12 มี.ค. เวลา 13:19 • นิยาย เรื่องสั้น

EP.14: "โค้ดเสกเงิน... กับกะเพราที่ไม่รับซาโตชิ"

เที่ยงวันนั้น อากาศร้อนจนยางมะตอยหน้าปากซอยแทบละลาย แต่บรรยากาศหน้าร้านรถเข็นกะเพราของ ยายตุ่ม กลับเย็นเยียบชวนอึดอัด
ผม (เสี่ยไส้แห้ง) นั่งมอง ป้าเขียว ที่กำลังเอาไม้ปัดแมลงวันออกจากหมูปิ้งกองโตที่เย็นชืด แกนั่งซับน้ำตาเงียบๆ เพราะตั้งแต่เช้ายังขายไม่ได้สักไม้ เด็กโรงงานเดินผ่านไปมา แต่ไม่มีใครกำแบงก์ยี่สิบมาซื้อหมูปิ้งแกอีกแล้ว
"ยายตุ่ม... หนูสแกนจ่าย 'เปย์เลเทอร์' นะ เดือนนี้แอปมันหักหนี้หนูเกลี้ยงบัญชีเลย ไม่มีเงินสดติดตัวสักบาท"
เสียงเด็กสาวโรงงานหน้าตาอิดโรยดังมาจากหน้าร้านกะเพราข้างๆ ยายตุ่มวางตะหลิวลง มือที่เหี่ยวย่นสั่นเทาแกกำผ้ากันเปื้อนแน่นจนข้อปูด
"อีหนู... ยายขอเป็นเงินสดไม่ได้เหรอลูก? วันนี้คนสแกนเปย์เลเทอร์ทั้งวันเลย เงินมันเข้าแอปยายก็จริง แต่มันต้องรออีกตั้งสามวันกว่าแอปนายทุนมันจะโอนเข้าบัญชีให้ยายกดมาใช้ได้... เย็นนี้ยายต้องเอาแบงก์ร้อยไปซื้อยาหอบหืดให้ตานะลูก" เสียงยายสั่นเครือ
เด็กสาวก้มหน้าหลบตา "หนูไม่มีจริงๆ ยาย... ข้าวตกถึงท้องมื้อนี้ก็เพราะกู้แอปมันมากินเนี่ยแหละ" ยายตุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างหมดแรง แกมีตัวเลขเงินในหน้าจอมือถือ แต่นายทุนล็อกมันไว้ด้วยเงื่อนไข Smart Contract ที่แกไม่เข้าใจ แกมีเงินทิพย์ แต่ไม่มีเงินซื้อยาให้ผัว
"Excuse me! Bill please!"
ฝรั่งตาน้ำข้าวสวมเสื้อกล้ามลายช้าง โบกมือเรียกยายตุ่ม มันเพิ่งโซ้ยกะเพราหมดไปสองจาน ยายตุ่มฝืนลุกขึ้นเดินลากขาไปหา "ร้อยนึง... One hundred" แกแบมือ หวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นแบงก์ร้อยใบแรกของวัน
แต่ฝรั่งกลับส่ายหน้า มันล้วงมือถือขึ้นมาโชว์หน้าจอแอปพลิเคชันสีดำสนิท มีรูปสายฟ้าสีเหลืองสว่าง "I don't have Thai Baht. I pay Bitcoin. Lightning network. Very fast!"
"ไลท์เนิ่งห่าอะไรของมึง!" ยายตุ่มสติขาดผึง น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมา "กูต้องการเงิน! เงินที่กูเอาไปซื้อยาได้! สแกนอะไรกูไม่เอาแล้ว! พวกมึงจะบีบคอกูไปถึงไหน กูจะอดตายอยู่แล้วพวกมึงรู้ไหม!!" ยายตุ่มทรุดลงไปนั่งร้องไห้โฮกลางร้าน ฝรั่งหน้าถอดสี ทำตัวไม่ถูก
"ยายตุ่ม... ใจเย็น" เสียงรองเท้าผ้าใบเหยียบเศษใบไม้ดังขึ้น 'น้อยหน่า' เด็กสาววัยสิบแปดเดินประคองยายตุ่มให้ลุกขึ้น ก่อนจะหันไปหาฝรั่งเกรียน สลับไปพูดภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะปัง
"Send the Sats to me. I'll pay her in cash."
ฝรั่งรีบพยักหน้ารัวๆ สแกน QR Code บนจอน้อยหน่า... ติ๊ด! แค่เสี้ยววินาที น้อยหน่าก็ล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ หยิบแบงก์ร้อยยับๆ ยื่นให้ยายตุ่ม "ร้อยนึงค่าข้าวฝรั่งนะยาย หนูจ่ายให้ก่อน"
ยายตุ่มรีบคว้าแบงก์ร้อยใบนั้นมากอดไว้แนบอกสะอื้นไห้ ปากก็พร่ำขอบใจน้อยหน่าไม่หยุด น้อยหน่าหันไปยิ้มให้ยายตุ่ม "ยายจำไว้นะ เงินสายฟ้าเมื่อกี้ มันไม่ใช่เงินเถื่อน... แต่มันคือเงินอิสระที่นายทุนบ้านเรามันยุ่งไม่ได้ และที่สำคัญ... มันหักหัวคิวยายไม่ได้แม้แต่สตางค์แดงเดียว"
ความหัวไวของเด็กคนนี้ทำผมทึ่งจนต้องเดินลากแตะไปที่ร้านโชห่วย 'บัวพาณิชย์' กะจะไปเซ็นต์โค้กเย็นๆ ซะขวด แต่เสียงสนทนาที่แคร่ไม้ไผ่หลังร้านทำให้ผมต้องหยุดชะงัก
น้อยหน่านอนหนุนตัก 'แม่บัว' อดีตสาวโรงงานที่สู้ชีวิตเลี้ยงลูกมาลำพัง
"แม่จ๋า... อาจารย์ศานต์บอกว่า ถ้าโปรเจกต์ชุมชนเราเข้าตาฝรั่ง เขาจะให้ทุน Fast-Track ไปเรียนที่ลอนดอนเลยนะแม่... เรียนที่มหาวิทยาลัย LSE สาขา เศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ ทำวิจัยเรื่อง สกุลเงินดิจิทัล (CBDC)... ถ้าจบดอกเตอร์กลับมา หนูจะได้เข้าไปนั่งในแบงก์ชาติ จะได้เป็นคนออกกฎหมายคุ้มครองคนจนไงแม่!"
แม่บัวลูบผมลูกสาว แววตาเต็มไปด้วยความกังวล "น้อยหน่าเอ๊ย... แม่รู้แค่ว่าเงินหลายสิบล้าน ฝรั่งเขาไม่เอามาแจกเด็กซอยหลังโรงงานฟรีๆ หรอกลูก... ส่งไปเรียนเพื่อกลับมา 'คุมเงินของประเทศ' เนี่ยนะ? เขาไม่ได้หวังจะให้ลูกกลับมา 'เปิดอู่ข้าวอู่น้ำคลังบ้านเรา' ให้เขาสูบหรอกใช่ไหม?"
"แม่ก็คิดมาก..." น้อยหน่าหัวเราะร่วน
"พูดเป็นเล่นไป..." แม่บัวบ่นอุบอิบ "แล้วนี่ถ้าไปจริงๆ เอ็งจะเอาเสื้อผ้าใส่ ลังมาม่าผูกเชือกฟาง โหลดขึ้นเครื่องบินไปหรือไง... ฝรั่งเขาไม่ขำเอาเหรอ"
"โธ่แม่... อาจารย์ศานต์บอกแล้วว่าถ้าได้ไปจริงๆ แกจะสปอนเซอร์กระเป๋าล้อลากใบใหม่ให้เอง... แกบอกว่าตอนถ่ายรูปคู่ป้ายสนามบิน มันต้องดู 'สมศักดิ์ศรีมูลนิธิ' เขาหน่อยน่ะแม่
ผมกลับมาที่ห้องเช่าซ่อมซ่อ ความโลภเริ่มเข้าตาจนต้องเปิด Terminal ขึ้นมาเขียนสคริปต์ Python ผมคว้าหลอดที่กระป๋องโค้กขึ้นมาพร้อมดูดเสียงดัง "ซู้ด..." เพื่อดับความกระหาย "ถ้ามันง่ายขนาดนั้น..."
ผมเปิดหน้าต่าง Terminal สีดำสนิทขึ้นมา นิ้วรัวลงบนคีย์บอร์ดเพื่อเสกเหรียญของตัวเองบ้าง
เงินทิพย์ เขาทำกันอย่างงี้เอง
ติ๊ง! ตัวหนังสือสีเขียวสว่างวาบขึ้นมาบนจอดำ Your Wallet Balance: 1,000,000,000 SHT
ผมหัวเราะลั่นห้องเช่า เสกเงินพันล้านได้ในสิบห้านาที! ผมรีบวิ่งลงไปที่ร้านยายตุ่มทันที "ยายตุ่ม! กะเพราหมูกรอบไข่ดาวสองฟอง! ผมจ่ายด้วยเหรียญ SHT พันเหรียญเลยเอ้า! โอนให้เดี๋ยวนี้!"
ยายตุ่มหรี่ตามองหน้าจอผม "ไอ้เหรียญเอส-เอ็ด-ที ของมึงเนี่ย... เอาไปซื้อหมูสามชั้นที่ตลาดเฮียกวงได้ไหม?"
"ก็... ยังไม่ได้ยาย แต่มันเป็นเทคโนโลยีอนาคตนะ..."
"งั้นมึงก็เอาเหรียญทิพย์กับโค้ดไพท่งไพทอนของมึง กลับไปแดกกับน้ำปลาที่ห้องซะ! ถ้าไม่มีพร้อมเพย์หรือแบงก์ร้อย ก็ไม่ต้องแดก!"
ผมหน้าม้าน หันไปหาสมพงษ์ที่นั่งพ่นควันบุหรี่ส่ายหน้าเบาๆ
"เสี่ยนี่ฉลาดเรื่องคอมฯ แต่ตกม้าตายเรื่องโลกความจริงนะเสี่ย... สร้างเหรียญ คริปโต้โต ได้ในสิบนาที แต่เสก 'ความน่าเชื่อถือ' ไม่ได้ ขนาดตัวเองยังไม่มีปัญญาจ่ายค่าไฟ ใครมันจะเอาข้าวกะเพราของจริงมาแลกกับพวกบรรทัดตัวอักษรขยะของเสี่ย"
ผมยืนนิ่ง... จริงอย่างที่พงษ์ว่า ผมก้มหน้าล้วงเครื่องคิดเลขในมือถือขึ้นมาคำนวณจำนวน 'ซาโตชิ' ที่ฝรั่งโอนให้น้อยหน่าเมื่อกี้... "เดี๋ยวนะ..."
ยอดเงินดิจิทัลที่ฝรั่งโอนให้น้อยหน่า ถ้าตีเป็นเงินบาทตามราคาตลาด มันล่อไปตั้งสองร้อยกว่าบาท! แต่น้อยหน้าจ่ายให้ยายตุ่มไปแค่แบงก์ร้อยใบเดียว... เท่ากับมันได้กำไรเหนาะๆ ร้อยกว่าบาท แถมได้ข้าวกะเพราฟรีอีกหนึ่งกล่อง!
"เฮ้ยยย! น้อยหน่ามันเก่งว่ะ!" จู่ๆ ผมก็หลุดอุทานออกมา แล้วระเบิดเสียงหัวเราะลั่นร้านสภาคนจร หัวเราะจนน้ำตาเล็ดจนป้าเขียวหมูปิ้งสะดุ้ง
"ฮ่าๆๆๆ! โอยยย กูจะบ้าตาย!" ผมตบโต๊ะฉาดใหญ่ "พงษ์เอ๊ย... เสี่ยเพิ่งบรรลุธรรม! โลกดิจิทัลที่พวกผู้มากบารมีสร้างน่ะ ปล่อยมันไปเถอะ... แต่ดูเด็กเจนนี้ซิ มันไม่ได้ใช้คริปโตเป็นอุดมการณ์บ้าบอ แต่มันใช้ความรู้ฟันกำไรจากไอ้ฝรั่งเด๋อๆ ได้ข้าวฟรีแถมได้เงินทอน!"
ผมยกแก้วน้ำแข็งเปล่าขึ้นมาชนกับขวดซีอิ๊วบนโต๊ะอย่างอารมณ์ดี
"เกมนี้มันเพิ่งเริ่มพงษ์... คุกดิจิทัลมันขังได้แค่คนไม่รู้ แต่ถ้า 'มีกึ๊น' พอ... อย่างเราๆ ก็ตั้งตัวเป็นศูนย์สกัดเลือดฝรั่งหน้าปากซอยได้เหมือนกัน! สารขัณฑ์จงเจริญ ฮ่าๆๆๆ!"
Disclaimer & End Credit
คำชี้แจง: เหตุการณ์และตัวละครในนิยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นเพื่อความบันเทิงและสะท้อนมุมมองทางสังคมเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคล องค์กร หรือสถานการณ์จริงใดๆ ข้อคิดเห็นทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ปรากฏ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอรรถรสทางวรรณกรรม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Created & Directed by: มนุษย์วัยรุ่นปวดหลัง (นักวิเคราะห์ไส้แห้ง) 🔗 ติดตามพูดคุยกันได้ที่: https://www.facebook.com/struggling.analyst.th
Co-Written & Powered by: Gemini AI (คู่หูไซเบอร์ผู้ไม่หลับใหล)
"นิยายเรื่องนี้คือผลผลิตจากปลายนิ้วของมนุษย์ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ผสานกับพลังการประมวลผลของ AI เพื่อตีแผ่ความบิดเบี้ยวของโลกทุนนิยมในยุคดิจิทัล"
โฆษณา