21 มี.ค. เวลา 04:00 • นิยาย เรื่องสั้น

...ผมคงมาไม่ถึงจุดนี้ถ้า...

แดดร้อนตอนสายๆ
ลำธารใสสะอาด
สองพ่อลูกกำลังง่วนอยู่กับการตกปลา มีแม่คอยเตรียมของไว้สำหรับมื้อกลางวัน
เด็กวัยรุ่นท่าทางทะมัดทะแมงจับปลาตัวใหญ่ได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของครอบครัว
...
ค่ำแล้ว
อดีตกัปตันยานพาณิชย์อวกาศอาวุโสนั่งอยู่ในห้องพักท่ามกลางธรรมชาติ
เสียงแมลงที่ไม่เคยมีมานานดังแว่วมาไกลๆ
โลกดูสะอาดขึ้นหลังเรื่องราววุ่นวายผ่านพ้นไป
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง
หลายสิบปีก่อนเขาติดตามชายวัยกลางคนคนหนึ่งเพื่อจับตามองในฐานที่เป็นบุคคลที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ ไม่เป็นที่น่าไว้ใจ
แน่นอน เขาก็ไม่ไว้ใจเช่นกัน
แต่เมื่อผ่านไป เขากลับพบว่าสิ่งที่ชายวัยกลางคนบอกเล่าผ่านการแสดงจำอวดต่างๆมันคือความเป็นจริงของชีวิต
ทุกอย่างมีสมหวัง ผิดหวัง และความแหลกสลายของจิตใจ
เขาไม่เคยรู้ว่าเหตุการณ์รบราฆ่าฟันตามหน้าที่ยังผลให้เกิดโศกนาฏกรรมกับคนคนหนึ่งได้ถึงขนาดนี้
...
ผู้กองรู้ไหม พวกมันน่ะเป็นเด็กดี ไฟแรง ฝีมือเฉียบขาดทุกคน ผมฝึกมากับมือผมเองเลยล่ะ ไหนจะเพื่อนฝูงที่ยังบินอยู่อีก ตัวพ่อทั้งนั้น
ผมบอกพวกมันว่าเอาชีวิตกลับมานะเว้ย เกียรติมันกินไม่ได้ แต่ข้าวน่ะกินได้
พวกมันหัวเราะ ขำกลิ้ง
พอผมกับทีมไปตามหาพวกมัน เชี่ยเอ๊ย อย่าว่าแต่หมวกนักบินเลย ถุงมือสักข้างยังไม่เหลือ
ผมไปรับพวกมันกลับกับมือ ได้แค่กอบเอาอากาศกลับมา
แต่ เฮ้ย นี่มันอวกาศนี่หว่า ผมจะเอาอากาศที่ไหนกลับมาได้วะ
...
ตอนระเบิดลงผมได้แต่ประสาทแดก นั่งเป็นไอ้บ้ากดโทรศัพท์ติดต่อกลับบ้าน แต่ระบบแม่งล่มหมด โทรยังไงก็ไม่ติด
พอเคลียร์พื้นที่ได้ผมงี้แทบจะบินกลับบ้าน
บ้านพังราบเป็นหน้ากลอง ไหม้เรียบ
เสียงสั่งเสียอะไรสักนิดก็ไม่มี ตุ๊กตาสักตัวก็ไม่เห็น
ก็บ้านมันพังราบไปหมดแล้วไงผู้กอง มันจะเหลืออะไรให้ผมได้อีกล่ะ
...
พวกมันบอกผมว่าฟังพวกผมนะลุง ลุงออกไปได้คนเดียว จำไว้ ไม่ต้องหันกลับมา
ผมตะโกนใส่กลับไปว่าพวกมึงจะบ้าเหรอ มันจะถล่มที่นี้ทิ้งเว้ย
มันตอบกลับผมมาว่าลุงครับ สติมาหน่อยสิ ยานมันมีที่นั่งเดียว พวกผมก็มีกันหลายคน มันจะออกไปหมดได้ยังไงกันล่ะครับ อ้อ อีกอย่าง ลุงก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่นี่ แค่โดนจ้างมาทำงาน
พวกมึงอย่ามาดราม่าใส่กู รีบออกมากับกูเลย
ลุง นี่มันอวกาศ ไม่ใช่ตลาดแถวบ้านนะครับ
พวกมันตะเบ๊ะให้ผม ผมได้แต่สะบัดหน้าหนี
ผมไม่กล้ามองหน้าพวกมันน่ะผู้กอง
แม่งเอ๊ย ผมรู้อย่างเดียวว่าต้องหนีให้เร็วและไกลที่สุด พวกมันเสียสละทุกอย่างให้ผม ผมต้องรอดออกไปให้ได้
ทุกวันนี้ผมยังฝันร้าย นุกนั่นล่ะผู้กอง แสงวาบเดียว ทุกอย่างก็หายไปหมด ไม่มีเหลือแม้แต่ซากของพวกมัน
สงครามนะ ผมคนเดียวจะทำอะไรได้
...
เขายังจำสีหน้าท่าทางหัวเราะทั้งน้ำตานั้นได้ดี
มันคือท่าทางของคนที่ใจสลายไปแล้วมากกว่าจะเป็นคนที่ถูกระบุว่าไว้ใจไม่ได้
กายน่ะยังอยู่แต่ใจน่ะไปหมดแล้ว
เขาได้แต่นั่งนิ่งๆ
ฝืนดื่มอย่างฝืดคอท่ามกลางเสียงหัวเราะแค่นๆนั้นอย่างเงียบๆ
ไม่มีคำพูดใดๆออกมา
แล้วเรื่องงานล่ะผู้กอง ว่าไง?
นั่นมันเรื่องของผู้กองนะ ผมมันแค่ตาลุงธรรมดาคนหนึ่ง
ในช่วงเสี้ยววินาที...
นั่นล่ะผู้กอง นั่นล่ะ มันคือสิ่งที่ผมอยากเห็นจริงๆ
ด้วยความเคารพนะผู้กอง ผมมันก็แค่ตาลุงธรรมดาคนหนึ่ง
แต่สำหรับผม มันไม่ใช่ครับท่าน
เสียงตอบกลับอย่างหนักแน่น
...
เขายังจำช่วงวินาทีที่ตัดสินใจได้
...
เขานั่งยิ้มกับตัวเอง
เขาและครอบครัวเดินทางมาเคารพสุสานของผู้วายชนม์เป็นปกติ
เขายืนอยู่นาน
นานมาก
ในมือถือภาพถ่ายใบหนึ่ง
ภาพถ่ายที่แทนความทรงจำดีๆที่เขาพานพบ
ชายสูงวัยนั่งบนเก้าอี้ สูงวัยมากแล้วแต่ยังดูภูมิฐาน มีเขาและครอบครัวยืนข้างๆ
มันเป็นภาพที่มีรอยยิ้มสดใสจากใจ
ชายสูงวัยมิใช่เครือญาติ
หากแต่เป็นผู้ชี้ทางแก่เขา
...
ผมมันก็แค่ตาลุงธรรมดาคนหนึ่งนะผู้กอง ว่าแต่วันนี้ขออัพเกรดเป็นเฟิร์สคลาสได้ไหม?
...
เขาหัวเราะแต่น้ำตารื้น
...
ลมพัดเย็นสบายคล้ายจะซับน้ำตาเขาไว้...
...
...
...
ตอนที่1
ตอนที่2
ตอนที่3

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา