28 มี.ค. เวลา 04:00 • นิยาย เรื่องสั้น

จากสิ่งที่พวกเราเจอมา

ผมขอตั้งสมมติฐานว่าเจ้าสิ่งนั้นเป็นสสารอย่างหนึ่งเพราะมันต้องการที่อยู่ มีตัวตน มันมีน้ำหนักแต่เรายังไม่รู้ว่าเท่าไหร่ และเรามองไม่เห็นมันหรือสัมผัสมันได้ แต่เรารู้ว่ามันมีตัวตนแน่นอน
อย่างนี้มันจะไม่ขัดกับนิยามของสสารหรือครับพี่หมอ
ไม่ครับน้องบอย มันแค่มีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงที่ถือได้ว่ามันคือสสารแน่นอนครับ
แล้ว?
สิ่งต่อไปคือเราคงต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่ามันคืออะไรและตอนนี้มันอยู่ที่ไหนล่ะครับทุกคน
หมอเต้อยืดตัวตรง กำหมัดอย่างมั่นใจในสมมติฐานของตัวเอง
เดี๋ยวค่ะหมอ นั่งลงก่อนค่ะ ใจเย็นๆ
มาลีสาวสวยประจำหมู่บ้านทักหมอเต้ออย่างอ่อนใจเมื่อเห็นสภาพ
นั่นสิหมอ ผมก็ว่างั้น น่ารำคาญจริง พูดอะไรไม่รู้เรื่อง แค่บอกว่ามันเป็นตัวอะไรก็พอ นี่ก็วกวนจริง
กำนันคบพูดเสียงดังตามประสาถนัด พร้อมขยับปืนลูกซองคู่ใจของแก กระชับมั่น
ผมไม่ได้พูดวกวนครับพ่อกำนัน ผมแค่นิยามกับตั้งสมมติฐานก่อนครับ ก่อนที่เราจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงเป็นลำดับต่อไป
หมอเต้อยังแถความคิดตัวเองต่อไปอย่างเชื่อมั่น
โอ้ยหมอ ผมว่าเอาลูกซองยันมันไปเลยดีกว่าน่า ให้มันรู้รู้ไปเลย
แต่พี่หมอนิยามมันผิดไปนิดนึงครับ สสารมันอาจจะมองไม่เห็นแต่ต้องสัมผัสได้สิครับ ในหนังสือป.3เขาว่าไว้ ผมจำได้
เห็นไหมล่ะหมอ ขนาดไอ้บอยมันยังรู้เลย ผมว่า...
เอาล่ะกำนัน ใจเย็นๆ อาตมาว่าค่อยๆพูดค่อยจากันก่อนดีกว่าไหม?
หลวงปู่ชานนั่งหลับตาบริกรรมจบแล้วค่อยเอ่ยปาก
กำนันดูยังไม่ยอมรับแต่เมื่อหลวงปู่เอ่ยปากก็หยุดมือ
จริงของหลวงปู่นะคะ พ่อกำนันกับหมอเต้อก็เหมือนกันค่ะ ใจเย็นๆ นั่งลงก่อนค่ะ
มาลีพูดอย่างอ่อนอกอ่อนใจเมื่อเห็นท่าทางของแต่ละคน
ลมพัดเอาอากาศร้อนวูบผ่านศาลาวัดตอน1ทุ่ม
จันทร์เดือนหงาย
เสียงหมาหอนอยู่ไกลๆพอให้ยะเยือกขนลุก
หลังคาศาลาไหวกระเพื่อมเล็กน้อย
ต้นมะพร้าวไหวเอน
ไหนพวกเอ็งเจออะไรมาวะ?
หลวงปู่ชานถามลูกศิษย์วัดตัวแสบอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
เมื่อวันก่อนพวกผมแขวนกล้วยไว้กะว่าจะเอาไว้กินตอนกลางคืน พอเช้ามากล้วยมันก็เหลือแค่ครึ่งหวีครับ พวกผมถามแล้วก็ไม่มีใครรู้ รอยที่ฉีกออกไปก็ดูแปลกๆครับ
ไอ้ป๋องเล่าสั้นๆให้หลวงปู่ฟังอีกรอบ
ยังไงหรือวะ
มันเหมือนมีคนมาตัดเอาไปครับ แต่เฉือนซะเนียนกริ๊บ ไม่ขาดไม่เกิน
คราวนี้เป็นไอ้บอยเล่าต่อ
หลวงปู่พยักหน้าแล้วนั่งคิด มือควานหาแก้วน้ำข้างหน้าก่อนที่ไอ้ป๋องจะประเคนน้ำให้หลวงปู่จิบ
ผมไปดูแล้วครับหลวงปู่ เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมวัดค่ารังสีจากเครื่องไกเกอร์เคานท์เตอร์ เครื่องก็บอกว่ามีรังสีอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ไม่เป็นอันตราย แค่ไอ้รังสีที่ว่าผมแน่ใจว่าในรัศมีของหมู่บ้านเราไม่มีแหล่งรังสีแบบนี้แน่นอนครับ
หมอเต้อพูดอย่างหนักแน่นพร้อมกางแผนที่หมู่บ้านกับแหล่งทรัพยากรประเทศไทยประกอบคำอธิบาย
กำนันคบนั่งหนวดกระดิก พึมพัมว่ามันต้องขนาดนี้เลยหรือไงวะ เวอร์เกิ๊น
แล้วเอาไงต่อดีล่ะคะ? มาลีถามด้วยความสงสัย
ทั้งวงนั่งนิ่งเงียบกับคำถามนั้น
ไร้คำตอบออกจากปาก
มีแต่ความนิ่งงัน...
ชั่วขณะนั้นบรรยากาศกดดันแผ่ซ่านไปทั่วคล้ายมีพลังงานบางอย่างปกคลุม
เสียงหมาหอนรับกันเป็นทอดๆ
ไฟจากปลายเทียนบูชาพระวับแวบ
แต่ก่อนที่จะมีใครเอ่ยปาก เศษฝุ่นหรืออะไรบางอย่างก็ร่วงลงมาจากขื่อ
ทุกคนนั่งนิ่ง ตัวแข็ง
หลวงปู่ครับ โน่น
ไอ้บอยตะโกนลั่นพร้อมชี้มือขึ้นไปบนขื่อศาลา
ทุกคนมองตาม ดูเหมือนจะตกใจ
มีเพียงมาลีที่ยังสติดีอยู่คว้าไฟฉายขึ้นมาส่องไปยังจุดที่ไอ้บอยชี้
...
ลมแรงยังพัดเอาไอร้อนออกไปเหมือนเดิมในยาม2ทุ่ม
เดือนหงายลอยสูงขึ้นกว่าเดิม
เสียงหมาหอนกันเป็นทอดๆ
หลังคาศาลากระเพื่อมเล็กน้อย
ต้นมะพร้าวโอนเอนไปมาตามลม
...
เสียงมาลีบ่นให้ได้ยินกลางวง
นี่ถ้าแม่ไม่สั่งให้มาตามเอ็งกลับ ป่านนี้พี่คงไม่ต้องมายุ่งแบบนี้หรอก อะไรนักหนาวะกู
...
ไอ้ส้มแมวตัวใหญ่ประจำศาลานอนนิ่งให้มาลีนั่งจกท้องมันอย่างสบายใจอยู่กลางวงสนทนา
เอาไงต่อดีล่ะวะ?
พ่อกำนันว่าไงล่ะคะ?
กำนันคบนิ่งไปกับที่มาลีถามมา พลางส่งสายตาตั้งคำถามไปที่หลวงปู่
แล้วหลังจากที่เอ็งเห็นกล้วยถูกแบ่งไปแล้ว มันมีอะไรอีกหรือเปล่าวะไอ้ป๋อง?
เสียงหลวงปู่ถามต่อแบบเนิบๆ
ยังไม่มีอะไรครับหลวงปู่ แค่2-3วันนี้เหมือนส้วมจะเต็มครับ
หือ ส้วมเต็ม?
ครับหลวงปู่ ผมไปตามพี่เกิบมาดูแล้ว แกว่าน่าจะเพราะหลายวันก่อนฝนตกหนักส้วมอาจเต็มได้ครับ อีก2-3วันแกกลับมาแกจะเข้ามาดูให้อีกทีครับ
หลวงปู่พยักหน้ารับ
ทุกอย่างดูเป็นปกติดี ไม่มีอะไรที่ผิดสังเกต
แล้วเอาไงดีล่ะหลวงพี่ ผมน่ะอยากรู้ว่ามันมีตัวอะไรจริงหรือเปล่า?
ข้ายังคิดไม่ออกว่ะไอ้คบ แต่ข้าว่าไม่น่าจะมีอะไรหรอกว่ะ
ดีเลยล่ะค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูกับน้องขอลาหลวงปู่กับทุกคนกลับก่อนดีกว่าค่ะ อยู่ที่นี่แล้วขนลุก
มาลีรีบบอกแล้วลากตัวไอ้บอยดันให้ลุกขึ้นทันที
เสียงหมาหอนรับเป็นทอดๆ
หลังคาศาลาเหมือนมีอะไรขยับตัวเพราะเศษฝุ่นกระจายอีกรอบ
มาลีหลับตาปี๋แล้วถามแบบเกรงๆ
ไอ้ส้ม เอ็งแอบพาแมวจรที่อื่นมาใช่ไหมวะ? ท่าทางจะหลายตัวอยู่
ไอ้ส้มนอนนิ่งๆ ไม่ตอบอะไร
เสียงเครื่องไกเกอร์ดังเบาๆ หมอเต้อรีบขยับตัวเข้ามาดูค่าที่วัดได้พร้อมพึมพัมว่ามันมีอะไรอยู่ข้างบนหลังคาแน่ๆ
ทุกคนครับ ผมว่าถึงเวลาที่เราต้องพิสูจน์เชิงประจักษ์แล้วล่ะครับ หมอเต้อพูดอย่างมั่นใจ
ว่าไปเลยไอ้หมอ ข้ารอฟังอยู่ กำนันรีบพูด
เราต้องขึ้นไปบนหลังคาครับ
เพื่อ?
ก็พิสูจน์เชิงประจักษ์ครับ มันต้องมีอะไรบนหลังคาศาลาแน่นอน
แล้วมันคืออะไรล่ะ เอ็งบอกได้ไหม?
ผมไม่ทราบครับ รู้แค่ว่ามันเป็นรังสีอะไรบางอย่างแผ่ลงมา มันไม่ใช่รังสีแกมม่าแน่ๆ ไม่งั้นเราคงกลายเป็นThe Hulkกันไปหมดแล้ว
จะแกมม่งแกม่าอะไร ข้าฟังไม่รู้เรื่องว่ะหมอ แค่มันอันตรายไหมล่ะ?
ไม่รู้ครับ ผมแค่ตั้งสมมติฐานเฉยๆว่ามันไม่ใช่รังสีแกมม่าแน่ๆ แต่มันคืออะไรผมก็ไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่าเราคงต้องขึ้นไปดูกันที่หลังคาครับถึงจะรู้ได้ว่ามันมีอะไรกันแน่
พูดมายืดยาวสรุปคือปีนขึ้นไปดูใช่ไหมหมอ?
ถ้าจะให้ผมสรุปแบบฟันธงคงเป็นไปไม่ได้ แค่ว่ามันมีความโน้มเอียงที่จะเป็นอย่างที่พ่อกำนันบอกมาครับ แต่ผมตอบได้ไม่เต็ม100%ว่าใช่ แต่แค่99%ก็ถือว่าเพียงพอครับ
โอ้ย สั้นๆว่าขึ้นก็สิ้นเรื่องแล้วไอ้หมอ พูดวกวนอยู่ได้ อ้อ แล้วใครจะปีนขึ้นไปกันล่ะ? ข้าน่ะปีนไม่ไหวแล้วนะเว้ย ปูนนี้แล้ว
ไหนลุงกำนันว่ายังมีแรงเตะปี๊บอยู่นี่ครับ ไอ้บอยพูดขัดขึ้น
กำนันคบปรายตามองจิกไอ้บอย ทำเอามันหัวหด
ผมก็ไม่ไหว เป็นโรคกลัวความสูงเฉียบพลันครับ หมอเต้อโบกมือ
อ้าว แล้วใครจะปีนขึ้นไปกันล่ะวะเนี่ย หรือว่าหลวงพี่?
อ้าวไอ้คบ เอ็งยังไม่ไหวแล้วข้าจะไหวรึ? หลวงปู่ตอบกลับสวนกำนันไป
งั้นผมเองครับ ไอ้บอยขันอาสา
ไม่ได้ เดี๋ยวแม่ด่าพี่ตายกันพอดี
อ้าว แล้วใครจะเป็นคนปีนขึ้นไปดีล่ะเนี่ย?
เป็นเสียงไอ้ป๋องถามปิดท้าย
มองหน้าทุกคนแบบสงสัย
เอ้า นี่ไกเกอร์เคานท์เตอร์นะ มันจะบอกระดับรังสีว่าเยอะหรือเปล่า ถ้าเยอะก็รีบถอยลงมาเลย แล้วระวังด้วย ของมันแพง อันนี้ไฟฉายคาดหัวนะ จะได้ปีนหลังคาง่ายหน่อย
นี่ลูกซองอาบน้ำมนต์ของข้า มีอะไรก็ซัดตูม ผีเผอหายหมด แล้วนี่กระสุนลูกซองลงอาคม7ป่าช้า สะพายแล่งไว้เลยนะ
แล้วนี่ ผ้าประเจียดลงยันต์ พกติดตัวไว้ล่ะ
มาลียืนทำหน้าเซ็งที่ต้องเป็นคนปีนขึ้นหลังคาศาลาวัดแทนทุกคน ของเต็มมือ
หนูแค่มาตามไอ้บอยกลับบ้านตามแม่สั่ง ไหงต้องกลายมาเป็นคนปีนหลังคาศาลาได้เนี่ย แล้วนี่ก็ของพะรุงพะรัง หนักก็หนัก
เอาน่าพี่ คิดซะว่าเพื่อพิสูจน์หลักฐานเชิงประจักษ์แบบที่พี่หมอว่ามาก็แล้วกัน เอ้า นี่บันไดนะพี่ เดี๋ยวผมกับไอ้ป๋องจะช่วยจับไว้ให้
มาลีมองแบบหวั่นๆ ไม่ค่อยจะไว้ใจอะไรนัก
เอาวะ เพื่อพิสูจน์หลักฐานเชิงประจักษ์ นี่ถ้าไม่มีอะไรล่ะก็ กลับลงมาแม่จะด่าให้เรียบวุธ
มาลีบ่นงึมงัมแล้วเริ่มปีนขึ้นไปบนหลังคา
...
ลมพัดแรงเอาไอร้อนวนขึ้นไปบนหลังคาศาลาตอน3ทุ่ม
เสียงหมาหอนโดยพร้อมเพรียงกันเป็นทอดๆ ไม่ได้หยุด
หลังคาลั่นเพราะมาลีปีนขึ้นไปแล้ว
ต้นมะพร้าวไหววูบราวกับมีคนจับเขย่า
...
มาลีทำหน้าตาว่าหวาดเสียวแต่จำเป็นต้องปีนหลังคาทำหน้าที่แทนทุกคน
เอ๊ะ มันใช่หน้าที่กูเปล่าวะ?
มาลีนึกในใจขณะปีน
ฟ้าในคืนเดือนหงายวันพระดูสว่างจับตา ทำเอาหลังคาที่ว่ามืดกลับสว่างรำไรขึ้นมา
มาลีปีนถึงหลังคาแล้ว
ข้างล่างตะโกนถามกันเซ็งแซ่เพราะมองไม่เห็น
รู้งี้ผมให้เอามือถือขึ้นไปด้วยก็ดี เผื่อได้รูปหรือวิดีโออะไรกลับมาบ้าง อย่างน้อยก็ติดต่อมาลีง่ายขึ้น
หมอเต้อรำพึงอย่างเสียดายที่นึกได้ช้าไป
...
มาลีคลานไปบนหลังคาแบบคนกลัวตก หลับตาปี๋
แต่ก็ต้องลืมตาโพลงเพราะรู้สึกเหมือนสะดุดอะไรเข้าให้
จั่วปรับมุมหลังคามั้ง?
มาลีนั่งคุกเข่า ไฟฉายที่คาดหัวส่องสว่างบนหลังคา
แปลกแท้ ไฟมันฉายเป็นแนวโค้งๆเหมือนเจออะไรเข้า
มาลีลองคลำๆดู เหมือนมีอะไรแข็งๆ ลูบดูลื่นๆ
ครั้นจะขยับตัวให้ดูชัดๆ ไฟฉายก็มีอันดับวูบไปเฉยๆ
คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกช้างด้วยเถิด ลูกช้างกลัวเหลือเกินแล้วเจ้าค่ะ ฉี่จะราดแล้ว
แต่มาลีก็ยังแข็งใจเดินหน้าต่อ
เข็มวัดระดับรังสีกระดิกรุนแรง
ถ้ามันแรงมากก็รีบถอยออกมาเลยนะ
เสียงหมอเต้อยังดังอยู่ในหู
แล้วจะให้กูถอยไปไหนวะ นี่มันบนหลังคาเด้ออ้าย
...
มาลียังคงเดินคลำทางในความสว่างรำไรต่อไป
...
ข้างบนจะเป็นไงบ้างวะ หมอเต้อพึมพัม
พี่หมอจะขึ้นไปดูไหมครับ เดี๋ยวพวกผมช่วย ไอ้บอยพูดทะลุกลางปล้อง
หมอเต้อยกขาขึ้นเป็นเชิงจะถีบ ไอ้บอยกับเดอะแก๊งค์นกรู้รีบฉากออกแล้วหัวเราะใส่
แล้วพลันทุกอย่างก็เหมือนมีลมพัดอย่างรุนแรง แต่สักพักก็สงบ
เสียงโวยวายของมาลีดังขึ้น
แล้วทุกคนก็รีบวิ่งไปที่ต้นเสียงมันที!
สิ่งที่ทุกคนเห็นคือมาลีเกาะอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ข้างศาลา ร้องโวยวายให้รีบมาช่วย
ทุกคนรีบพาดบันไดพร้อมตะโกนบอกให้มาลีลงมาได้เลย
มาลีค่อยปีนลงบันไดที่พาดอยู่อย่างช้าๆ
หนูแค่มาตามไอ้บอยกลับบ้านเท่านั้นเจ้าค่ะ พ่อแก้วแม่แก้วช่วยหนูด้วย หนูกลัวเจ้าค่ะ ฮือๆๆ
ใจเย็นๆพี่ ถึงพื้นแล้ว
อ้าว ถึงพื้นแล้วเหรอ?
ใช่สิพี่
โอย จะเป็นลม
ว่าแล้วมาลีก็ล้มพับลงไปนอนกองกับพื้น มีหมอเต้อช่วยปฐมพยาบาลอยู่ข้างๆ
แล้วทุกคนก็พามาลีกลับเข้าไปในศาลา
หนูเจออะไรไม่รู้ คลำๆดูไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้แค่ว่ามันคล้ายๆเหล็ก ลื่นๆ ผิวเรียบๆ
มาลีฟื้นขึ้นมาแล้วเล่าให้ทุกคนฟังว่าไปเจออะไรมา
หน้าตาเป็นไงล่ะมาลี
ไม่เห็นนะพี่หมอ ไฟมันดับ แค่คลำเจอ เหมือนเดินชนกำแพงน่ะ เจ็บเหมือนกัน ไอ้เครื่องที่หมอให้ไปมันก็กระดิกอยู่นั่นล่ะ ร้องหนวกหูจริง
แล้วเอ็งไปอยู่บนต้นไม้ได้ยังไงวะมาลี กำนันคบถามอย่างสงสัย
ก็จู่ๆมันมีลมพัดมาจากไหนไม่รู้ พัดเต็มเหนี่ยว มาลีเลยทรงตัวไม่อยู่ ตอนแรกกว่าจะเกาะกระเบื้องมุงหลังคาไว้ก่อนแต่มันลื่นเกิน มาลีเลยกลิ้งตกลงมา
มาลีนั่งสูดยาดมอีกปื้ดก่อนเล่าต่อด้วยท่าทางเพลียๆ
ตอนกลิ้งตกลงมา มาลีเหลือบไปเห็นต้นไม้ใหญ่ข้างศาลา มาลีเลยโดดเกาะไว้ เฮ้อ ดีที่เกาะต้นไม้ทัน แล้วก็ร้องให้มาช่วยนี่ล่ะค่ะ
มาลีนั่งสูดยาดมแบบเหนื่อยๆ หมอเต้อกับไอ้บอยคอยพัดวีให้
ทุกคนนั่งมองหน้ากันแบบไม่แน่ใจว่าที่มาลีเจอมันคืออะไรกันแน่
...
ฝุ่นยังร่วงลงมาจากขื่อหลังคา
ไอ้ส้มนอนหวดอยู่บนอาสนะของหลวงปู่
ทุกคนยังนั่งเงียบ
...
มันน่าจะเป็นอะไรสักอย่าง จะว่าผีหรืออะไรก็ เอ่อ เอางี้ครับ เอาเป็นว่ามันเป็นอะไรเราก็บอกไม่ได้ชัดเจน และถ้าถามผมว่ามันคืออะไรแน่ผมก็บอกได้แค่ว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน...
หมอเต้อเสียงอ่อยๆแล้วกำลังจะพูดต่อ
โอ้ย มันมีอะไรที่ไหนกันล่ะหมอ ฟังแล้วปวดหัว บอกว่าเดินชนจานดำติดหลังคายังจะเข้าท่ากว่า
กำนันขัดขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด
เอาล่ะๆทุกคน กำนันกับหมอก็พอก่อนเถอะ ไปช่วยกันดูมาลีอีกทีว่าเป็นไงบ้างดีกว่าไหม?
เสียงหลวงปู่พูดขัดแบบเนิบๆอย่างใจเย็น
มาลีนั่งสูดยาดมอย่างเหนื่อยใจ
เอ้านี่พี่หมอ เอาไปเลย ไอ้เครื่องไกเกอร์ ไฟฉายนี่ก็หัดชาร์จไว้บ้างเถอะ เวลาจะใช้จะได้ใช้ได้ ไม่ใช่มาดับเอาดื้อๆ อ้อ แล้วนี่ของพ่อกำนันจ๊ะ รีบเอากลับไปเลยจ๊ะ หนักเหลือเกิน เล่นเอาแทบหอบ
มาลีบ่นอุบอิบ
นี่ถ้าแม่ไม่ได้ให้มาตามไอ้บอยล่ะก็ ป่านนี้ฉันคงนอนเปิดแอร์เย็นสบายใจไปแล้ว ไม่ต้องมาเหงื่อตกปีนหลังคากับกลัวแทบฉี่ราดแบบนี้ แถมยังเดินไปชนอะไรก็ไม่รู้ เจ็บด้วย
เอาน่ามาลี คิดซะว่าเพื่อหลักฐานเชิงประจักษ์ก็แล้วกัน
มาลีค้อนควับอย่างจังใส่หมอเต้อ เล่นเอาหมอหลบแทบไม่ทัน
ข้าว่ามันคงไม่มีอะไรแล้วล่ะนะ เอาเป็นว่ากลับกันไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันใหม่
หลวงปู่พูดยิ้มๆ
ทุกคนยกมือไหว้ลาหลวงปู่กลับบ้าน
เข็มไกเกอร์เคานท์เตอร์ยังสั่นระริกอยู่
แต่อ่อนแรงไปตามเวลา
...
เดือนหงายตอน4ทุ่ม
ลมสงบ
หลังคาศาลายังอยู่เป็นปกติเหมือนเดิม
ต้นมะพร้าวไม่ไหวเอน
เสียงหมาหอนหยุดไปแล้ว
...
ไอ้บอยขว้างหินใส่ฝูงหมาหน้าวัดจนกระเจิง...
ตอนที่มาลีมาถึงหลวงปู่นั่งคุยกับกำนันคบอยู่แล้วด้วยท่าทางสบายๆ มีเด็กวัดคนอื่นๆเดินไปมา ญาติโยมมาฟังเทศน์ที่วัดกันหนาตาด้วยเป็นวันอาทิตย์
หลังฉันเพลและญาติโยมกลับกันไปแล้ว หมอเต้อดึงเอาไกเกอร์เคานท์เตอร์ออกมาวัดค่าตามจุดต่างๆของศาลา เข็มยังกระดิกอยู่แต่อ่อนแรงมากแล้ว
ไอ้บอยกับเดอะแก๊งค์หัวเราะ มาลีนั่งพับเพียบส่ายหัวให้กับพฤติกรรมของหมอเต้ออย่างอ่อนใจ
พี่เกิบมาดูแล้ว แกว่าที่ส้วมเต็มเพราะท่อมันตันครับ มันมีผ้าอนามัยของใครไม่รู้ไปอุดท่อ แกเลยทะลวงท่อให้หมดแล้วครับ อ้อ ส่วนหลังคาแกว่ามีใครปีนขึ้นไปหรือเปล่า ต้องเปลี่ยนกระเบื้องหลายแผ่นอยู่ บางแผ่นก็มีรอบบุ๋มๆด้วย แกว่าต้องมีใครมันปีนขึ้นไปทำอะไรข้างบนหลังคาแน่ๆ
ทุกคนที่ได้ยินได้แต่มองหน้ากันไปมา มีแค่ไอ้ป๋องที่นั่งขำอยู่กับไอ้บอย
หลวงปู่กับกำนันมองหน้ากันอย่างครุ่นคิด
เอาเถอะ พวกเอ็งก็กลับบ้านกลับช่องกันได้แล้ว ข้าจะได้พักบ้าง เหนื่อยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
หลวงปู่เอ่ยปากยิ้มๆ
มาลีกราบหลวงปู่แล้วลากไอ้บอยออกไป
หมอเต้อทำท่าเหมือนจะคุยต่อแต่ก็ต้องถอยเมื่อกำนันส่งสายตาดุๆสวนมา
ไอ้ป๋องเอาถาดกับข้าวไปทำความสะอาด
...
หลวงพี่ว่าไง?
เขามาแล้วก็ไป ก็เหมือนเดิมนั่นล่ะ ไม่น่าจะมีอะไรหรอก
ยังดีที่ไม่เหมือนตอนนั้น
แค่กล้วยครึ่งหวีน่าไอ้คบ
ครับหลวงพี่ ถ้ามันจะแค่นั้นนะครับ
หลวงปู่นั่งนิ่งไปกับคำพูดของกำนัน
...
กำนันลากลับ
หลวงปู่นั่งบริกรรมคาถา
...
เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
...
เสียงหมาหอนในเวลากลางวัน...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา