3 ชั่วโมงที่แล้ว • การตลาด

สรุป อินไซต์ “การตลาด Dopamine” สารสื่อประสาทในสมอง ที่ทำให้คนไทย ชอบหาความสุขแบบฉับพลัน

- ในสมองของเรามี “สารสื่อประสาท” อยู่หลายชนิด เช่น ออกซิโทซิน, เอนดอร์ฟิน และเซโรโทนิน คอยทำหน้าที่ควบคุมร่างกาย อารมณ์ และจิตใจให้สมดุล
แต่มีชื่อหนึ่ง ที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ก็คือ “โดพามีน (Dopamine)” ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก กับการตลาดในยุคปัจจุบัน
โดยสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ได้โชว์อินไซต์ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยในปี 2569 ในหัวข้อ “Dopamine Economy: เมื่อพลังใจกลายเป็นหน่วยมูลค่าใหม่ของตลาด”
แล้วมีอินไซต์อะไรน่าสนใจบ้าง MarketThink อธิบายให้อ่านกันในโพสต์นี้..
1. ทำความรู้จักโดพามีน
โดพามีน เป็นสารสื่อประสาทสำคัญในสมอง ที่จะหลั่งเมื่อมีความสุข ความพึงพอใจ และเมื่อได้รับรางวัล แต่หากมีน้อยจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต เช่น ซึมเศร้า และวิตกกังวลได้
ดังนั้น โดพามีนจึงทำหน้าที่ ทั้งควบคุมแรงจูงใจ ทำให้เกิดการลงมือทำ และส่งผลต่อพฤติกรรมแสวงหารางวัลของมนุษย์อีกด้วย
2. ปัจจุบันคนไทยหันไปหาความสุข “แบบฉับพลัน” กันมากขึ้น
ในยุคนี้ โลกเต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โซเชียลมีเดีย การช็อปปิง หรือความบันเทิง
สมองจึงถูกกระตุ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดความเคยชิน และทำให้เราต้องการแรงกระตุ้นมากขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้รู้สึกดีเท่าเดิม
ซึ่งแนวโน้มที่ผ่านมา คนไทยต้องเจอกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ผันผวน ค่าครองชีพที่พุ่งสูง และความกังวลจากการถูกแทนที่ด้วย AI
คนไทยเลยหันไปหา “Happiness Spike” หรือการเสพความสุขแบบฉับพลัน เพื่อประคับประคองใจในแต่ละวันแทน
ซึ่งสะท้อนถึงกลไกทางอารมณ์ กำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่สำคัญกว่าเหตุผลด้านฟังก์ชันของสินค้า
3. Gen Z ต้องการแรงขับที่ทำให้ตัวเอง “เติบโต”
จากอินไซต์พบว่า Gen Z กว่า 43% อยากภาคภูมิใจในตัวเอง และ 26% อยากเติบโตและพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม
แต่ในขณะเดียวกัน ก็พบว่า Gen Z เป็นกลุ่มคนที่พึ่งพาโดพามีน ที่ได้จากความสุขแบบฉับพลัน ไม่ว่าจะเป็น
- 67% เลื่อนฟีดโซเชียลแบบไม่คิดมาก
- 24% กินของหวานหรือสั่งอาหารอร่อย ๆ เพื่อเยียวยาอารมณ์
- 9% ใช้ยานอนหลับ เพื่อช่วยให้ชีวิตดีขึ้น
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทำให้เกิดภาวะความไม่สอดคล้อง (Mismatch) ระหว่างความต้องการอยากเติบโต
กับพฤติกรรมที่ต้องพึ่งพาสิ่งกระตุ้นระยะสั้น
4. Gen Y ต้องการ “เวลา” เพื่อจัดสมดุลชีวิต
Gen Y กว่า 24% ต้องการความสมดุลในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น เรื่องงาน สุขภาพ และความสัมพันธ์
นอกจากนี้ 35.4% ก็ยังอยากสร้างวินัยให้ตัวเอง
และอีก 38% อยากเห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุข แต่ด้วยภาวะความเครียดจากงาน และสาเหตุอื่น ๆ
ก็ทำให้ Gen Y เกินครึ่งต้องพึ่งพา “การให้รางวัลตัวเอง” หรือ Self-Reward ที่สูงกว่าคนเจนอื่น ๆ เช่น
- การช็อปปิงออนไลน์
- การดูซีรีส์หรือคลิปยาว
- การทำงานให้ช้าลง
- การเสพสื่อโซเชียล
ซึ่งพฤติกรรมนี้ ก็ทำให้เกิดภาวะการโฟกัสผิดจุด (Misfocus) เพราะแม้การให้รางวัลเล็ก ๆ ระหว่างวัน
จะช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าได้ แต่ก็กลายเป็นตัวขโมยเวลาของชีวิตได้อีกเหมือนกัน
5. Silver Age หรือคนกลุ่มอายุ 45-69 ปี ต้องการ “ความหมาย” ในชีวิต
คนกลุ่มนี้ กว่า 41.5% ให้คุณค่ากับความหมายของชีวิต และ 31.2% ให้คุณค่ากับอิสระในการใช้ชีวิต
นอกจากนี้ อินไซต์ยังพบอีกว่า คนกลุ่ม Silver Age ไม่ได้ต้องการใช้ชีวิตแบบ Passive หรือชีวิตที่เรียบง่าย แต่ยังมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาสกิลใหม่ ๆ และเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เช่นกัน
อินไซต์นี้จึงสะท้อนความเข้าใจผิด (Misperception) ระหว่างภาพจำของสังคม กับความจริงของคนกลุ่มนี้
6. สรุปกลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์นำไปปรับใช้ได้
นอกจากอินไซต์ข้างต้นแล้ว ในรายงานฉบับนี้ยังมีการสรุปกลยุทธ์การตลาด ที่แบรนด์สามารถนำไปปรับใช้ได้ ได้แก่
- คนไทยกว่า 78% พร้อม “เปิดใจ” ให้กับแบรนด์ที่ทำแคมเปญช่วยให้มีแรงกระตุ้น ในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ตามรางวัลทางอารมณ์ ที่ตัวเองต้องการ
- Gen Z จาก Mismatch สู่ Redesign Progress
จากอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภคของ Gen Z ที่มีความ Mismatch ระหว่างความต้องการด้านความภาคภูมิใจในตัวเอง และการเติบโต แต่ก็ยังต้องการโดพามีน ที่ได้จากความสุขแบบฉับพลัน
กลยุทธ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้คือ แบรนด์ไม่จำเป็นต้องขายแค่ความสุขฉับพลัน แต่ควรค่อย ๆ ทำให้ Gen Z สะสมความภูมิใจ และเห็นการเติบโตของตัวเองแบบรายวัน เช่น
การทำ CRM
หรือกิจกรรม Workshop
ที่เป็นการสร้าง Daily-Engagement ให้เป็น Small Win System ในแต่ละวัน
- Gen Y จาก Misfocus สู่ Rebalance Purpose
แบรนด์สามารถช่วยเติมพลัง แต่ไม่แย่งเวลาของคนกลุ่มนี้ ด้วยการออกแบบแคมเปญให้ลูกค้า Gen Y ได้พักโดยไม่ต้องจ่ายด้วยสมดุลชีวิต เช่น
การออกแคมเปญ “พักพอแล้วไปต่อ” ผ่านการทำคอนเทนต์ทางโซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชัน ที่จะเป็นตัวช่วยเตือนเมื่อถึงเวลาพัก และถึงเวลาพอ
- Silver Age จาก Misperception สู่ Redefine Meaning
แบรนด์สามารถช่วยเปลี่ยนกรอบความคิดของสังคม ที่มักคิดว่าคนในช่วงวัย Silver Age ต้องการใช้ชีวิตแบบ Passive ด้วยการเพิ่มพื้นที่ให้คนกลุ่มนี้ได้ใช้ชีวิตแบบ Active มากขึ้น เช่น
กิจกรรม หรืออิเวนต์ระหว่าง Senior Mentor และ Junior Learner ที่ให้คนรุ่นใหญ่ถ่ายทอดประสบการณ์และทักษะชีวิตให้คนรุ่นใหม่ได้รับฟัง
โฆษณา