Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เล่มโปรด mon livre
•
ติดตาม
8 มี.ค. เวลา 12:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
[mon livre: จัดการทรัพย์สินก่อนจะเป็นมรดก] บทที่ 2 | โจทย์เลขในชีวิตจริง แก้ยากกว่าในห้องสอบ ✍️💼
“...พ่อกับแม่มีบำนาญอยู่แล้วค่ารักษาพยาบาลก็ใช้สิทธิเบิกได้ อยู่ได้สบายมาก" จริงหรือ?
คำพูดนี้ของพ่อกับแม่ติดใจเราอย่างประหลาด หลังจากบทสนทนาวันนั้น เราเอาสิ่งที่ได้ยินกลับมานั่งทบทวนกับตัวเองต่ออีกพักใหญ่ ไม่น่าเชื่อว่าความตั้งใจแรกที่จะหยั่งเชิงเรื่องที่ดิน กลับทำให้เราเห็น "โจทย์ใหญ่" ที่มองข้ามไปมาตลอด นั่นคือ ค่าใช้จ่ายแฝงในช่วงบั้นปลายที่บำนาญครอบคลุมไม่ถึง
ยอมรับเลยค่ะว่า ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน เพราะเราโตมาพร้อมคำสอนที่ว่า "ลูกไม่ต้องเลี้ยงพ่อแม่นะ พ่อแม่มีบำนาญอยู่ได้สบายมาก ลูกแค่รับผิดชอบชีวิตตัวเองให้รอดก็พอ" เราจึงใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตัวเอง 100% มาตลอด โดยที่ไม่ได้ส่งเงินให้ท่าน และท่านก็ไม่เคยขอ เราเข้าใจมาตลอดว่าพ่อแม่เรา ท่านพึ่งพาตัวเองได้อย่างสบายจนวันสุดท้ายแน่นอน
แต่จากการนั่งไล่เรียงตัวเลข... เราพบความจริงที่ทำให้สะดุ้งว่า สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลของราชการที่ใครๆ ว่าครอบคลุม แท้จริงแล้วไม่ได้รวมถึงค่าใช้จ่ายใน "ภาวะพึ่งพิง หรือ Long Term Care: LTC” (ภาวะที่ผู้สูงอายุไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเองเนื่องจากความเสื่อมของร่างกายหรือสมอง จนต้องมีผู้ช่วยดูแลในระยะยาวตั้งแต่บางเวลาไปจนถึงตลอด 24 ชั่วโมง)
ซึ่งสิ่งนี้แหละค่ะ... คือจุดเริ่มต้นของค่าใช้จ่าย "นอกเหนือบัญชี" ที่ไม่มีวันสิ้นสุด จนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้าย
และนี่คือ "ตัวเลขกรรมการอึ้ง" ที่เราคำนวณออกมาค่ะ:
ตัวเลขที่เห็นเป็นเพียงสถานการณ์สมมติในบริบทของครอบครัวเรา เพื่อให้เห็นตัวเลขที่อาจเป็นไปได้ ผู้อ่านสามารถปรับลดหรือเพิ่มตามปัจจัยพื้นที่และรูปแบบการดูแลที่เหมาะสมกับครอบครัวตัวเองได้เลยค่ะ
เมื่อเทียบกับรายได้ (บำนาญ):
พ่อ (บำนาญ 20,000): ติดลบเริ่มที่ -25,000 ไปจนถึง -75,000
แม่ (บำนาญ 50,000): ระดับพื้นฐานยังพอไหว แต่ถ้าพรีเมียมจะติดลบ -45,000
สรุปรวมสองคน: เราอาจต้องเจอส่วนต่างสูงถึง 20,000 - 120,000 บาท หรือเฉลี่ยที่ 70,000 บาทต่อเดือน!
ตัวเลขติดลบมหาศาลที่เห็นนี้ ยังไม่ได้คำนวณ "เงินเฟ้อ" ทั่วไปปีละ 3% และที่น่ากลัวกว่าคือ "เงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล" ที่อาจพุ่งสูงถึง 10% ต่อปี! จากส่วนต่างหลักหมื่นในวันนี้ อาจกลายเป็นมรสุมหลักล้านได้ในเวลาไม่กี่ปี
สำหรับลูกคนเดียวที่มีเงินเดือนหลักหมื่นอย่างเรา นี่คือ "หายนะทางการเงิน" ที่มองเห็นล่วงหน้าชัดๆ!
แต่เราจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาดค่ะ โจทย์นี้ต้องแก้ด้วย 'การกตัญญูแบบมีสติ' โดยใช้ "ทรัพย์สิน" ที่พ่อแม่สะสมมาทั้งชีวิตเป็นตัวช่วย เพื่อรักษาทั้งกระเป๋าสตางค์ของเรา และที่สำคัญที่สุดคือ "รักษาศักดิ์ศรีในการพึ่งพาตัวเองของท่านจนวันสุดท้าย"
หลายคนอาจมองว่า “คิดแบบนี้เป็นการแช่งพ่อแม่หรือเปล่า? ท่านยังแข็งแรงดีอยู่ จะกังวลไปทำไม?” แต่ลองคิดกลับกันนะคะ... ถ้าเรารอให้ถึงวันที่ท่านล้มแล้วค่อยมานั่งแก้ปัญหา วันนั้นมันอาจจะสายเกินไปจนเราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมให้แผนการเงินส่วนตัวพังทลาย หรือร้ายกว่านั้น ต้องแบกหน้าไปกู้หนี้ยืมสินมาจุนเจือ
เราเชื่อมั่นเหลือเกินค่ะว่า..."หากวันนั้นยังมาไม่ถึง ทรัพย์สินส่วนนี้จะทำหน้าที่เป็นรากฐานที่แข็งแรงให้เราปั้นพอร์ตการเงินเพื่อลูกหลานในอนาคต แต่ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ เงินก้อนนี้แหละค่ะที่จะทำหน้าที่ดูแลพ่อแม่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี เพราะทรัพย์สินที่คนคนหนึ่งเพียรหามาทั้งชีวิต ควรถูกนำมาใช้เพื่อตัวเขาเองอย่างคุ้มค่าที่สุด" และในวันที่แก่ตัวลง เราก็คาดหวังให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัวเราเช่นกัน
ลองมาทายกันดูค่ะว่า... ด้วยเงินเดือนเพียงไม่กี่หมื่นบาท กับภาระที่เพิ่งรู้ว่าต้องแบกรับนี้ เราจะแก้โจทย์เลขในชีวิตจริงข้อนี้อย่างไร?
ติดตามการแก้สมการติดลบนี้ได้ในตอนหน้าค่ะ
ครอบครัว
แนวคิด
การเงิน
บันทึก
2
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
mon livre: จัดการทรัพย์สินก่อนจะเป็นมรดก
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย