืหร่านประมวลผลไม่ทัน ทำให้โหนดเรดาร์ในพื้นที่ทำงานเกินขีดจำกัดจนเกิดสภาวะคอ ขวด พร้อมทั้งฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านใช้กระสุนสกัดกั้นจนหมดเกลี้ยงในระยะเวลาอันสั้นจากการไล่เก็บเป้าลวง ทำให้ไม่เหลืออาวุธไว้สกัดกั้นขีปนาวุธของจริงที่ตามมา
อิหร่านล้มเหลวในการรักษาขีดความสามารถของกองทัพเรือ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุมเส้นทางเดินเรือโลก เพียงไม่กี่นาทีหลังจากเริ่มปฏิบัติการ กองทัพสหรัฐฯ สามารถทำลายเรือรบหลักของอิหร่านไปได้ถึง 9-11 ลำ รวมถึงอาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ การสูญเสียกองทัพเรือเกือบทั้งหมดทำให้แผนการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรหรือการคุกคามกองเรือสหรัฐฯ เป็นไปได้ยากขึ้นในเชิงกายภาพ
นอกจากการใช้กำลังทางอากาศแล้ว การใช้กำลังทางบกด้วยทหารราบอาจมีให้เห็นใน The Big Wave
จากสงครามใหญ่ที่เกิดขึ้นมาเป็นวันที่ 5 อิหร่านอาจประเมินความเร็วและรูปแบบการโจมตีของสหรัฐฯ ต่ำไป ยุทธการ Epic Fury เริ่มต้นด้วยการโจมตีกลางวันแบบ Surprise Attack ซึ่งผิดจากขนบการรบทางอากาศสมัยใหม่ที่มักโจมตีกลางคืน สิ่งนี้เป็นทั้งการจู่โจมแบบไม่ให้ตั้งตัวและเป็นสงครามจิตวิทยาที่ประกาศความเหนือกว่าทางอากาศอย่างเบ็ดเสร็จ หรือ Absolute Air Supremacy ว่าสหรัฐฯ สามารถถล่มอิหร่านได้ทุกเวลาแม้ในขณะที่ศัตรูกำลังประชุมในอาคารช่วงกลางวัน
คุณสุทธิชัยกล่าวว่ากองทัพสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่การสร้างสภาวะอัมพาตเชิงยุทธศาสตร์ให้กับอิหร่านผ่านเป้าหมาย 4 กลุ่มหลัก เช่น ทำลายส่วนบัญชาการ เพื่อตัดสมองในการสั่งการ ทำให้กองกำลังในสนามไม่สามารถรับคำสั่งหรือประสานงานกันได้ นอกจากเป้าหมายบนภาคพื้นดินยังมีการมุ่งทำลายเรือรบหลักเพื่อป้องกันการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือสากล
แผนการต่อมาคือขุดรากถอนโคนฐานยิงขีปนาวุธ เพื่อตัดโอกาสที่อิหร่านจะทำการโต้กลับระยะไกลต่อฐานทัพสหรัฐฯในภูมิภาคตะวันออกกลางและฐานทัพของฝ่ายสัมพันธมิตร ในสงครามนี้นอกจากการใช้การโจมตีทางกายภาพ ด้วยทัพบก ทัพเรือ และทัพฟ้าแล้ว ยังมีการทำสงครามไซเบอร์เพื่อทำลายเซ็นเซอร์และระบบตรวจจับทำให้ศัตรูอยู่ในสภาวะมึนงงและตาบอด
การวางกำลังเรือบรรทุกเครื่องบินในครั้งนี้ สหรัฐฯส่ง USS Abraham Lincoln ไว้ใกล้ฝั่งอิหร่านเพื่อทำหน้าที่เป็นฐานทัพลอยน้ำในการบุกทะลวงดินแดนข้าศึก และส่ง USS Gerald R. Ford เรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปวางกำลังไว้ใกล้หน้าด่านอิสราเอลเพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน
กองทัพอากาศอิสราเอลยังคงส่งเครื่องบินรบเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่องร่วมกับสหรัฐฯจนกว่าอิหร่านจะสิ้นสภาพ
ในขณะเดียวกันสงครามไซเบอร์และการตรวจการณ์จากอวกาศก็เกิดขึ้นนอกจากการใช้กำลัง 3 เหล่าทัพ โดยเป็นไปเพื่อตัดขาดการสื่อสารและรบกวนสัญญาณดิจิทัลของอิหร่านควบคู่ไปกับการทิ้งระเบิดของฝูงบินรบและการยิงขีปนาวุธโทมาฮอคว์จากเรือรบสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซีย
สหรัฐฯ เลือกเดินเกมด้วย Surprise Attack จนอิหร่านตั้งตัวไม่ทัน โดยสามารถโจมตีเป้าหมายได้มากกว่า 1,250 จุด ภายใน 24 ชั่วโมงแรก การเดินเกมสงครามที่รวดเร็วนี้เปลี่ยนจากข้อมูลข่าวกรองไปสู่การปฏิบัติการจริงในหน้าต่างแห่งโอกาสที่สั้นมาก โดยจะเห็นได้จากการออกคำสั่งแล้วให้ทำทันทีที่พบการรวมตัวของผู้นำระดับสูง
เมื่อคุณสุทธิชัยกล่าวถึง The Big Wave ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ออกมาพูดในช่วงนี้หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 4 วันแรกเป็นเพียงการหยั่งเชิงหรือจุดเริ่มต้นเท่านั้น แรงๆกว่านี้อาจมีตามมา นั่นคือ The Big Wave ที่จะถล่มให้อิหร่านราบคาบยิ่งกว่าเดิม เพื่อบีบให้ยอมจำนนอย่างไร้เงื่อนไข โดยไม่มีเป้าหมายในการสร้างชาติเหมือนในอดีต แต่เป็นการทำลายขีดความสามารถทางทหารเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เท่านั้น
การถล่มอืหร่านของทรัมป์ อาจทำให้อิหร่านไม่สามารถใช้นืวเคลียร์หรืออาวุธใดๆ โจมตีตะวันออกกลางได้
สงครามใหญ่ครั้งนี้ได้ปรากฎภาพที่อิหร่านระดมยิงขีปนาวุธและโดรนพลีชีพใส่เป้าหมายในหลายประเทศที่เป็นพันธมิตรหรือมีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง เช่นคูเวตมีข่าวว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศทำงานอย่างหนัก โดยสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 97 ลูก และโดรน 283 ลำ แต่เศษซากจากการสกัดกั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 คน
นอกจากนี้ยังมีรายงานความสับสนจนเกิดเหตุ Friendly Fire ซึ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตยิงเครื่องบินขับไล่ F-15 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ตกถึง 3 ลำ ต่อมาจึงทราบว่าเกิดจากความผิดพลาดของระบบพิสูจน์ฝ่าย (IFF : Identity Friend or Foe) ของ F-15 ปิดลงกระทันหัน จึงทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ของทัพอากาศอิหร่านจะมาโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในคูเวต ส่วนที่ซาอุดีอาระเบีย สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาดถูกโดรนพลีชีพของอิหร่านโจมตีจนเกิดไฟไหม้เสียหายหนัก
ต่อมาที่ UAE ฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการของออสเตรเลียถูกโดรนพลีชีพโจมตี นอกจากนี้เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซในน่านน้ำ UAE ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซได้รับความเสียหายจากการโจมตี และอีกหนึ่งประเทศที่ถูกลูกหลงแต่ขอเข้าร่วมศึกนั่นคือ กาตาร์ได้ประกาศระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทันที หลังจากสกัดกั้นโดรนพลีชีพอิหร่านที่มุ่งเป้าโจมตีโรงงานพลังงานได้ และมีการปิดน่านฟ้าทำให้การเดินทางหยุดชะงัก
ผลกระทบจากสงครามอิหร่านต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกมีความรุนแรงและรวดเร็วไม่ต่างจาก F-15 โดยมีประเด็นสำคัญคือการที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และขู่ว่าจะจุดไฟเผาเรือทุกลำที่พยายามฝืนเข้ามากระตุ้น GDP ของประเทศในภูมิภาคนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าช่องแคบนี้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก หรือประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน การปิดเส้นทางนี้ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 200 ลำ ต้องจอดทอดสมอหยุดชะงักอยู่รอบๆ น่านน้ำดังกล่าวเนื่องจากความไม่ปลอดภัย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (ซ้าย)
ทันทีที่ Opertaion Epic Fury เริ่มต้นและมีการตอบโต้จากอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความเคลื่อนไหวดังนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นทันทีกว่า 10-12% ในช่วงเปิดตลาดนักวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์ประเมินว่าหากอุปทานน้ำมันหายไปจากตลาดทุกๆ 1 ล้านบาร์เรล จะดันให้ราคาสูงขึ้น 10-15 ดอลลาร์ หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ราคาอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ และมีสิทธิ์ไปถึง 130-140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทีนี้มาดูท่าทีของ OPEC+ แม้กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะมีมติเพิ่มกำลังการผลิต 26,000 บาร์เรลต่อวันเพื่อพยุงสถานการณ์ แต่นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์มองว่ายังน้อยเกินกว่าจะหยุดการพุ่งขึ้นของราคาได้
สงครามไม่ได้กระทบเพียงแค่ราคาน้ำมันดิบ แต่ยังรวมถึงค่าเช่าเรือบรรทุกน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์มากกว่า 400,000 ดอลลาร์ต่อวัน เพิ่มขึ้นเกือบ 100% ในสัปดาห์เดียว ด้านก๊าซธรรมชาติ (LNG) กาตาร์ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของยุโรปได้ประกาศระงับการผลิตก๊าซ LNG ทันทีหลังจากโดรนของอิหร่านพยายามโจมตีโรงงานพลังงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงค่าไฟฟ้าในหลายประเทศรวมถึงไทย
นักวิชาการและหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยประเมินสถานการณ์ไว้ค่อนข้างน่ากังวล หากสถานการณ์นี้ยืดเยื้อ ราคาเบนซินในไทยอาจพุ่งสูงถึง 45-50 บาทต่อลิตร และดีเซลอาจไปถึง 35 บาทต่อลิตร
แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ามีน้ำมันสำรอง 60 วัน แต่นักวิชาการเตือนว่านั่นเป็นการคำนวณจากการใช้ปกติ หากเกิดการตื่นตระหนกและ กักตุนน้ำมัน สำรองดังกล่าวอาจใช้ได้จริงเพียง 30 วัน เท่านั้น อีกทั้งปัญหาค่าครองชีพก็ยังมีตามมา เนื่องจากน้ำมันและไฟฟ้าเป็นต้นทุนหลักของการขนส่งและการผลิต เมื่อราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคจะปรับราคาขึ้นตามทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ล่าสุดมีข่าวใหญ่ว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯ เตรียมส่งครื่องบินทิ้งระเบิดยุคสงครามเย็นอย่าง B-52 มารบกับอิหร่านในสงครามครั้งนี้
ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักคือประเทศในเอเชียทั้งไทยและจีน เนื่องจากพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูงมาก โดยเฉพาะไทยนำเข้าสูงถึง 60% ผิดกับสหรัฐฯ อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าเนื่องจากเป็นผู้ส่งออกน้ำมันและ LNG รายใหญ่ และอาจได้ประโยชน์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในเชิงเศรษฐกิจ
ท่าทีของรัฐบาลไทยในการรับมือกับสงครามอิหร่านที่เกิดขึ้น มุ่งเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมในทุกมิติเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ โดยยังคงรักษาจุดยืนความเป็นกลางและเน้นย้ำภารกิจด้านมนุษยธรรมเป็นหลัก ในส่วนของการยกระดับความมั่นคงและการเตรียมแผนอพยพคนไทย รัฐบาลได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อย่างเร่งด่วน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อประเมินสถานการณ์ครอบคลุมทั้งมิติการทหาร ความมั่นคง และเศรษฐกิจ
โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนได้แก่ แผนการอพยพเร่งด่วน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีแถลงการณ์ว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับกองทัพและกระทรวงคมนาคมเพื่อเตรียมอากาศยานไปรับคนไทย โดยเฉพาะในอิหร่านซึ่งน่านฟ้าปิดในขณะนี้ แผนเบื้องต้นคือการเคลื่อนย้ายคนไทยทางรถยนต์ไปยังประเทศตุรกีก่อนจะขึ้นเครื่องบินกลับไทย
ส่วนเรื่องการดูแลแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยง ตามที่ทราบมาจากข้อมูลล่าสุดพบว่าปัจจุบันมีคนไทยในตะวันออกกลางประมาณ 11,000 คน ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่ายังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในอิสราเอล รัฐบาลไทยประสานงานใกล้ชิดกับทางการท้องถิ่นเพื่อดูแลความปลอดภัยแรงงานไทย ขณะที่ในดูไบและอาบูดาบี มีคนไทยแจ้งความประสงค์ขอกลับประเทศแล้วกว่า 1,000 คน
แม้สงครามจะเกิดขึ้นนอกภูมิภาค ทั้ง 3 เหล่าทัพได้แก่กองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศของไทย ต่างพร้อมใจกันไม่ประมาทหากเกิดความขัดแย้งขึ้นในภูมิภาคอาเซียน
นอกจากรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในต่างประเทศที่รุนแรงในขณะนี้แล้ว รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันศึกภายในประเทศ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและตรวจสอบข่าวปลอม หรือการบิดเบือนข้อมูลในสื่อโซเชียลมีเดียที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งของผู้เห็นต่างในสังคมไทย
ในขณะเดียวกันทางการไทยยอมรับว่าสถานการณ์มีแนวโน้มจะยืดเยื้อ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องสงครามอิหร่าน แต่หากสงครามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการขยายวงกว้าง ทำให้การโต้ตอบของกองทัพตามสถานการณ์ต่อจากนี้จะต้องมีความพร้อมรบสูงกว่าเดิมและรับมือกับความไม่แน่นอนได้ เช่นเดียวกับที่ภูมิภาคตะวันออกกลางในขณะนี้
สงครามที่เกิดขึ้นทำให้ถึงความทันสมัยของกองทัพในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกไปด้วย ประเทศไทยแม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งโดยตรงเหมือนกลุ่มประเทศอาหรับ แต่ก็มีการเตรียมแผนอพยพและการรับมือความไม่แน่นอนในภูมิภาคอาเซียนที่อาจเป็นเช่นเดียวกับสงครามอิหร่าน ส่วนสงครามนี้ยังไม่จบ เรายังคงต้องติดตามกันต่อไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Israeli Air Force
Thairath Online
Airlinesweek
คุณสุทธิชัย หยุ่น
PPTV HD36
History World
Sua Neung
Army Military Force
The Reporters
กระทรวงการต่างประเทศ
วสันต์ วณิชชากร
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
โฆษณา