4 มี.ค. เวลา 08:36

A-Sim (ไม่) อยากเล่า... รู้จัก “Rodier” ผู้ปิดทองหลังพระให้ Chanel และ Dior

เคยสงสัยไหมคะว่า... ทำไมแบรนด์ระดับโลกถึงมีสัมผัสของเนื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกดีต่างออกไป? หรือแม้กระทั่งแค่เพียงมองผ้าผืนนั้นก็ให้ความรู้สึกพิเศษ ชวนน่าหลงใหล และมีพลัง หรือทำให้ผู้สวมใส่ดูภูมิฐานแม้ไม่มีโลโก้ตะโกนเลยก็ตาม
ถ้าอาซิ้มบอกว่า Coco Chanel ไม่ได้สร้างอาณาจักรด้วยตัวคนเดียว แต่มี Rodier ที่เป็นส่วนหนึ่งของลมใต้ปีก คุณจะเชื่อไหม?
วันนี้อาซิ้มจะพาไปทำความรู้จักกับ “Rodier” (โรดิเยร์) แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสที่มีอายุกว่า 170 ปี (ก่อตั้งปี 1852) ชื่อที่คนทั่วไปอาจไม่คุ้นหูนัก แต่สำหรับดีไซเนอร์ระดับตำนาน นี่คือ “ขุมทรัพย์แห่งเนื้อผ้า” เลยค่ะ
🧶 ทำไมแบรนด์นี้ถึงคลาสสิค?
จุดเริ่มต้นจากตระกูลช่างทอผ้า
• ก่อตั้งในปี 1852: แบรนด์ Rodier ก่อตั้งขึ้นโดย Auguste Rodier ในประเทศฝรั่งเศส
• รากฐานความประณีต: ครอบครัว Rodier เป็นตระกูลช่างทอผ้าเก่าแก่จากแคว้น Picardie ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกในการผลิตผ้าถักและผ้าขนสัตว์ (Jersey) ที่มีคุณภาพสูงที่สุดในยุคนั้น
🧶 ความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ระดับโลก: ผู้ปิดทองหลังพระ
อาซิ้มสามารถเล่าได้เลยว่า Rodier คือ "Secret Ingredient" ของแบรนด์ดังเหล่านี้ค่ะ :
• Chanel (ปฏิวัติวงการด้วยผ้า Jersey): ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 Coco Chanel ต้องการสร้างเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและยืดหยุ่น ซึ่ง Rodier เป็นผู้จัดหาผ้า Jersey ขนสัตว์ที่นุ่มเป็นพิเศษให้เธอ จนทำให้ชุดสูทผ้า Jersey กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Chanel และเปลี่ยนประวัติศาสตร์แฟชั่นสตรีไปตลอดกาล
• Dior &แบรนด์ดังอื่นๆ: นอกจาก Chanel แล้ว Rodier ยังเป็นผู้ผลิตผ้าส่งให้กับห้องเสื้อชั้นสูง (Haute Couture) อีกมากมาย เช่น Christian Dior, Paul Poiret และ Cristóbal Balenciaga ซึ่งเหล่าดีไซเนอร์ต่างไว้วางใจในเทคนิคการทอผ้าที่ซับซ้อนและนวัตกรรมเนื้อผ้าของ Rodier
🧶 ทำไมต้องเลือกแบรนด์ Rodier?
1. Expertise ในเรื่อง Knitwear: Rodier ไม่ใช่แค่แบรนด์แฟชั่น แต่คือ "ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ" ทางแบรนด์ใช้วัสดุชั้นดีโดยเฉพาะผ้าถัก ผ้าไหม100% ผ้าขนแกะเมอริโน และ Cashmere ซึ่งล้วนแต่เป็นผ้าที่มีราคาแพงและคุณภาพสูง
2. Quiet Luxury: เป็นแบรนด์ที่เน้นคุณภาพของเนื้อผ้ามากกว่าโลโก้ที่ตะโกน เหมาะกับคนที่ชอบความคลาสสิคแบบเรียบหรู อาซิ้มก็ชอบสไตล์นี้เป็นการส่วนตัวด้วยค่ะ
3. ความทนทานและคุ้มค่า: เมื่อแบรนด์ระดับโลกเลือกใช้ผ้าจากที่นี่ นั่นแปลว่าอายุการใช้งานและสัมผัสของเนื้อผ้าจะอยู่ได้นานหลายสิบปี เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทั้งนี้อาซิ้มมองมา ยังเป็นการสนับสนุนอย่างยั่งยืนที่ช่วยลดโลกร้อนด้วยค่ะ
🧶 ทำไมถึงอยากเล่าเรื่องนี้?
ในยุคที่ Fast Fashion ครองโลก การได้สวมใส่แบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์แฟชั่นโลก ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าแบรนด์ไฮเอนด์Luxury มันทำให้อาซิ้มรู้สึกว่า เรากำลังใส่ “เรื่องเล่า” ไม่ใช่แค่ใส่เสื้อผ้าค่ะ
อาซิ้มเอง ไม่เคยรู้จักแบรนด์นี้มาก่อนแต่ด้วยความขี้สงสัย จึงลองค้นข้อมูลจนได้ค้นพบเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่
อย่างCardigan แคชเมียร์ที่อาซิ้มลองสั่งซื้อมา คือ “ไม่ผิดหวังเลยค่ะ”
สัมผัสของมันไม่ใช่แค่นุ่ม แต่มันมีความเบาและอุ่นที่พอดีมากๆ การตัดเย็บมีความเรียบง่ายสไตล์ฝรั่งเศส แต่ในความเรียบนนั้นมันซ่อนความประณีตของคนที่ “ทำผ้าเป็นจริงๆ” มานับร้อยปีเอาไว้
ไม่ว่าฤดูกาลจะเปลี่ยนผันไปกี่ครั้ง ผ่านกาลเวลามา100 กว่าปี แบรนด์นี้ก็ยังคงขยันส่งต่อชิ้นงานโปรดที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ เพื่อมาช่วยเติมความสดใสให้กับตู้เสื้อผ้าของพวกเราอยู่เสมอ
และนี่คือวิถีของ Rodier ค่ะ... แบรนด์ที่ไม่ได้เน้นความแปลกแยกหรือความหวือหวาตามกระแส แต่กลับให้ความสำคัญกับการดึง “ตัวตน” ของผู้สวมใส่ออกมาให้เด่นชัด เพราะเขาเชื่อว่าการสร้าง “ลุค” ที่ดูดีและเป็นอมตะนั้น มีคุณค่ามากกว่าการวิ่งตามแฟชั่นที่มาไวไปไวเป็นไหนๆ ค่ะ
ใครที่กำลังมองหาเสื้อถักหรือ Cashmere ดีๆ สักตัว ลองมองหาชื่อ Rodier ดูนะคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมอาซิ้มถึงยอมใจอ่อนจ่ายเงินให้กับแบรนด์นี้ เงินมันหายากนะคะ ถ้าจะซื้ออะไรสักอย่าง อาซิ้มขอซื้อที่ใช้ได้นาน สวยมีคุณภาพแบบTimeless ค่ะ
แล้วคุณล่ะคะ... มีแบรนด์ “ม้ามืด” ในดวงใจที่คุณภาพสวนทางกับความดังบ้างไหม? แอบมาเล่าให้อาซิ้มฟังบ้างนะคะ
: Rodier - Vintage Fashion Guild
: Coco Chanel schrieb Modegeschichte – Details über das bewegte und bewegende Leben der Stil-Ikone | Vogue Germany
โฆษณา