11 มี.ค. เวลา 04:28 • การเมือง

EP.13: "ปาหี่ไฮบริด... และท่อดูดเลือดใต้พรมแดง"

"...ท่านผู้ชมคะ วันนี้ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศสารขัณฑ์เลยทีเดียวค่ะ ภาพสดๆ ที่ท่านผู้ชมเห็นอยู่นี้คือบรรยากาศจากศูนย์การประชุมแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประชุม World Bank นัดพิเศษ..."
"...และเมื่อสักครู่นี้เอง ท่าน รมว.คลัง ได้จับมือกับตัวแทนจากธนาคารโลก ประกาศเปิดตัว 'Sarnkhan Trade Connect' แพลตฟอร์ม FinTech ระบบไฮบริดระดับชาติอย่างเป็นทางการ! โดยระบุว่านี่คือนวัตกรรมที่จะพลิกโฉมการค้าระหว่างประเทศ เป็นการผสานระบบธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ล้ำสมัย... ไร้รอยต่อ ปลอดภัย และจะช่วยให้กลุ่ม SME ของเราก้าวขึ้นไปผงาดบนเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิค่ะ!..."
ฉับ!!
เสียงผู้ประกาศข่าวสาวหน้าแฉล้มถูกตัดขาดลงพร้อมกับแสงจากหน้าจอทีวีเก่าๆ ที่ดับวูบ
ผมโยนรีโมทลงบนฟูกนอนที่ยับยู่ยี่ ก่อนจะถอนหายใจยาวจนได้กลิ่นเหม็นอับของห้องเช่าแคบๆ ย่านชานเมือง...
"ไฮบริดพ่องดิ..." ผมสบถลอดไรฟัน
ภาพพวกใส่สูทราคาแพงยืนฉีกยิ้มปรบมือกันเกรียวกราวบนเวทีระดับโลกเมื่อกี้ มันทำให้ผมคลื่นไส้จนแทบจะขย้อนข้าวมันไก่ที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา พวกมันกำลังสวมบทบาทเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยประเทศ แต่ความจริงแล้ว... มันก็แค่งานละครสัตว์ที่จัดขึ้นมาเพื่อตบตาประชาชน
ผมหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับหน้าจอมอนิเตอร์ของตัวเอง แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนเงาไอ้แก่หัวหงอกที่กำลังจ้องมอง 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่หลังคำว่าไฮบริด
บนหน้าจอของผมคือไฟล์เอกสาร PDF ลับสุดยอดที่ชื่อว่า 'Project mBridge' ของ BIS... ในหน้า 47 ปรากฏรายชื่อธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่สีเขียว สีม่วง สีน้ำเงิน สีเหลือง ของประเทศสารขัณฑ์ หราอยู่บนนั้น พวกเขาคือ "นกต่อ" ที่ถูกสั่งให้เข้าร่วมระบบนี้มานานแล้ว
รัฐบาลสารขัณฑ์อวดอ้างว่า Sarnkhan Trade Connect คือนวัตกรรมของชาติที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมา... โกหกทั้งเพ!
ความจริงก็คือ แบงก์ชาติมัวแต่นั่งประชุมห้องแอร์ พัฒนา Retail CBDC (เงินดิจิทัลภาคประชาชน) ชักช้าเป็นเต่าคลาน พอถึงคิวต้องจัดงานโชว์ผลงานให้ World Bank ดู รัฐบาลเลยจนตรอก ไม่มี 'ถนน' ให้เงินดิจิทัลวิ่ง พวกเขาจึงต้องไปก้มหัวแอบทำสัญญาเช่า 'ท่อสายสีส้ม' (H-Pipe) และเซิร์ฟเวอร์ Data Center ของกลุ่มทุน H Intelligent Network (H-Net) มารันระบบจัดฉากแก้ขัด!
คำว่า 'ระบบไฮบริด' ที่พวกมันเอามาตบตาฝรั่ง ไส้ในของมันก็คือระบบ mBridge ที่วิ่งอยู่บนโครงข่ายส่วนตัวของ ดร.หงส์ ดีๆ นี่เอง!
ภายใต้พรมแดงที่พวกผู้นำโลกยืนถ่ายรูปจับมือกันอย่างชื่นมื่น... ไม่มีใครรู้เลยว่า มาดามหงส์ กำลังนั่งจิบไวน์ยิ้มรับสิทธิ์ 'Master Key' ในการคุมระบบการค้าทั้งประเทศไปแบบฟรีๆ ทันทีที่ SME ทุกเจ้าถูกบังคับให้ส่งออกสินค้าผ่านระบบนี้ ข้อมูลความลับทางการค้าทุกบรรทัด และเงินทุกบาท จะถูกดูดผ่านท่อ H-Pipe ให้มาดามหงส์นั่งหักหัวคิว 0.3% แบบเรียลไทม์!
ปล้นกลางแดด... ปล้นโดยมีผู้นำระดับโลกมายืนปรบมือเป็นพยานให้!
ผมมองตัวเลขบรรทัดโค้ดบนหน้าจอ Python ที่กำลังวิ่งแกะรอย Traffic ของเซิร์ฟเวอร์ H-Net โลกใบใหม่มันไม่ได้น่ากลัวเพราะเทคโนโลยีหรอก... แต่มันน่ากลัวตรงที่เทคโนโลยีพวกนี้ ถูกเอามาซ่อนไว้หลังรอยยิ้มของพวกเซลส์แมนขายชาติต่างหาก
(ตัดภาพจากห้องเช่าแคบๆ ของนักวิเคราะห์ไส้แห้ง... สู่ความตึงเครียดในห้องกระจกปรับอากาศชั้น 40 บนตึกระฟ้าใจกลางเมือง)
เดวิท ลี ชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ โยนแท็บเล็ตที่เปิดหน้าเว็บไซต์ข่าว 'เมืองหลวงธุรกิจ' ลงบนโต๊ะหินอ่อน พาดหัวข่าวสีแดงสะดุดตาปรากฏหลาบนหน้าจอ:
“เปิดปฏิบัติการ 'ปอกเปลือกนอมินี' ค้น 8 ล้งทุนจีน กดราคามะพร้าวราชบุรี”
"มานะ... อธิบายเรื่องสวะพวกนี้มาซิ" เสียงของเดวิท ลี เยียบเย็นและติดสำเนียงต่างชาติเล็กน้อย สายตาของเขาจ้องเขม็งราวกับใบมีด
มานะ พร้อมพวกทนายความและเหล่า นอมินีชาวสารขัณฑ์ที่รับหน้าที่ 'เซ็ตอัประบบ' ให้กับกลุ่มทุนต่างชาติ ยืนเหงื่อซึมตามไรผม แม้เครื่องปรับอากาศในห้องจะเย็นเฉียบ
"มัน... มันเป็นแค่อุบัติเหตุหน้างานครับบอส ตำรวจ ปอศ. (สอบสวนกลาง) กับกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ไปกวาดล้างพวกล้งรับซื้อมะพร้าวน้ำหอม พวกมันจับได้ว่าเราใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้น 51% บังหน้าเพื่อกดราคารับซื้อจากชาวสวนเหลือลูกละ 2 บาท แล้วส่งออกฟันกำไรลูกละ 50..."
"ผมไม่ได้ถามเรื่องราคามะพร้าว!" เดวิท ลี ตะคอกตัดบท ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่บานกระจก มองลงไปยังแสงไฟเบื้องล่าง "คุณมองเห็นแค่คดี พ.ร.บ.ต่างด้าว ธรรมดาๆ... แต่คุณลืมไปหรือเปล่ามานะ ว่าไอ้บริษัทกระดาษ 6 บริษัทที่เพิ่งโดนตำรวจยึดเอกสารบัญชีไปเป็นสิบกล่องน่ะ มันใช้ 'สำนักงานบัญชี' และ 'ชื่อคนไทยรับจ้าง' ชุดเดียวกับที่เราใช้กว้านซื้อที่ดินสร้าง Data Center ให้ H-Net ที่ระยอง!"
มานะหน้าซีดเผือด กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ตะ...แต่ผมสั่งให้ลูกน้องทำบัญชีแยกกันคนละแฟ้มแล้วนะครับ"
"ตำรวจ CIB ไม่ได้กินหญ้า!" เดวิท ลี หันขวับกลับมาตบโต๊ะ "ถ้าพวกมันไล่เส้นทางการเงินจากไอ้ล้งมะพร้าวเวรนี่ แล้วเกิดไปครอสเช็กเจอว่า ยายซิ้มชาวสวนที่เป็นนอมินีมะพร้าว ดันมีชื่อเป็นกรรมการบอร์ดบริหารของบริษัทซับคอนแทรคที่กำลังขุดถนนวางสายไฟเบอร์ออปติก 'H-Pipe' ทั่วประเทศล่ะ? คุณคิดว่าความลับเรื่องเส้นทางเงินของเราจะรอดไหม!?"
เดวิท ลี เดินเข้าไปประชิดตัวมานะ น้ำเสียงของเขากดต่ำลงจนน่าขนลุก
"บอสใหญ่เพิ่งจะใช้เพาเวอร์คอนเน็กชั่นทำให้เหล่านักการเมืองสารขัณฑ์เปิดตัว 'ระบบไฮบริด' โชว์พวก World Bank ไปหมาดๆ... เรากำลังจะคุมเส้นเลือดใหญ่ของประเทศนี้ผ่านระบบ mBridge เรากำลังจะดูดข้อมูลและสวอปเงินมหาศาล... เราจะมาตกม้าตาย พังพินาศย่อยยับเพราะเรื่องคดีกดราคามะพร้าวน้ำหอมไม่ได้!"
"ผะ...ผมเข้าใจแล้วครับบอส!" มานะลุกลนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา "ผมจะสั่งทีมเก็บกวาดให้ลงไป 'ทำความสะอาด' จัดการทำลายฮาร์ดดิสก์ สัญญาเช่าที่ดิน และลบเส้นทางเชื่อมโยงเอกสารทั้งหมดเดี๋ยวนี้เลยครับ!"
"ทำให้ไว... ก่อนที่พวกตำรวจ หรือพวกหมาบ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ไหนจะจับกลิ่นนี้ได้" เดวิท ลี หรี่ตาลง มองทะลุออกไปในความมืดมิดของกรุงเทพฯ "ถ้าพลาด... คุณก็เตรียมตัวไปเป็นปุ๋ยปลูกมะพร้าวที่ราชบุรีได้เลย"
(ตัดภาพจากความลุกลนของเดวิท ลี... ขึ้นสู่ชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของ ดร.หงส์)
แสงไฟจากจอภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่สะท้อนลงบนใบหน้าเรียบเฉยของ ดร.หงส์ บนหน้าจอไม่ได้ฉายภาพงานแถลงข่าว World Bank แสนน่าเบื่อหน่าย แต่เป็นแผนที่โลกที่เต็มไปด้วยเส้นแสงสีแดงระยิบระยับ วิ่งพาดผ่านจากมหานครแห่งสารขัณฑ์ พุ่งตรงสู่เกาะฮ่องกง... มันคือ Traffic ของระบบ mBridge ที่กำลังเริ่มทำงานเงียบๆ ใต้พรมแดน
มามุธ ผู้เป็นทั้งบอดี้การ์ดและหัวหน้าทีมไซเบอร์ส่วนตัว เดินก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนรายงาน
"บอสครับ... กลุ่มแฮกเกอร์ 'อีวาน' จากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ปล่อยมัลแวร์โจมตีระบบสำรองของ SWIFT ที่แฟรงก์เฟิร์ตตามสัญญาแล้ว ตอนนี้หน่วยเฝ้าระวังไซเบอร์ของอเมริกาและยุโรปกำลังปั่นป่วน สัญญาณเตือนภัยระดับเรดโค้ดดังไปทั่วฝั่งตะวันตก"
ดร.หงส์ ยกแก้วชาอู่หลงชั้นเลิศขึ้นจิบเบาๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่เส้นแสงสีแดงบนจอภาพ
"ทำงานได้สมราคา... แต่พวกมันก็คงทิ้งร่องรอยไว้ให้ฝรั่งตามกลิ่นเจออยู่ดีใช่ไหม?"
"ครับบอส" มามุธตอบ "สไตล์รัสเซีย ดุดันแต่ทิ้งคราบ... ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมเราต้องจ่ายเงินมหาศาลจ้างพวกแฮกเกอร์ระดับรัฐแบบนี้ แค่เพื่อสร้างม่านควันชั่วคราวด้วยครับ?"
ดร.หงส์ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องในความเงียบ เธอหมุนตัวกลับมาสบตามามุธด้วยแววตาที่ลึกล้ำและเย็นเยียบ
"มามุธ... คุณรู้ไหมว่าข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของพวกอาชญากรไซเบอร์คืออะไร?"
ดร.หงส์ ก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้หน้าจอ "พวกมันคิดว่าความเก่งกาจคือการเจาะระบบเข้าไปขโมยเงินให้ได้มากที่สุด... แต่นั่นมันคือวิถีของพวกโจรกระจอก"
เธอชี้ปลายนิ้วไปที่จุดกะพริบสีแดงเหนือแผนที่ยุโรปที่กำลังวุ่นวาย
"อาวุธที่ทรงพลังที่สุดในสงครามไซเบอร์ ไม่ใช่ไวรัสหรือมัลแวร์... แต่มันคือ 'การขโมยความสนใจ'"
ดร.หงส์ เหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"ในขณะที่พวกอเมริกาและตะวันตก กำลังแห่ส่งยุทโธปกรณ์และสมองกลทั้งหมดไปดับไฟที่พวกเขาก่อขึ้นไม่ว่าข้ออ้างเรื่อง น้ำมัน ที่เวเน เลยไปถึงการทะลึ่งใส่ความให้เหล่าตะวันออกกลาง มี นิวเคลีย จนไปถึงกระบวนการที่ยังจะแปลงระบบเก่าทางการเงิน เหมือนกับการแค่ เปลี่ยน interface UX/UI หน้าบ้าน ว่าเป็น ระบบ ดิจิตอล
พวกมันจะตาบอดและหูหนวกชั่วขณะ ไม่มีใครในวอชิงตันหรือบรัสเซลส์มีเวลามาสนใจว่า ที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังมี 'ท่อดูดเงิน' ขนาดมหึมาเปิดใช้งานอยู่ภายใต้งานประชุม World Bank"
มามุธนิ่งอึ้ง มองด็อกเตอร์สาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลานของเขา แต่กลับมีความคิดที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจแห่งอำนาจตนไหนๆ ที่เขาเคยรับใช้
"ปล่อยให้พวกตะวันตกสู้กันด้วยโค้ดคอมพิวเตอร์แบบเด็กเล่นป่วนโลกไปเถอะมามุธ..." ดร.หงส์ หันกลับมามองตัวเลข 0.3% ที่กำลังวิ่งขึ้นเป็นหลักร้อยล้านในบัญชีลับ
"เพราะผู้ชนะที่แท้จริง... คือคนที่ครอบครอง 'โครงสร้างพื้นฐาน' ของโลกใบใหม่ต่างหาก"
Disclaimer & End Credit
คำชี้แจง: เหตุการณ์และตัวละครในนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นเพื่อความบันเทิงและสะท้อนมุมมองทางสังคมเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคล องค์กร หรือสถานการณ์จริงใดๆ ข้อคิดเห็นทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ปรากฏ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอรรถรสทางวรรณกรรม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Created & Directed by: มนุษย์วัยรุ่นปวดหลัง (นักวิเคราะห์ไส้แห้ง) 🔗 ติดตามพูดคุยกันได้ที่: https://www.facebook.com/struggling.analyst.th
Co-Written & Powered by: Gemini AI (คู่หูไซเบอร์ผู้ไม่หลับใหล)
"นิยายเรื่องนี้คือผลผลิตจากปลายนิ้วของมนุษย์ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ผสานกับพลังการประมวลผลของ AI เพื่อตีแผ่ความบิดเบี้ยวของโลกทุนนิยมในยุคดิจิทัล"
โฆษณา