10 มี.ค. เวลา 16:45 • ข่าวรอบโลก

จีนใช้แร่ไทเทเนียม โลหะผสม (Alloy) กว่า 5,000 ปี โครเมียม 2,500 ปี ถนนหลวงสายแรกของโลก 2,200ปี

บันทึกสือจี้ จักรพรรดิเหลือง ทรงใช้กระบี่ซวนหยวน สันนิษฐานในยุคปัจจุบันว่ามี Titanium Nitride (TiN) มีสีเหลืองทองอร่ามและมีความแข็งสูงมาก ไม่เป็นสนิมและไม่เสื่อมสภาพ
สามารถปะทะกับ อาวุธของ กษัตริย์ชือโหยว "มีหัวเป็นเหล็ก มีแขนเป็นทองแดง" และกินก้อนหินและเหล็กเป็นอาหาร
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ข้อสันนิษฐาน จักรพรรดิเหลืองทรงนำแร่จากแหล่งที่มี "แร่รูไทล์" (Rutile) หรือ "อิลเมไนต์" (Ilmenite) ซึ่งมีไทเทเนียมสูงมาหลอมรวมกับทองแดงหรือเหล็กกล้า เรียกว่า "ทองจากเขาโส่วซาน" ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นโลหะผสมที่มีความแข็งแกร่งกว่าสำริดทั่วไปอย่างมหาศาล
หากกระบี่ซวนหยวนถูกหลอมด้วยอุณหภูมิสูงและมีการทำปฏิกิริยากับไนโตรเจนในอากาศ อาจเกิดชั้น Titanium Nitride เคลือบที่ผิว ซึ่ง ปัจจุบันใช้เคลือบดอกสว่านหรือเครื่องมืออุตสาหกรรม
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ตำนาน : ข้อสันนิษฐานทางวิทยาศาสตร์ กระบี่ซวนหยวน ของจักรพรรดิเหลือง คุณสมบัติ: มีสีเหลืองทองอร่าม (เหมือนทองคำ) แต่แข็งเกือบเท่าเพชร
กระบี่มีสีทองแต่สามารถฟันเหล็กกล้าของชือโหยวได้โดยไม่บิ่น ไทเทเนียมมีน้ำหนักเบากว่าเหล็กเกือบครึ่งหนึ่ง กระบี่ซวนหยวนมีไทเทเนียมเป็นส่วนผสมหลัก จะทำให้เป็นอาวุธที่ "เบาแต่แข็งแรง" การไม่เป็นสนิม (Corrosion Resistance) ไทเทเนียมคือการสร้างชั้นออกไซด์ป้องกันตัวเอง
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ตำนาน : จักรพรรดิเหลือง หรือหวงตี้
ทรงเป็นบุตรชายของ เส้าเตียน แห่งตระกูลหยูซง นามสกุลของพระองค์ คือ กงซุน แต่ต่อมาพระองค์ทรงเปลี่ยนเป็น นามสกุลจี หรือ จีซวนหยวน
เมืองซินเจิ้ง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน
เอกสารอ้างอิง
2026 Beijing Hudong Baike Network Technology Co., Ltd.
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ตำนาน : หลักฐาน
เมื่อ จักรพรรดิเหลืองเทพธิดา 3,000 - 3,500 ปีก่อนคริสตกาล [ตามหลักฐานรูปปั้นเทพธิดาและรูปปั้นหมีในวัเฝดเทพธิดา]
และกษัตริย์
ซือโหย่ว ทรงประกาศสงคราม และต่อสู้ในยุทธการจั่วหลู่ ดาบของจักรพรรดิเหลืองก็หักพ่ายแพ้ดาบสำริดของกษัตริย์ซือโหย่ว ต่อมา จักรพรรดิเหลืองและเทพธิดาได้ร่วมกันตีดาบขึ้นใหม่ เชื่อว่ามีส่วนผสมของไทเทเนียมและเหล็ก และได้รับชัยชนะ เรียกว่า ดาบซวนหยวน
เอกสารอ้างอิง
2026 Beijing Hudong Baike Network Technology Co., Ltd.
#Naruepon Peng-on Translate and compile
จินตนาการดาบซวนหยวน เชื่อว่ามีส่วนผสม ไทเทเนียม 3,500 – 3,000 ปีก่อนคริสตกาล หรือ 5,000 – 5,500 ปีที่แล้ว อ้างอิงจากรูปปั้นเทพธิดาและรูปปั้นหมี ในวัดเทพธิดา ที่มาภาพ : 2026 Beijing Hudong Baike Network Technology Co., Ltd.
ตำนาน : 軒轅劍" กระบี่ซวนหยวน" ต่อมาได้ตกทอดไปยังหยูต้า แห่งราชวงศ์เซี่ย ผู้ทรงมีส่วนสำคัญในการควบคุมอุทกภัยราชวงศ์เซี่ย
#Naruepon Peng-on Translate and compile
หลังจากราชวงศ์เซี่ย กระบี่เซียนหยวน  軒轅劍 ก็ ตกเป็นของ แคว้นถังแห่งราชวงศ์ชางผู้ทรง สถาปนาราชวงศ์ชาง ประเทศจีน และสืบทอดต่อมาในราชวงศ์โจว หลังจากนั้น กระบี่เซียนหยวน 軒轅劍 ได้เก็บรักษาไว้ใน "หอคัมภีร์หรือคลังหลวงของราชวงศ์โจว ต่อมาถูกทำลาย" กษัตริย์โจวอิวหวังถูกสังหาร
จากการล่มสลายของราชวงศ์โจวตะวันตก (771 ปีก่อนคริสตกาล) โดยชนเผ่าเฉวียนหรง (Quanrong) ร่วมมือกับขุนนางกบฏราชวงศ์โจวบุกเข้าปล้นสะดมและทำลายเมืองหลวง เฮ่าจิง (Haojing) พระเจ้าโจวผิงหวังหนีไปตั้งเมืองหลวงใหม่ที่ลั่วหยาง (โจวตะวันออก)
มีดสั้นของคิงตุตันคาเมน ซึ่งมีส่วนผสมของ นิกเกิล (Nickel) และ โคบอลต์ (Cobalt) สูงมาก ทำให้ไม่เป็นสนิม และแข็งแกร่งกว่าเหล็กทั่วไปในยุคนั้น
มีดสั้น ของตุตันคาเมน 1,350 – 1,327 ปีก่อนคริสตกาล หรือ 3,350 – 3,370 ปีที่แล้วด้ามจับทำจากคริสตัลหิน และทองคำ ส่วนใบมีดตีขึ้นจากเหล็กอุกกาบาต วัตถุเหล็กส่วนใหญ่จากยุคนี้มักผุกร่อนอย่างมาก จากสภาพแห้งแล้งในสุสานของตุตันคาเมนทำให้มีดสั้นเล่มนี้ไม่เป็นสนิม เครดิต: พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งไคโร
ชาวซูเมอร์และอัคคาเดียนเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia)
รู้วิธีผสม ดีบุก (Tin) 10% กับทองแดงได้โลหะที่แข็งกว่าเดิม
โดยดีบุกนำเข้าจากอัฟกานิสถาน
ขวานเจาะสัมฤทธิ์ (Socketed Axe) ของชาวซูเมอร์ขวานที่มีช่องเสียบด้ามไม้ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล
ภาพจำลอง AI ของ ขวานสัมฤทธิ์แบบมีช่องเสียบด้าม (Socketed Bronze Axe) 3,000 ปีก่อนคริสตกาล #Naruepon Pengon Author Translate and compile
มีดสำริดวัฒนธรรมหม่าเจียเหยา (Majiayao Bronze Knife) อายุระหว่าง 2,700 - 2,900 ปีก่อนคริสตกาล (เกือบ 5,000 ปีมาแล้ว) ตัวมีดประกอบด้วยดีบุกประมาณ 6-10% ค้นพบ ณ มณฑลกานซู (Gansu) แหล่งโบราณคดี ตงฮุย (Donghui) ในอำเภอปกครองตนเองตงเซียง มณฑลกานซู [ดินแดนบรรพบุรษจักรพรรดิเหลือง] ประเทศจีน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ภาพจำลองจาก AI ของ มีดสำริดวัฒนธรรมหม่าเจียเหยา (Majiayao Bronze Knife) อายุประมาณ 4,726 - 4,926 ปีก่อน
ตามบันทึกจีนโบราณระบุว่าหวงตี้ประสูติที่ เทียนสุ่ย (Tianshui) มณฑลกานซู ประเทศจีน
เป็นดินแดนของเผ่าหัวเซี่ยที่เริ่มสร้างอารยธรรม/ วัฒนธรรมหม่าเจียเหยา กานซูถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ในระเบียงเหอซี (Hexi Corridor)
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ภาพวาด AI จักรพรรดินักรบผู้ยิ่งใหญ่พร้อม กระบี่เซวียนหยวน #Naruepon Peng-on Author Translate and compile
เมืองเทียนสุ่ย (Tianshui): ในมณฑลกานซู ประเทศจีน "บ้านเกิดของฝูซี"
วัฒนธรรมฝูซี (Fuxi Culture) ในมณฑลกานซู เครื่องปั้นดินเผาลายเขียนสี ซึ่งมักพบ "ลายรูปปลา"
และฝูซีคือผู้สอนชาวบ้านหาปลา ฝูซีเป็นผู้คิดค้นแปดทิศ (Bagua) เพื่ออธิบายจักรวาล
ภาพวาดโบราณ AI ของฝูซี ที่มีลักษณะครึ่งคนครึ่งมังกร เพื่อเทียบกับลวดลายในวัฒนธรรมกานซู ประเทศจีน #Naruepon Peng-on Author Translate and compile
เปรียบเทียบลำดับเวลา
ยุค "รูปปั้นหัวหมีไทเทเนียม" (วัฒนธรรมหงซาน) ประเทศจีน
3,500 – 3,000 ปีก่อนคริสตกาล
หรือ 5,000 – 5,500 ปีที่แล้ว ณ แหล่งโบราณคดีหนิวเหอเหลียง (Niuheliang) มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ยุค สำริด
"ดีบุกจากอัฟกานิสถาน" (เมโสโปเตเมีย) 3,000 – 2,000 ปีก่อนคริสตกาล
4,000 – 5,000 ปีที่แล้ว ณ นครรัฐซูเมอร์ (เช่น เมือง Ur หรือ Uruk) ในลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรทีส
ขวานเจาะสัมฤทธิ์ (Socketed Axe) ของชาวซูเมอร์ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล
#Naruepon Peng-on Translate and compile
มีดสั้นของคิงตุตันคาเมน ซึ่งมีส่วนผสมของ นิกเกิล (Nickel) (10.8%) และ โคบอลต์ (Cobalt) (0.58%) พบได้เฉพาะใน อุกกาบาตประเภทเหล็ก เท่านั้น ทำให้ไม่เป็นสนิม
ระหว่าง 1,350 – 1,327 ปีก่อนคริสตกาล
หรือ 3,350 – 3,370 ปีที่แล้ว
อาณาจักรใหม่ (New Kingdom) ของอียิปต์โบราณ
#Naruepon Peng-on Translate and compile
เมื่อประมาณ 2,500 ปีก่อน
[496 – 464 ปีก่อนคริสตกาล] กระบี่ของเยว่อ๋องโกวเจี้ยน (Sword of Goujian) ยุคชุนชิว (Spring and Autumn Period) ตอนปลาย อำเภอเจียงหลิง มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ถูกค้นพบว่ามี "โครเมียม" เคลือบผิวกันสนิมด้วยเทคโนโลยีโครเมียม หนาประมาณ 10-15 ไมครอนเคลือบอยู่ที่ผิว
ขณะที่เทคโนโลยีการเคลือบโครเมียม (Chrome Plating) เพิ่งถูกคิดค้นในตะวันตกเมื่อปี ค.ศ. 1937
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ภาพจำลอง กระบี่โกวเจี้ยน ชุบโครเมียม (Sword of Goujian) 2,500 ปีก่อน [496 – 464 ปีก่อนคริสตกาล] ที่สร้างขึ้นด้วย AI ณ มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน #Naruepon Peng-on Author Translate and compile
กระบี่ของเยว่อ๋องโกวเจี้ยน (Sword of Goujian) 496 – 464 ปีก่อนคริสตกาล
เทคนิคการหลอมแบบ "สองกษัตริย์" (Bimetallic casting) หรือในภาษาจีนเรียกว่า "เหลี่ยงจู้" (Liang Zhu) "แข็งแต่ไม่เปราะ เหนียวแต่ไม่บิด"
ถ้าใส่ ดีบุก (Tin) น้อย: ดาบจะเหนียว ยืดหยุ่นดี แต่ ไม่คมและอ่อนตัวง่าย
ถ้าใส่ ดีบุก (Tin) มาก: ดาบจะแข็งและคมกริบ แต่ เปราะและหักง่าย เหมือนแก้ว
#Naruepon Peng-on Translate and compile
กระบี่ของเยว่อ๋องโกวเจี้ยน (Sword of Goujian) 496 – 464 ปีก่อนคริสตกาล
#ส่วนแกนกลาง (Core): ทองแดงสูง (ดีบุกต่ำ) ดาบมีความเหนียว สามารถรับแรงกระแทกได้โดยไม่หักสะบั้น
#ส่วนคม (Edges): ใช้สัมฤทธิ์ที่มี ดีบุกสูง (ประมาณ 17-25%) ขอบดาบมีความแข็งสูงสุดและรักษาความคมได้นาน
ตรงกลาง: มีสีอมแดง (ทองแดงเยอะ)
ตรงคม: มีสีอมขาวเหลือง (ดีบุกเยอะ)
เป็นอาวุธที่ฟันชุดเกราะขาดได้โดยที่ตัวดาบไม่หัก
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ดาบสัมฤทธิ์ชุบโครเมียมจิ๋นซีฮ่องเต้ : ยาวถึง 80 -91 ซม. ขุดพบกว่า 500 เล่ม ยังคงเงางามและคมกริบ
มีส่วนผสมของ ตะกั่ว และ แมกนีเซียม ในสัดส่วนที่แม่นยำ ทำให้ดาบยาวขึ้น
ไม่หักง่าย ดาบจิ๋นซีฮ่องเต้ : มีการพบชั้น โครเมียมออกไซด์ (Chromium Oxide) หนา 10-15 ไมครอนเคลือบผิวสม่ำเสมอทั่วทั้งใบดาบอย่างตั้งใจ
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ภาพจาก AI ดาบสัมฤทธิ์ชุบโครเมียมจิ๋นซีฮ่องเต้ : ยาวถึง 80 -91 ซม. ขุดพบกว่า 500 เล่ม #Naruepon Peng-on Author Translate and compile
แหล่งแร่โครเมียมมาจาก ทิเบต กานซู มองโกเลียใน
#กานซูคือ "บ้านเกิด" ของบรรพบุรุษราชวงศ์ฉิน (ต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองเทียนสุ่ย)
#มองโกเลียใน
จิ๋นซีฮ่องเต้ส่งแม่ทัพ เหมิงเถียน นำทัพ 3 แสนคนไปขับไล่ซงหนูออกไป และยึดพื้นที่บางส่วน (แถบ Ordos) และ สันเขาอินซาน (Yinshan) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสายแร่โลหะหลากหลาย
มาสร้างกำแพงเมืองจีน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ที่ราบสูงทิเบต
ค้นพบศิลาจารึกบนที่ราบสูงทิเบต (Qinghai Inscription)
บริเวณทะเลสาบจาหลิง มณฑลชิงไห่ บนที่ราบสูงทิเบตที่ความสูงกว่า 4,300 เมตร
เนื้อหา: จารึกด้วยอักษรตัวเขียนแบบฉิน (Xiao Zhuan) ระบุว่าจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงมีบัญชาให้ "ขุนนางระดับ 5 นามว่า อี้"
นำคณะนักพรตและรถม้าออกเดินทางไปยัง "เทือกเขาคุนหลุน" เพื่อตามหา "เหยา" (สมุนไพรหรือยาอายุวัฒนะ)
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ชิงไห่-ทิเบต คือแหล่ง แร่โครเมียมที่ใหญ่ที่สุดในจีน จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น นักพรตหรือนักเล่นแร่แปรธาตุ (Alchemists) สามารถนำแร่โครไมต์ (Chromite) : มีลักษณะเป็นโลหะสีดำเงา หรือหากอยู่ในรูปสารประกอบอื่นอาจมีสีเขียว/เหลืองสดใส ในฐานะ "ธาตุศักดิ์สิทธิ์" จากเทือกเขาคุนหลุน
เมื่อนำแร่เหล่านี้มาผสมใน สีแล็กเกอร์ (Lacquer) เพื่อทาฝักดาบหรืออาวุธถวายจักรพรรดิ
จึงเกิดการ "อาบโครเมียม" ในคมดาบ
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ดาบกองทัพจิ๋นซีฮ่องเต้ (Terracotta Army)
คือ "ที่สุดของวิศวกรรมโลหะอุตสาหกรรมโบราณ"
"Standardization" (มาตรฐานเดียวกัน) การตีตราชื่อช่าง: บนอาวุธทุกชิ้น อะไหล่ที่ใช้แทนกันได้ เช่น ทหารสามารถหยิบอะไหล่จากหน้าไม้ที่พังมาใส่เครื่องใหม่ได้ทันที
ดาบจิ๋นซีมีการควบคุมสัดส่วน ดีบุก (Tin) อยู่ที่ 17-21% อย่างสม่ำเสมอ"สมบูรณ์แบบที่สุดของสำริด " (Sweet Spot) คมกริบแต่ไม่เปราะจนหักเมื่อปะทะกับอาวุธอื่น
การผสม แมกนีเซียม (Magnesium) และ นิกเกิล (Nickel) ลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความเหนียว
"ทางหลวงสายแรกของโลก" "ฉินจื๋อเต้า" (Qin Straight Road) 212 -210 BC ประเทศจีน มีความกว้างเฉลี่ย 20-60 เมตร สร้างโดยจิ๋นซีฮ่องเต้ในเขตเมืองหยูหลิน (Yulin) มณฑลส่านซี
เส้นทางเดินรถม้าของฉิน (Qin Straight Road) ถนนที่ตัดตรงผ่านภูเขาและหุบเขา โดยตัดผ่านพื้นที่ 3 มณฑลหลัก ได้แก่
ส่านซี (Shaanxi), กานซู (Gansu) และสิ้นสุดที่ มองโกเลียใน (Inner Mongolia)
เอกสารอ้างอิง
1. ฉินจือเตายังคงอยู่ สถาน ที่สำคัญไป่ตู้
2. บริเวณ ฉินจือเต่า มณฑล ฉานซีต้น กำเนิด ของทางหลวงความเร็วสูงของจีน
The Qin Straight Road (秦直道) was a massive, 700km+ military highway built during the Qin Dynasty (c. 212-210 BC) connecting Xianyang to Inner Mongolia. Often 20-30m wide (up to 60m in places) ที่มาภาพ : BaiduWiki
"ฉินจื๋อเต้า" (Qin Straight Road) วิศวกรรมทางหลวง ยุคฉินที่ไม่เน้นการตัดโค้งแต่เน้นการถมดินและตัดผ่านภูเขาโดยตรง โดยเฉพาะแนวเขตกำแพงเมืองจีนโบราณ (Great Wall Border) ถนนหยูหลินสายนี้จะวิ่งขนานไปกับแนวเขตกำแพงเมืองจีนยุคฉิน
ฐานรากถนนที่สมบูรณ์ที่สุดในอำเภอกานเฉวียน (Ganquan County) - ใกล้หยูหลิน ร่องรอยการบดอัดดินที่แข็งมากจนต้นไม้ไม่สามารถขึ้นได้ตลอด 2,000 ปี
#Naruepon Peng-on Translate and compile
แหล่งโบราณสถานเจิ้งเจียโกว 5,500 ปีที่แล้วมังกรรูปตัวซี ในเมืองซวนฮวา มณฑลเหอเป่ย รูปปั้นหมูมังกรหยกและรูปทรงกระบอกปากเฉียง
"รูปปั้นหัวหมีทำด้วยดินเหนียวในท้องถิ่นเผาที่ทาสี" อยู่ในดินทางด้านตะวันออก โดยหูของหมีหันไปทางศีรษะของผู้ที่ถูกฝังอยู่ในสุสาน เคลือบด้วยแร่ธาตุที่มีไทเทเนียมเป็นส่วนประกอบ จากนั้นจึงทาสีด้วยแร่ธาตุที่มีเหล็กและแมงกานีสเป็นส่วนประกอบ และสุดท้ายนำไปอบที่อุณหภูมิสูงกว่า 700 องศาเซลเซียสเพื่อให้รูปปั้นดินเผาและสีแข็งตัว
#Naruepon Peng-on Translate and compile
การพบไทเทเนียมในรูปปั้นหัวหมี ที่สุสานหนิวเหอเหลียงวัฒนธรรมหงซาน (Hongshan Culture) เมื่อ 3,000 - 3,500 ปีก่อนคริสตกาล
เกิดขึ้นก่อนที่
วิลเลียม เกรเกอร์ ค้นพบในปี 1791 คือการแยกแยะได้ว่า "ไทเทเนียม" คือ ธาตุชนิดใหม่ และการสกัดเป็นโลหะบริสุทธิ์เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 ธาตุชนิดใหม่ของโลกในตารางธาตุ เป็นการแยกแยะองค์ประกอบทางเคมีออกจากแร่ทรายดำ
แต่ประเทศจีนมีการนำมาใช้งานจริง (Application) จีนมีการใช้แร่ที่มีไทเทเนียมมานานกว่า 5,000 ปี ซึ่ง ก่อนอังกฤษหลายพันปี
รูปปั้นดินเผาหัวหมีที่ทาสีมีเหล็กและแมงกานีสเป็นส่วนประกอบ และสุดท้ายนำไปอบที่อุณหภูมิสูงกว่า 700 องศาเซลเซียสเพื่อให้รูปปั้นดินเผาและสีแข็งตัว ส่วนประกอบของสี: การใช้ เหล็ก (Iron) และ แมงกานีส (Manganese) เป็นแร่ธาตุหลัก ใช้ปรุงสีเขียนลายบนเครื่องปั้นดินเผาหงซาน เพื่อให้ได้โทนสีดำหรือน้ำตาลแดงที่ทนทาน
ประเทศจีนมีการใช้แร่ขั้นสูงก่อนยุคโลหะ แม้วัฒนธรรมหงซานจะถูกจัดอยู่ในยุคหินใหม่ (Neolithic) ที่เน้นเครื่องหินและหยก
แต่การนำแร่ที่มีไทเทเนียมมาผสมเป็นสีเคลือบแสดงถึง "ภูมิปัญญาทางเคมี" ก่อนที่จีนจะเข้าสู่ยุคสำริด (Bronze Age) อย่างเต็มตัวในสมัยราชวงศ์เซี่ยและซาง
#Naruepon Peng-on Translate and compile
นวัตกรรมสีเคลือบที่คงทนที่สุด: ไทเทเนียมไดออกไซด์ธรรมชาติช่วยให้สีของรูปปั้นหัวหมี หรือรูปปั้นเทพเจ้า ทนทานต่อการผุกร่อนในดินได้นานกว่า 5 พันปี สีบนรูปปั้นเหล่านี้ยังคงสภาพดีอยู่
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ตำนานเรื่อง "โลหะสีทอง" หรือ "ทองคำบริสุทธิ์จากเขาโส่วซาน" (首山之金) ที่หวงตี้ทรงนำมาหล่อเป็น "กระถางสามขาเอกภพ" (Ding)
และกระบี่ซวนหยวน โลหะผสม (Alloy) คุณสมบัติ "ความแข็งแกร่ง" ที่เกินกว่าสำริด
#Naruepon Peng-on Translate and compile
บันทึก สือจี้ (Shiji) โลหะที่หวงตี้ใช้นั้นมีความแข็งแกร่งและทนทานมาก หากเป็นทองคำบริสุทธิ์จะอ่อนตัวเกินไป หรือหากเป็นสำริด (ทองแดงผสมดีบุก) จะไม่ถูกเรียกว่าเป็น "โลหะวิเศษ"
ดังนั้น จากหลักฐานข้างต้น
โลหะผสม (Alloy) เมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน ในประเทศจีน มีส่วนประกอบของ ไทเทเนียม หรือ นิกเกิล ที่ปนมากับแร่เหล็กหรือทองแดงธรรมชาติ
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ตะวันออกเฉียงเหนือ มณฑลเหลียวหนิง, มองโกเลียใน, เหอเป่ย (ลุ่มแม่น้ำเหลียว) ประเทศจีน เกิดวัฒนธรรมหงซาน
การใช้อุณหภูมิสูงกว่า 700 องศาเซลเซียส ถือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงในยุคหินใหม่ (Neolithic) เปลี่ยนสถานะดินเหนียวให้เป็นเซรามิกที่แข็งตัวและคงรูปร่างรูปปั้นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หรือรูปเคารพไว้ได้นานหลายพันปี
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ที่ราบภาคกลาง (ลุ่มแม่น้ำเหลือง)
มณฑลเหอหนาน, ส่านซี, ซานซี เกิดวัฒนธรรมหยางเฉา ใช้แร่ธาตุธรรมชาติคล้ายกันคือ เหล็ก (Iron) สำหรับสีแดง/น้ำตาล และ แมงกานีส (Manganese) สำหรับสีดำ และอบที่อุณหภูมิประมาณ 900–1,000 องศาเซลเซียส เพื่อให้สีหลอมติดกับเนื้อดิน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
การติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
ในประเทศจีน
เมื่อวัฒนธรรมหงซานขยายตัวลงมาถึง จางเจียโกวเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรม (Cultural Fusion)
ระหว่าง เซรามิกลายหยางเฉาและเซรามิกลายหงซานในหลุมขุดค้นเดียวกัน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
หมีอาจเป็นสัตว์ประจำเผ่าหรือสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมหงซาน
นกฟีนิกซ์หยก ลูกปัดที่ทำจากเปลือกหอย เครื่องประดับที่ทำจากหอยทาก
#Naruepon Peng-on Translate and compile
หลุมฝังศพกว่า 90 แห่งในเนินหินหมายเลข 1 มีเพียงสองแห่งเท่านั้นที่มีซากศพมนุษย์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ หลุมฝังศพหนึ่งมีไข่มุกจำนวนมากอยู่รอบคอ เครื่องประดับรูปหอยทากที่หน้าอก และบริเวณหน้าท้องปกคลุมด้วยหินอะมาโซไนต์จำนวนมาก โดยมีเครื่องประดับไข่มุกอยู่ตรงกลาง
ขวานหยกครบชุดวางอยู่บนหน้าอก พร้อมกับแหวนหยกสองวงที่แขนทั้งสองข้างนั้น ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของวัฒนธรรมหงซาน แต่กลับสอดคล้องกับวัฒนธรรมต้าเหวินโข่วของภูมิภาคไห่ไต้ในมณฑลชานตง
#Naruepon Peng-on Translate and compile
เศษเครื่องปั้นดินเผาที่ทาสีจำนวนเล็กน้อยที่ขุดพบจากเนินหินหมายเลข 1 ในแหล่งโบราณสถานเจิ้งเจียโกว มีลวดลายโค้งสลับสีดำและแดง และลวดลายสามเหลี่ยม ซึ่งคล้ายคลึงกับลวดลายของวัฒนธรรมเมี่ยวจื่อโกว
#Naruepon Peng-on Translate and compile
การหาอายุด้วยคาร์บอน-14 เผยให้เห็นว่าเนินหินหมายเลข 1 ที่แหล่งโบราณคดีเจิ้งเจียโกวมีอายุย้อนหลังไปประมาณ 5,300 ถึง 4,800 ปี
วัฒนธรรมหงซานในช่วงรุ่งเรืองที่สุดได้ขยายตัวออกไปสู่พื้นที่จางเจียโกวในมณฑลเหอเป่ย
#Naruepon Peng-on Translate and compile
การวิเคราะห์ลำดับจีโนมทั้งหมดของซากโครงกระดูกมนุษย์ 24 โครงจากเนินหินหมายเลข 1 ในแหล่งโบราณคดีเจิ้งเจียโกว ทีมนักโบราณคดีค้นพบความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมที่แข็งแกร่งระหว่างประชากรเจิ้งเจียโกวกับประชากรวัฒนธรรมหงซานในลุ่มแม่น้ำเหลียวตะวันตก
#Naruepon Peng-on Translate and compile
การค้นพบรูปปั้นสตรี เศียรดินเผาขนาดเท่าคนจริง มีการฝัง หยกสีเขียว ในตำแหน่งลูกตา ณ แหล่งโบราณคดีหนิวเหอเหลียง (Niuheliang) วัฒนธรรมหงซานเมื่อประมาณ 5,000-5,500 ปีก่อน ในมณฑลเหลียวหนิง
ประเทศจีน พบใน "วิหารเทพธิดา" (Goddess Temple) ซึ่งเป็นโครงสร้างกึ่งใต้ดิน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
รูปปั้นสตรีมีครรภ์
สัญลักษณ์ของวัฒนธรรมหงซาน แสดงการบูชา เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ (Fertility Goddess) และการสืบทอดวงศ์ตระกูล
รูปปั้น "เทพเจ้าหมี" (The Bear Symbolism)
สัญลักษณ์ของวัฒนธรรมหงซาน
ในวิหารเทพธิดา: มีการพบเศษซากรูปปั้นดินเผารูป กรงเล็บหมี และรูปปั้นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายหมีตั้งอยู่
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ในวิหารเทพธิดา วัฒนธรรมหงซาน ประเทศจีน : มีการพบมังกรหัวหมู/หมี (Pig-Dragon / Bear-Dragon) :
มีใบหน้ากึ่งหมูกึ่งหมี (บ้างเรียกว่า Jade Bear-Dragon) อายุประมาณ 3,500 BC
มังกรหมู (Pig Dragon) หรือ จูหลง (Zhulong) อายุประมาณ 3,500 BC ประเทศจีน จัดแสดงที่ ห้อง 33 (The Sir Joseph Hotung Gallery) ประเทศอังกฤษ รูปร่างขดเป็นวงกลมคล้ายตัวอักษร "C" โดยที่ส่วนหัวและหางเกือบจะบรรจบกัน ที่มาภาพ บริติชมิวเซียม (British Museum) ณ กรุงลอนดอน Creative Commons BY-NC-SA 4.0
6,200–5,400 ปีก่อนคริสตกาล
วัฒนธรรมซิงหลงหวา
วัฒนธรรมยุคหินใหม่ บริเวณพรมแดนระหว่างเขตปกครองตนเองมองโกเลียในและมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน
ค้นพบใช้งาน เครื่องหยก เช่น ต่างหูหยก (Jue) และลูกปัด การตั้งถิ่นฐานที่เป็นระบบ มีการขุด คูน้ำล้อมรอบหมู่บ้าน (Ditch) การวางผังหมู่บ้าน : มีการสร้างบ้านแบบขุดหลุมลงไปในดิน (Pit-houses) เรียงกันเป็นแถวอย่างมีระเบียบ การค้นพบวัตถุหินรูปร่างคล้าย มังกรหัวหมู ที่ทำจากหินวางเรียงกัน (Stone Dragon)
#Naruepon Peng-on Translate and compile
พิธีกรรมของวัฒนธรรมซิงหลงหวา
วัฒนธรรมยุคหินใหม่ 6,200–5,400 ปีก่อนคริสตกาล
มีการฝังศพไว้ใต้พื้นบ้าน (Burial under the house)
การฝังหมูร่วมกับมนุษย์
#Naruepon Peng-on Translate and compile
วัฒนธรรมจ้าวเป่าโกว (Zhaobaogou Culture) 5,400–4,500 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหลวนในมองโกเลียใน และทางตอนเหนือของมณฑลเหอเป่ย
เครื่องปั้นดินเผาทรง "จุน" (Zun) มีลายเส้นขูดขีด (Incised) เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น มังกรหัวหมู, กวางบิน นกวิเศษ และเครื่องปั้นดินเผาลาย หัวหมูตัวงู ซึ่งถือเป็นหลักฐานการบูชามังกรที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
วัฒนธรรมจ้าวเป่าโกว (Zhaobaogou Culture) 5,400–4,500 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหลวนในมองโกเลียใน ค้นพบจอบหิน ขวานหิน และเครื่องมือรูปทรงคล้ายคันไถ
และเซรามิกถูกอบที่อุณหภูมิระหว่าง 600°C ถึง 950°C
วัฒนธรรมจ้าวเป่าโกว (Zhaobaogou Culture) อายุระหว่าง 5,400–4,500 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหลวนในมองโกเลียใน ค้นพบลายกวางบิน (Flying Deer) บนเซรามิก
ลายเส้นที่ดูเหมือนกิ่งไม้หรือปีกสัตว์ที่เป็นสื่อกลางระหว่าง "มนุษย์" กับ "สวรรค์"
วัฒนธรรมจ้าวเป่าโกว (Zhaobaogou Culture)
5,400–4,500 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหลวนในมองโกเลียใน
ค้นพบเซรามิก
วาดลายนกวิเศษ (Divine Bird) มีจะงอยปากแหลมคมและดวงตาที่กลมโตวาดคู่กับลวดลายเรขาคณิตที่ดูเหมือนก้อนเมฆหรือสายลม ต่อมาได้พัฒนาเป็นสัญลักษณ์ "ฟีนิกซ์" (Fenghuang) ในวัฒนธรรมจีน
วัฒนธรรมจ้าวเป่าโกว (Zhaobaogou Culture)
5,400–4,500 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหลวนในมองโกเลียใน
บนภาชนะทรงจุน (Zun) ที่พบในแหล่งจ้าวเป่าโกว นักโบราณคดีพบการวาดรูป "หัวหมู-ตัวงู" และ "หัวนก-ตัวกวาง"
สิ่งเหล่านี้คือ
การรวมร่างของสัตว์ (The Composite Creature) ระหว่าง 5,400–4,500 ปีก่อนคริสตกาล
นับเป็นอารยธรรมเกษตรกรรม ที่สร้างระบบสัญลักษณ์สัตว์รวมร่างเพื่อใช้ในเชิงศาสนาและรัฐ
#Naruepon Peng-on Translate and compile
จินตนาการสัตว์รวมร่าง ระหว่างจีนกับอียิปต์/เมโสโปเตเมีย ในยุคหินใหม่
จีน (วัฒนธรรมจ้าวเป่าโกว - หงซาน)
สัตว์หลัก: หมู, งู, กวาง, นก, และต่อมาคือ หมี
เน้นการหลอมรวม (Hybridization) จนกลายเป็นสิ่งใหม่ไปเลย เช่น "มังกร" (หัวหมู/หมี + ตัวงู)
ใช้เครื่องหยกศักดิ์สิทธิ์และลายสลักบนเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ในพิธีกรรมบูชาฟ้าดิน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
อียิปต์โบราณ
สัตว์หลัก: สิงโต, เหยี่ยว, วัว, จระเข้, แจ็กเกิล เป็นแบบ "หัวสัตว์ ตัวคน" (Anthropomorphism) เช่น อานูบิส (หัวแจ็กเกิล) หรือ ฮอรัส (หัวเหยี่ยว) "สฟิงซ์" (หัวคน ตัวสิงโต) มีขนาดใหญ่ยักษ์เพื่อปกป้องศาสนสถาน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
เมโสโปเตเมีย (ซูเมอร์/อัสซีเรีย)
สัตว์หลัก: วัว, สิงโต, นกอินทรี
เช่น "ลามัสซู" (Lamassu) ที่มีหัวเป็นคน ตัวเป็นวัว/สิงโต และมีปีกนกอินทรี วางไว้หน้าประตูวัง
สื่อถึง การป้องกัน (Guardianship)
#Naruepon Peng-on Translate and compile
สัตว์รวมร่างจ้าวเป่าโกว (Zhaobaogou): [5,400 - 4,500 ปีก่อนคริสตกาล] ลายขูดขีดบนภาชนะดินเผา รวมลักษณะของ หมูป่า กวาง และนก เข้าด้วยกัน เป็นต้นกำเนิดมังกร
#Naruepon Peng-on Translate and compile
มังกรหยกหงซาน (C-shaped Dragon): (4,500 - 3,000 ปีก่อนคริสตกาล
เป็นหยกแกะสลัก หัวหมู/หมี ตัวเป็นงู
#Naruepon Peng-on Translate and compile
อารยธรรมซูเมอร์และอียิปต์ยุคแรก
สัตว์รวมร่างเซิร์ปโอพาร์ด (Serpopard): 3,300 ปีก่อนคริสตกาล ลักษณะเป็นสัตว์ตัวเป็น เสือดาวแต่มีคอยาวเป็นงู
สฟิงซ์ (Sphinx): 2,500 ปีก่อนคริสตกาล ณ มหาพีระมิดแห่งกีซา
ตัวสิงโตหัวคน
ลามัสซู (Lamassu): (2,000 - 700 ปีก่อนคริสตกาล)
จักรวรรดิอัสซีเรีย ลักษณะเป็นวัวมีปีกหัวเป็นคน
คิเมร่า (Chimera): 800 - 700 ปีก่อนคริสตกาล ของชาวชาวกรีก
หัวสิงโต ตัวแพะ หางงู
กริฟฟิน (Griffin): (700 ปีก่อนคริสตกาล)
ตัวสิงโตหัวและปีกเป็นนกอินทรี
35,000 - 40,000 ปี (ยุคหินเก่าตอนปลาย หรือ Upper Paleolithic)
คนหัวสิงโต (เยอรมนี) - เก่าแก่ที่สุดในโลก (ยุคหินเก่า)
ณ ถ้ำ Hohlenstein-Stadel ในหุบเขา Lone ประเทศเยอรมนี
"หัวสิงโตถ้ำ" มาต่อกับ "ร่างกายมนุษย์" (ในท่ายืนตรง) แกะสลักจาก งาช้างแมมมอธ (Mammoth ivory) สูงประมาณ 31 เซนติเมตร
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ตำนาน "โหย่วสง" (Youxiong):
"โหย่วสง"
ซึ่งแปลว่า "ผู้มีหมี" ตามพงศาวดารจีนโบราณ จักรพรรดิเหลือง (Huangdi)
ค้นพบ โทเทม (Totem) สัญลักษณ์ประจำเผ่าของกลุ่มวัฒนธรรมหงซาน
พบหลักฐานสำคัญคือ กรงเล็บหมีดินเผา และกะโหลกสัตว์ในวิหารเทพธิดาที่หนิวเหอเหลียง
มังกรในยุคหงซานเป็น "มังกรหัวหมู/หมี" (Pig-Dragon / Bear-Dragon)
#Naruepon Peng-on Translate and compile
มังกรหยก (Jade C-Dragon) ในยุคหงซาน: มักทำจากหยกสีเขียวเป็นรูปตัว C มีจมูกยื่นหนา (เหมือนหมูหรือหมี) และมีแผงคอที่ยาวออกไป
มังกรหมู (Pig Dragon) หรือ จูหลง (Zhulong) 3,500 BC ประเทศจีน ที่มาภาพ : บริติชมิวเซียม (British Museum) ณ กรุงลอนดอน
สงคราม 3 ชนเผ่า เกิด "สัตว์รวมร่าง" (Composite Creature) จากการนำโทเทมของหลายเผ่ามารวมกัน (เช่น หัวหมี/หมู + ตัวงู) พัฒนาจาก "หมีตัวงู" กลายเป็น "มังกร" ที่มีเกล็ด มีเขา และมีเล็บ
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ภาพ AI : การนำโทเทมของหลายเผ่ามารวมกัน (เช่น หัวหมี/หมู + ตัวงู) พัฒนาจาก "หมีตัวงู" กลายเป็น "มังกร" "สัญลักษณ์แห่งความสามัคคี" #Naruepon Peng-on Author Translate and compile
วัฒนธรรมหงซาน (ที่บูชาหมี/นก) ขยายตัวลงมาใต้
พบกับวัฒนธรรมหย่างเฉา (ที่บูชาปลา/หน้าคน)
พงศาวดารจีนโบราณ สื่อจี้ (Shiji) ระบุว่าจักรพรรดิเหลืองทรงปกครองเผ่าที่ชื่อว่า "โหย่วสง" (有熊) หรือ "เผ่าหมี" พระองค์ทรงสร้างเมืองหลวงอยู่ที่ "ซินเจิ้ง" (มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน) ซึ่งเดิมถูกเรียกว่า "ถิ่นของเผ่าโหย่วสง"
#Naruepon Peng-on Translate and compile
กองทัพสัตว์ป่าในศึกจัวลู่ (Battle of Zhuolu) ระหว่างจักรพรรดิเหลืองกับ ชื่อโหยว (Chiyou) บันทึกว่า พระองค์ทรงฝึกฝนสัตว์ป่าดุร้าย 6 ชนิดมาช่วยรบ ได้แก่
หมีดำ (熊 - Xiong)
หมีน้ำตาล (羆 - Pi)
พยัคฆ์/เสือโคร่ง (虎 - Hu)
เสือดาว (豹 - Bao)
สัตว์ตระกูลเสือ/แมวป่า (貔 - Pi)
สัตว์ตระกูลเสือ/สิงโต (貅 - Xiu)
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ภาพ AI : นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า "สัตว์ป่า" เหล่านี้ แท้จริงแล้วคือ "ชื่อของเผ่าพันธุ์ต่างๆ" ที่ใช้สัตว์เหล่านั้นเป็น โทเทม (Totem)ประจำเผ่า ซึ่งอาสาเข้าร่วมกับจักรพรรดิหวงตี้เพื่อรบกับกษัตริย์ชื่อโหยว : ภาพ AI #Naruepon Peng-on Author Translate and compile
นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า "สัตว์ป่า" เหล่านี้ แท้จริงแล้วคือ "ชื่อของเผ่าพันธุ์ต่างๆ" ที่ใช้สัตว์เหล่านั้นเป็น โทเทม (Totem) ประจำเผ่า ซึ่งอาสาเข้าร่วมกับจักรพรรดิหวงตี้เพื่อรบกับกษัตริย์ชื่อโหยว
#Naruepon Peng-on Translate and compile
สันนิษฐานว่า "จักรพรรดิเหลือง" อาจเป็นผู้นำกลุ่มชนจากทางตอนเหนือ มณฑลกานซู (วัฒนธรรมหงซาน) ที่อพยพลงมาทางใต้สู่พื้นที่จางเจียโกว และที่ราบภาคกลาง
หลักฐาน: การพบสัญลักษณ์หมีและมังกรในพื้นที่ที่วัฒนธรรมหงซานและศึกจัวลู่ ที่เกิดขึ้นในแถบจางเจียโกว (จุดเชื่อมต่อวัฒนธรรมหงซาน)
จากหมีสู่มังกร
จักรพรรดิเหลืองได้รวบรวมเผ่าต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และได้นำเอาสัญลักษณ์ของเผ่าเหล่านั้นมาผสมผสานกันจนกลายเป็น"มังกร" (Dragon)
ตำนานจักรพรรดิเหลือง (Huangdi) กับ หลักฐานทางโบราณคดีที่จางเจียโกว (Zhangjiakou)
จัวลู่ (อยู่ในเขตจางเจียโกวปัจจุบัน)
แหล่งโบราณคดีหลายแห่งในจางเจียโกวที่มีการทับซ้อนกันของ 3 วัฒนธรรม ได้แก่
หงซาน (เหนือ), หย่างเฉา (กลาง) และ เหอถูหนิว (ตะวันออก) ระหว่าง 5,000-5,300 ปีก่อน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
หลักฐานวิทยาศาสตร์: ที่จางเจียโกวมีการขุดพบ รูปปั้นดินเผาหัวหมี และเครื่องปั้นดินเผาเขียนสีที่ใช้ เหล็กและแมงกานีส
สอดคล้องกับในตำนาน: ยุคจักรพรรดิเหลืองคือยุคแห่งการประดิษฐ์ เช่น รถชี้ทิศ
#Naruepon Peng-on Translate and compile
แหล่งเจิ้งเจียโกว (Zhengjiagou)
มีการทำเครื่องนุ่งห่ม มีหลักฐานหยกรูปหนอนชักไย, และการสร้างบ้านเรือนที่มั่นคง
5,000 - 6,000 ปีก่อน การขุดพบหยกสลักเป็นรูปหนอนไหม แสดงวงจรชีวิตของตัวไหมในแหล่งโบราณคดีแถบมณฑลเหลียวหนิง
และมองโกเลียใน
หยกรูปหนอนชักไย (Jade Silkworm)
วิหารเทพธิดา (Niuheliang Goddess Temple) อายุระหว่าง 5,000 - 5,500 ปี ค้นพบศีรษะเทพธิดา ที่มีดวงตาฝังด้วยหยกสีเขียว : หนิวเหอเหลียงรูปปั้นดินเผาผู้หญิง ตั้งแต่ขนาดเท่าคนจริงไปจนถึงขนาดใหญ่กว่าคน 2 -3 เท่า และการขุดพบ หยกรูปหนอนไหม และดักแด้ไหม จำนวนมาก แสดงว่าชาวหงซานรู้จักการเลี้ยงไหมมานานกว่า 5,000 ปี
รูปปั้นเทพธิดาในวิหาร อายุ 5,000 - 5,500 ปี อาจได้รับการถวายหรือสวมใส่ชุดผ้าไหม ในฐานะ "พระแม่แห่งการกสิกรรม" หรือผู้คุ้มครองการผลิต ณ แหล่งโบราณคดี หนิวเหอเหลียง (Niuheliang) มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน
วัฒนธรรมเหลียงจู (Liangzhu Culture) การขุดพบชิ้นส่วนผ้าไหมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก 2,700 ปีก่อนคริสตกาล ณ แหล่งโบราณคดีเฉียนซานย่าง (Qianshanyang) สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี (ประมาณ 3,300–2,300 ปีก่อนคริสตกาล) มีหลักฐานการทำเครื่องนุ่งห่มและผ้าไหม
2,700 ปีก่อนคริสตกาล ณ แหล่งโบราณคดีเฉียนซานย่าง (Qianshanyang) วัฒนธรรมเหลียงจู ประเทศจีน หลักฐาน: พบทั้ง ด้ายไหมทบเส้น (plied silk threads), เศษผ้าไหม, และ แถบริบบิ้นไหมถัก (braided silk ribbons)
ค้นพบแผ่นหินปั่นด้าย (Spindle Whorls) และหยกที่มีลักษณะเป็นวงกลมมีรูตรงกลาง (bi) เป็นการจำลองเครื่องมือปั่นด้าย (spindle whorls)
ฟานซาน (Fanshan) วัฒนธรรมเหลียงจู
ค้นพบ Jade Loom Fittings หยกแท่งยาวและมีรูสำหรับยึดติดกับโครงไม้ ส่วนประกอบของ "หูกทอผ้าแบบเอว" (Backstrap Loom) หรือเครื่องทอผ้าขนาดเล็ก และหยกชุดนี้มักพบร่วมกับ เครื่องประดับรูปปลายหยก ที่ใช้สำหรับขึงเส้นด้าย หรือ "กี่เอว" ใช้ "ร่างกายของผู้ทอ" เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเครื่องทอเพื่อควบคุมความตึงของเส้นด้าย
#Naruepon Peng-on Translate and compile
การตรวจดีเอ็นเอจากโครงกระดูกในพื้นที่แถบนี้พบการผสมผสานของยีนจากกลุ่มชนทางเหนือ (หงซาน) และกลุ่มชนลุ่มแม่น้ำเหลือง (หย่างเฉา) ตรงกับตำนานจักรพรรดิเหลือง แสดงว่ามีการหลอมรวมทางชาติพันธุ์ครั้งใหญ่ในพื้นที่จางเจียโกว
#Naruepon Peng-on Translate and compile
การหลอมโลหะในประเทศจีน : คาร์บอน-14 ระบุอายุ 5,300 - 4,800 ปีที่แล้ว
ในประเทศจีน
แสดงว่าประเทศจีนมีการหลอมโลหะ/เครื่องปั้น การใช้เหล็กอุกกาบาต/แมงกานีส และการอบเซรามิก
#Naruepon Peng-on Translate and compile
เหล็กจากอุกกาบาต (Meteoritic Iron): จะมีปริมาณนิกเกิลสูงมาก โดยปกติจะอยู่ที่ 5% ถึง 25%
ในขณะที่เหล็กจากสินแร่บนดิน (Terrestrial Iron): เหล็กที่มนุษย์ถลุงจากแร่ในดิน (เช่น แร่เฮมาไทต์) จะมีนิกเกิลต่ำมากหรือแทบไม่มีเลย (มัก น้อยกว่า 0.5%)
5,300 ปีก่อนประเทศจีนได้นำแมงกานีสออกไซด์ (Manganese Oxide) หรือที่รู้จักในชื่อ "ไพโรลูไซต์" (Pyrolusite) มาผสมกับแร่เหล็ก (Hematite) และนำไปเขียนลายบนเครื่องดินเผา อบที่อุณหภูมิ สูงกว่า 700-1,000 องศาเซลเซียส
แมงกานีสจะทำปฏิกิริยาเคมีกับดินเหนียว เกิดสีดำสนิทหรือสีน้ำตาลเข้มที่ ไม่ซีดจาง [ยุคโลหะ &การเขียนแรกเริ่มของจีน]
#Naruepon Peng-on Translate and compile
จักรพรรดิเหลือง (หวงตี้) และการกำเนิดของ "รถชี้ทิศ" (South-Pointing Chariot)
ในวัฒนธรรมหงซานและจางเจียโกว แร่แม่เหล็ก (Magnetite) และแมงกานีส ปนอยู่กับแร่ แมกนีไทต์ (Magnetite)
#Naruepon Peng-on Translate and compile
แร่แม่เหล็ก (Magnetite) และแมงกานีส
ใช้ทำสีเขียนลายในวัฒนธรรมหงซานและจางเจียโกว
แร่เหล็กที่ใช้ทำสีเขียนลายในวัฒนธรรมหงซานและจางเจียโกวจึงปนอยู่กับแร่ แมกนีไทต์ (Magnetite) ซึ่งเป็นแร่เหล็กคุณสมบัติทางแม่เหล็กตามธรรมชาติ
[ยุคโลหะ &การเขียนแรกเริ่มของจีน]
#Naruepon Peng-on Translate and compil
สันนิษฐานว่าจักรพรรดิเหลืองทรงค้นพบคุณสมบัติการดึงดูดหรือการชี้ทิศ และมีความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกแร่เหล็กและแมงกานีส
ในศึกจัวลู่ (ซึ่งอยู่ในเขตจางเจียโกว) จักรพรรดิเหลืองทรงประดิษฐ์ รถชี้ทิศ เพื่อใช้หาทางท่ามกลางหมอกควันที่ชื่อโหยว สร้างขึ้น
การใช้ "หินแม่เหล็ก" (Lodestone) สอดคล้องกับความรู้เรื่องแร่เหล็กจากยุคหงซาน
#Naruepon Peng-on Translate and compile
จุดเชื่อมต่อที่จางเจียโกว [ศึกจัวลู่] คือแหล่งแร่เหล็กที่สำคัญของจีนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
และการค้นพบรูปปั้นหัวหมีที่มีส่วนประกอบของเหล็กและแมงกานีสเข้มข้นในพื้นที่นี้ แสดงให้เห็นว่า กลุ่มชนที่บูชาหมี (เผ่าโหย่วสงของหวงตี้) มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ "แร่เหล็ก"มาตั้งแต่เริ่มแรก เป็นที่มาของความเชื่อเรื่องอาวุธวิเศษหรืออุปกรณ์ชี้ทิศทางที่ทำจากโลหะ
[ยุคโลหะ &การเขียนแรกเริ่มของจีน]
#Naruepon Peng-on Translate and compil
#Naruepon Peng-on Translate and compile
ข้อสันนิษฐาน อักษรภาพหงซาน 4700 - 2900 BCE และหยางเสา 5000 - 3000 BCE ยุคแรก ภาพ AI #Naruepon Pengon Author Translate and compile
การเชื่อมโยงอักษรหงซาน 4700 -2900 BCE กับอักษรคูนิฟอร์มหรืออักษรอียิปต์โบราณ ภาพ AI #Naruepon Pengon Author Translate and compile
การเชื่อมโยงอักษรหยางเสา4,500 BCE กับอักษรลิ่ม 3,200 BCE ภาพ AI #Naruepon Pengon Author Translate and compile
อ่านบทความเพิ่มเติม..
การตีเหล็กจีน เหล็กหล่อจีน การตีเหล็กอัสซีเรียและอาวุธสำริดอียิปต์ เมื่อกว่า 2,697 ปีก่อน "กระบี่เหล็กด้ามหยกเล่มแรกของจีน" (玉茎铜芯柄铁剑) " กษัตริย์กั๋วจี้ รัฐกั๋ว (Guo State) ราชวงศ์โจว 800 ปีก่อนคริสตกาล (ปลายราชวงศ์โจวตะวันตก) หลักฐานการ "ถลุงเหล็ก" ที่เก่าแก่ที่สุดของจีน โดยแยกเหล็กออกจากแร่ (Smelted Iron) ไม่ใช่เหล็กที่มาจากอุกกาบาตเหมือนยุคราชวงศ์ชาง (Meteoritic Iron)
#Naruepon Peng-on Translate and compile
โฆษณา