10 มี.ค. เวลา 08:12 • นิยาย เรื่องสั้น

EP.12: "ซากเดนของโลกใบเก่า... และเงาของโลกใบใหม่"

(เสียงรถบรรทุกเบรกดังลั่นถนน ปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงอันบัดซบในเช้าวันใหม่)
พัดลมเพดานเก่าๆ หมุนส่งเสียงดัง เอี๊ยด...อ๊าด... พัดเอาไอร้อนของเดือนมีนาคมเข้ามาในห้องเช่าสี่เหลี่ยมแคบๆ ย่านชานเมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน ผมนั่งมองกองบิลทวงหนี้ที่สอดอยู่ใต้ประตู... สลับกับมองเงาตัวเองในกระจกบานร้าว
ไอ้แก่หัวหงอกหน้าตาอมทุกข์คนนี้... ครั้งหนึ่งคนเคยเรียกมันว่า 'เสี่ย' ผมเคยมีโกดังสินค้า เคยมีลูกน้องนับร้อย เคยเซ็นเช็คใบละหลายล้านด้วยความรู้สึกอหังการ... แต่ดูสภาพผมตอนนี้สิ เป็นได้แค่ซากฟอสซิลที่ถูกยุคดิจิทัลเหยียบจมดิน ผมแค้น... แค้นจนจุกอก ผมด่าตัวเองทุกวันว่าทำไมถึงโง่ดักดานขนาดนี้ ทำไมตอนที่โลกเขากำลังเปลี่ยนผ่าน ผมถึงยังมัวแต่งมโข่ง
กอดกระดาษ L/C กอดระบบธนาคารแบบเดิมๆ ไว้แน่น คิดว่าตัวเองเก๋าเกม... สุดท้ายก็กลายเป็นแค่เหยื่ออันโอชะให้พวกเด็กรุ่นใหม่ที่พิมพ์โค้ดไม่กี่บรรทัดปล้นเอาไปจนหมดตัว
แต่ที่มันเจ็บปวดจนช้ำเลือดช้ำหนองยิ่งกว่าการโทษตัวเอง... คือการหันไปมองข้างนอกนั่น
ผมเกลียด... เกลียดไอ้สังคมที่กำลังโห่ร้องดีใจกับภาพลวงตา เกลียดพวกแม่ค้า เกลียดชาวสวนที่กำลังปรบมือเชียร์ รมต. และนโยบาย 'Center Hub' บ้าบอนั่น พวกเขาไม่รู้หรอกว่ากำลังเดินเรียงคิวกันเข้าโรงฆ่าสัตว์!
พวกเขาคิดว่ารัฐบาลกำลังช่วยปราบทุนผูกขาด... โถ่เอ๊ย! รัฐบาลน่ะมันก็แค่ 'เซลส์แมนหน้าโง่' ที่กำลังเอาข้อมูลและเส้นเลือดใหญ่ของประเทศไปเซ็นสัญญาทาสประเคนให้พวกต่างชาติซ่อนแอบอย่างกลุ่ม ด๊อกเตอร์หงส์ ต่างหาก!
ผมอยากจะตะโกนบอกทุกคน อยากจะกระชากคอเสื้อพวกนักการเมืองที่กำลังยิ้มหน้าระรื่นรับงบประมาณว่า... "มึงกำลังขายชาติผ่านสายไฟเบอร์ออปติกโว้ย!"
แต่ใครจะฟังผม? ผมมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ ไร้ค่า ไร้อำนาจ... ในขณะที่ ดร.หงส์ กับพวกกลุ่มต่างชาตินรกนั่น นั่งจิบชาอยู่บนตึกระฟ้า กดคีย์บอร์ดสองสามที เงินก็ไหลเข้ากระเป๋ามันเป็นร้อยล้าน... ส่วนผม... แค่จะหาเงินไปซื้อข้าวมันไก่กินประทังชีวิตยังต้องนั่งนับเหรียญ
โลกใบเก่าที่ผมเคยสร้างตัวมามันตายไปแล้ว... และโลกใบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น มันก็ไม่มีที่ยืนให้คนตาสว่างที่ไร้ทางสู้อย่างผมเลยแม้แต่นิดเดียว...
ข้าวมันไก่รสขม กับ กาแฟรสชาติความจริง
ผมลากสังขารมาที่ร้าน "สภาคนจร" ร้านกาแฟโบราณที่กลายเป็นที่รวมหัวของคนถูกโลกทิ้ง ผมสั่ง "ข้าวมันไก่ เนื้อหน้าอก ไม่เอาหนัง" เมนูประหยัดที่ต้องฝืนกินเพื่อรักษาสุขภาพในวันที่ไม่มีประกันสังคมรองรับ แล้วถือห่อข้าวมานั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวยาว
"ไงเสี่ย... วันนี้ข้าวมันไก่ห่อเดียวเหรอ? เมื่อก่อนเห็นสั่งไก่สับจานใหญ่ตับเยอะๆ" เฮียเจ้าของร้านตะโกนทักขณะชงโอเลี้ยง
"ช่วงนี้ลดความอ้วนครับแปะ..." ผมยิ้มแห้ง "ว่าแต่ วันนี้ลูกค้าเคยๆ พรรคพวกเรา มีแวะเวียนมาบ้างไหม?"
เฮียเจ้าของร้านบุ้ยปากไปทางโต๊ะริมสุด ที่นั่นมี สมพงษ์ นั่งอยู่ เขาคืออดีตหัวหน้าช่างรับเหมาที่เคยรุ่งเรืองยุคก่อสร้างบูมๆ ตอนนี้เหลือแค่เสื้อช็อปเก่าๆ กับความรู้เรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่คนยุคนี้มองว่าล้าสมัย
สมพงษ์พ่นควันบุหรี่ตราแมวเขียวออกมาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะกวักมือเรียกผม "เสี่ย... มานี่ดิ เชื่อผมเถอะ ไอ้สายเคเบิลสีส้มๆ ที่พวกมันมาขุดวางหน้าปากซอยเมื่อคืนน่ะ มันไม่ใช่งานขยายเน็ตประชารัฐอะไรนั่นหรอก"
ผมหยุดเคี้ยวไก่เนื้ออก "ทำไมล่ะพงษ์? ผมเห็นโลโก้บริษัทที่ติดข้างรถมันก็ดูเป็นทางการดีนะ"
"เสี่ย... ผมคุมงานร้อยท่อใต้อินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่มือถือยังเป็นรุ่นกระดูกหมา ผมดูออกว่าท่อ HDPE ขนาดนั้นน่ะ มันเอาไว้เดิน 'Fiber Optic Backbone' เกรดพิเศษที่เชื่อมตรงเข้า Data Center โดยเฉพาะ... และที่สำคัญที่สุดนะเสี่ย..." สมพงษ์โน้มตัวเข้ามากระซิบจนกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะจมูก "บริษัทที่รับเหมาช่วงงานนี้...
ผมแอบไปดูเลขทะเบียนรถมัน มันจดทะเบียนในชื่อของกลุ่ม H-Net! ผมว่าพวกมันไม่ได้เดินสายให้รัฐบาลใช้หรอก แต่มันกำลังสร้างทางด่วนข้อมูลส่วนตัว หรืออาจจะเป็นโปรเจกต์ Data Center ยักษ์ใหญ่ที่ซ่อนรูปอยู่"
"มันจะใช่เหรอพงษ์? ผมเห็นป้ายไวนิลเขียนว่าโครงการพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะเพื่อปวงชน ดูดีจะตาย" ผมลองหยั่งเชิง
สมพงษ์เหยียดยิ้มสมเพช "ไอ้คำสวยหรูนั่นมันไว้หลอกพวกกินค่าคอมฯ เสี่ย... แต่เลขที่ข้างรถบรรทุกน่ะ มันคือของ H Intelligent Network หรือพวก H-Net กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งได้ 'Super License' ไปเมื่อเดือนก่อนไง"
(H-Net... กลุ่มของวิกรม ไอ้กร๊วกนั่น?) เสียงในหัวผมดังขึ้นทันที
"แม่นแล้วเสี่ย! พวกมันไม่ได้มาเดินสายเน็ตให้ชาวบ้านใช้ฟรีๆ หรอก แต่มันกำลังสร้าง 'H-Pipe' ท่อส่งข้อมูลขนานใหญ่ที่เชื่อมตรงจากตู้ ATM ทุกตู้ในย่านนี้ เข้าสู่ Data Center ของพวก Big Tech ที่ระยอง... มันคือการดักจับ (Interception) ข้อมูลธุรกรรมสดๆ ก่อนจะส่งเข้าเซิร์ฟเวอร์แบงก์ชาติซะอีก!"
(นี่มันคือ 'รั้วอิเล็กทรอนิกส์' ของจริงเลยนี่หว่า... ด๊อกเตอร์หงส์ไม่ได้แค่จะฟอกเงินผ่าน Carbon Credit แต่เธอกำลังใช้ H-Net สร้างระบบนิเวศทางการเงินใหม่ที่ถูกกฎหมาย น่าสงสารที่เหล่าผู้รอบรู้แห่งสารขัณฑ์กับมองไม่เห็น)
"ใช่เสี่ย..." สมพงษ์พูดต่อ "ในขณะที่พวกเรากำลังนั่งกังวลเรื่องเงินในบัญชีไม่ครบสองพันบาทจนถอนไม่ได้... ไอ้พวก H-Net มันกำลังวางท่อดูด 'ข้อมูลความเป็นตัวตน' ของพวกเราไปปั่นเป็นค่าความน่าเชื่อถือดิจิทัล เพื่อบังคับให้เราไปกู้เงินในแอปของพวกมันแทนธนาคารพาณิชย์ที่กำลังจะเจ๊ง!.....หรือเปล่า"
เสี่ยไส้แห้งนั่งมองทีวีเก่าๆ ในร้านกาแฟที่รายงานข่าว "ไต้หวันควัก 2 ล้านเหรียญช่วยอิสราเอล" เขาหยุดเคี้ยวข้าวมันไก่ แล้วหันไปพยักพเยิดกับ สมพงษ์ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาพับกระดาษหนังสือพิมพ์
เสี่ยไส้แห้ง: "พงษ์... ดูข่าวนั่นดิ ไต้หวันส่งเงินช่วยอิสราเอล 70 กว่าล้านบาท บอกว่าเป็น 'ประชาธิปไตยแนวหน้า' เหมือนกัน"
สมพงษ์: (เงยหน้าขึ้นมาพ่นควันบุหรี่) "70 ล้านเหรอเสี่ย? เงินแค่นั้นมันจะไปช่วยอะไรได้ในสงครามตะวันออกกลาง? ผมว่ามันเหมือนการส่ง 'SMS' ไปบอกอเมริกามากกว่าว่า 'เฮ้ย! อย่าลืมกูนะ กูพวกเดียวกับอิสราเอลนะ' "
เสี่ยไส้แห้ง: (ยิ้มกึ่งสมเพช) "คุณมองขาดพงษ์... แต่มันมี 'ราคา' ที่ต้องจ่ายนะ ทุกครั้งที่ไต้หวันขยับตัวแบบนี้ ปักกิ่งจะยิ่งกดดันหนักขึ้น ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียจะยิ่งผันผวน... และนั่นแหละคือสิ่งที่ มาดามหงส์ ต้องการ"
สมพงษ์: "ยังไงเสี่ย?"
เสี่ยไส้แห้ง: "ยิ่งโลกวุ่นวาย ยิ่งมีการแบ่งข้างชัดเจน ความเสี่ยง (Risk) มันก็ยิ่งสูง... แล้วคุณรู้ไหมว่าเวลาโอนเงินข้ามประเทศในช่วงที่เสี่ยงๆ แบบนี้ 'ค่าธรรมเนียมป้องกันความเสี่ยง' หรือ 'Swap Fee' ในระบบ mBridge มันจะพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว! แล้วนะพงษ์ แต่เชื่อไหมมันต้องมีพวกหนึ่งที่จ้องจะใช้ความวุ่นวายของไต้หวันและอิหร่านมาเป็นข้ออ้าง 'อัปเกรดท่อ' mBridge เพื่อหัวคิวเพิ่มเป็น 0.5% หรือ 1% โดยที่ธนาคารของแต่ละชาติไม่มีทางเถียงได้เลย... เพราะอ้างว่ามันคือ 'ประกันภัย' ในโลกที่กำลังจะระเบิด"
เสี่ยไส้แห้งวางรายงาน PDF ในมือลง (ที่แอบโหลดมาจากกระทรวงหนึ่ง) แล้วหันไปหา สมพงษ์ ที่ร้านสภาคนจร
เสี่ยไส้แห้ง: "พงษ์... คุณดูนี่ พญามังกรเขาจะให้ดอกเบี้ยหยวนดิจิทัลแล้วนะ ปี 2569 นี้แหละ"
สมพงษ์: "ก็ดีสิเสี่ย แบงก์ไทยมันขี้เหนียวดอกเบี้ยจะตาย แถมยังจะมายึดเงินสองพันในบัญชีผมอีก ถ้าหยวนดิจิทัลให้ดอกดี ผมก็อยากใช้นะ"
เสี่ยไส้แห้ง: (ถอนหายใจยาว) "นั่นแหละคือสิ่งที่มันต้องการ... มันล่อให้เราเดินเข้ากรงด้วยดอกเบี้ยไม่กี่สตางค์ แต่ข้างในกรงน่ะ มันเขียนโปรแกรมคุมชีวิตเราไว้หมดแล้วนะพงษ์ ทันทีที่เงินคุณกลายเป็น e-CNY พวกเขาจะรู้ทันทีว่าคุณซื้อข้าวมันไก่กี่ห่อ ซื้อยาเส้นกี่ซอง... และถ้าวันหนึ่งคุณพูดจาไม่เข้าหูพวกรถ H-Net หน้าปากซอย... เงินในมือถือคุณอาจจะ 'หายวับ' ไปเหมือนธาตุอากาศเลยก็ได้!"
ผมมองข้าวมันไก่ในจานที่เริ่มฝืดคอ
เสี่ยไส้แห้ง :"อืมพงษ์... ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่า มันก็ตรงกับข่าวที่ทางการจะทำรั้วอิเล็กทรอนิกส์ครอบประเทศตาม โมเดลเมืองไห่หนาน ...มันเริ่มลงหมุดหลักแรกหน้าบ้านเราตั้งแต่เมื่อคืนแล้วสิ"
สมพงษ์พยักหน้าช้าๆ "ใช่เสี่ย... ในขณะที่เสี่ยนั่งโหลดข้อมูลด้วย Script Python ในห้องเช่าๆ พวกผมนี่แหละคือ 'หน้าด่าน' ที่เห็นพวกมันขุดดินฝังประเทศเราลงไปทีละนิ้ว... เสี่ยรีบกินข้าวซะ แล้วขึ้นไปดูในจอซิว่า ไอ้ท่อไฟเบอร์สายสีส้มหน้าปากซอยเราเนี่ย มันไปโผล่ที่ แกนกลาง Data Center ไหนในสิงคโปร์!"
Disclaimer & End Credit
คำชี้แจง: เหตุการณ์และตัวละครในนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นเพื่อความบันเทิงและสะท้อนมุมมองทางสังคมเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคล องค์กร หรือสถานการณ์จริงใดๆ ข้อคิดเห็นทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ปรากฏ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอรรถรสทางวรรณกรรม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Created & Directed by: มนุษย์วัยรุ่นปวดหลัง (นักวิเคราะห์ไส้แห้ง) 🔗 ติดตามพูดคุยกันได้ที่: https://www.facebook.com/struggling.analyst.th
Co-Written & Powered by: Gemini AI (คู่หูไซเบอร์ผู้ไม่หลับใหล)
"นิยายเรื่องนี้คือผลผลิตจากปลายนิ้วของมนุษย์ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ผสานกับพลังการประมวลผลของ AI เพื่อตีแผ่ความบิดเบี้ยวของโลกทุนนิยมในยุคดิจิทัล"
โฆษณา