11 เม.ย. เวลา 04:00 • นิยาย เรื่องสั้น

เจ้าของร้าน คนจรจัด และผ้าขี้ริ้ว

รถแท็กซี่จอดติดไฟแดง ดูแล้วท่าทางจะนาน
เขาบิดตัวไล่ความเมื่อยขบ หันมองซ้ายขวาแก้ง่วง
เขาเห็นเจ้าของร้านเดินออกมาเรียกคนจรจัดคนหนึ่ง เสียงค่อนข้างดัง
คนจรจัดเหมือนไม่ได้ยินแต่สุดท้ายก็หยุดแล้วหันไปมอง
เขาได้ยินคำพูดไม่ถนัด เห็นแต่ชี้มือเหมือนจะให้ทำอะไรบางอย่าง
ไรเดอร์คนหนึ่งเดินข้ามถนนตัดหน้ารถเช่าของเขา
เสียงไซเรนดังมาไกลๆ
ไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว
เขาจึงได้แต่ขับรถออกไป
เสียงเอะอะ ทำให้เขาเดินออกมาที่ริมถนนด้วยความสงสัย
เขาพอจำเสียงได้ว่าเป็นเจ้าของร้านขายของข้างๆอพาร์ทเมนท์ของเขานี่เอง
เจ้าของร้านข้างๆเดินไปพูดอะไรสักอย่างเหมือนจะให้คนจรจัดนั้นทำตาม
คนจรจัดตอนแรกเหมือนจะไม่สนใจแต่สุดท้ายก็หยุดฟังแล้วเดินกลับไปที่แผงตามที่เจ้าของร้านชี้บอก
เขามองตาม
ไรเดอร์คนหนึ่งหยุดยืนนิ่งเพราะฟุตบาทแคบ เดินไม่ถนัด ต้องรอจนคนจรจัดเดินออกไปก่อน
เสียงไซเรนรถพยาบาลดังลั่นทำให้เขาต้องอุดหูแล้วเดินกลับเข้าไปในออฟฟิศอพาร์ทเมนท์แทน
เสียงดังลั่นค่อยๆหายไป
เขากดรับออร์เดอร์แล้วรีบบึ่งมาที่ร้านอาหารใกล้ๆอพาร์ทเมนท์ที่เขาพักอยู่
คนยังเยอะตามปกติ
ไรเดอร์ที่คุ้นเคยกัน2คนเข้ามาทักทายตามประสา พลางขอตัวออกไปส่งอาหารก่อน
ออเดอร์ของเขาเรียบร้อย
เขาหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปแล้วส่งข้อความไปยังคนสั่งอาหาร
ไรเดอร์ที่เป็นเพื่อนกันคนแรกข้ามถนนไปเกาะกลาง ส่วนอีกคนเพิ่งเดินออกไปตามหลังคนจรจัด
เสียงไซเรนดังไปทั่ว
เขาเห็นแวบๆว่าคนจรจัดนั้นหยิบผ้าขี้ริ้วผืนหนึ่งออกมาตามด้วยเสียงสำทับและชี้นิ้วบอกของเจ้าของร้านข้างร้านอาหาร
เสียงไซเรนแผดลั่นผ่านไป
เขายืนมองด้วยความแปลกใจว่าทำไมต้องทำขนาดนั้นด้วย
แค่ผ้าขี้ริ้วเนี่ยนะ...?
แม่ลูกคู่หนึ่งยืนอยู่ที่ข้างแผงขายดอกไม้
แม่หยิบขวดน้ำให้ลูกเปิดดื่ม
คนเป็นลูกหันไปตามเสียงเอะอะ แม่ก็มองตาม
คนเป็นลูกยื่นขวดน้ำให้แต่คนเป็นแม่ไม่ได้สนใจนักเพราะหันกลับไปดูเจ้าของร้านเรียกคนจรจัดที่กำลังเดินตรงมาที่เธอกับลูกยืนอยู่
แต่ไม่นานคนจรจัดก็เดินกลับไปตามที่เจ้าของร้านบอกแล้วหยิบผ้าขี้ริ้วออกมาแล้วใส่กลับไปใต้แผง
เสียงไซเรนแผดดังจนเธอกับลูกต้องอุดหูแน่น
คนเป็นลูกเอ่ยถามอะไรสักอย่างแต่เธอไม่ได้ยิน
แล้วเธอกับลูกก็เดินออกไปจากตรงนั้นโดยมีคนจรจัดเดินตามหลังไป
เขานั่งนิ่งคิดถึงเรื่องที่คนในบ้านเตือนเขา
มันไม่คุ้มเลย แถมยังต้องมาระวังเรื่องเอาคืนอะไรอีก
เขาส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
มันเป็นเหตุซึ่งหน้าและเขาก็ทำไปโดยสัญชาตญาณ
ถึงจะบอกแบบนั้นแต่เขาคิดว่าเขาประเมินรอบด้านแล้ว
...
เขายืนอยู่หน้าบ้าน คนจรจัดเดินมาที่แผงเช่าหน้าบ้านเขา
เจ้าของแผงไม่มา
เขาเห็นว่าคนจรจัดหยิบผ้าขี้ริ้วจากใต้แผง
เดี๋ยวคงเก็บ มันแค่ผ้าขี้ริ้ว
คนจรจัดหยิบมันไป
เขาเดินออกมาตามแล้วเรียกให้เอามาคืน
คนจรจัดยืนนิ่งเหมือนไม่รับรู้ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินเอามาคืน
...
มันเป็นเหตุซึ่งหน้า...
แล้วถ้ามีอะไรขึ้นมาล่ะ?
ไม่น่าจะเป็นงั้นมั้ง
แล้วถ้าเป็นล่ะ?
เสียงถามของคนในบ้านดังขึ้น
...
เขาถอนหายใจแล้วนั่งคิด
หรือว่ามันจะมากเกินไปจริงๆ
เขามองออกไปที่แผงหน้าบ้าน
งั้นต่อไปก็ช่างมันดีกว่า เรื่องแค่นี้เอง
เขายักไหล่แบบไม่สนใจแล้วกลับไปนั่งทำงานต่อ
...
แค่ผ้าขี้ริ้วเองนี่ ช่างมันไปเถอะ...
เขาพยักหน้ารับอย่างลังเลเมื่อคนในบ้านมองมาเหมือนต้องการคำตอบ
...
คนจรจัดเดินไปไกลแล้ว...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา